งานคนเจ็ดเสมียนพบกันครั้งแรก ๒๕๕๐

ข่าวสาร-ประชาสัมพันธ์

     

  งานคนเจ็ดเสมียนพบกันนี้  คุณรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัท บุญรอดเทรดดิ้งจำกัด น้องชายของคุณโอฬาร ลักษิตานนท์ เพื่อนของผมเองที่เคยอยู่เจ็ดเสมียนด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ เป็นหัวเรือใหญ่คิดจัดงานนี้ขึ้นมา

   โดยมีความประสงค์ให้คนเจ็ดเสมียนที่จากกันไป หรือจากเจ็ดเสมียนไปนานๆแล้วจะได้กลับมาพบกันอีก บางคนอาจจะมีไอเดียดีๆ ใหม่ๆ มาปรับปรุงเจ็ดเสมียนของเราให้ดีขึ้น และเจริญรุ่งเรืองสืบไป..

คุณรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์  นั่งอยู่ข้างหน้า เมื่อสมัยเป็นเด็ก อยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่ริมฝั่ง แม่น้ำแม่กลอง เป็นผู้ที่ริเริ่มจัดงานนี้ขึ้นมา

         ในวันนั้นวันที่  ๗ เมษายน ๒๕๕๐ ที่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลองใกล้กับต้นโพธิ์ใหญ่ ภายในบริเวณตลาดเจ็ดเสมียน เวลาประมาณ 6 โมงเย็น มีการจัดตั้งเวทีที่ไต้ต้นโพธิ์ใหญ่ (ไม่ใช่ในศาลาประชาคมริมน้ำ) คุณรังสฤษดิ์ แกก็เป็นผู้จัดหาอาหารและเครื่องดื่มมาบริการคนเจ็ดเสมียนที่จะมาพบกันในคืนนี้ อาหารนั้นก็มีหลายอย่าง ที่สนใจกินกันมากก็คือขนมจีน แกงเขียวหวานไก่ มันช่างเอร็ดอร่อยเสียจริงๆ แต่ว่าสิ่งที่คนสนใจเติมกันเรื่อยๆ ก็คือ เบียร์สดตราสิงห์  ถังเบ้อเริ่ม (ทีแรก ผู้จัดบอกว่าจะจัดเป็นอาหารโต๊ะจีนแล้วช่วยกันออก แต่กลัวว่าจะยังไม่พร้อมกัน ก็เลยเอาอย่างนี้ไปก่อน)

    ผมกับ คุณสาธร วงษ์วานิชและคุณสุชาติ  สุขพันธ์ เด็กเจ็ดเสมียนตัวจริงตั้งแต่เกิด ที่ได้แยกย้ายกันไปอยู่กันคนละทิศคนละทาง และได้นัดมาเจอกันที่นี่ ก็พยักหน้ากันว่า เราจะลองเบียร์สดกันสัก คนละแก้วดีไหมไอ้เบียร์สดที่ว่าเนี่ย รสชาติมันจะเป็นอย่างไร

    เคยกินแต่เบียร์ธรรมดา แต่ คุณนายวนิดา วงษ์วานิช รู้ก่อนแล้วไปสะกิด คุณหวานภรรยาผม คุณวรรณวิมล สุขพันธ์ ภรรยาของคุณสุชาติ  สุขพันธ์  มาบอกพวกเราว่าวันนี้พวกเรามาไกลต้องขับรถกลับบ้านอีกหลายชั่วโมง เราคิดดูแล้วก็จริงจึงตกลงไม่ลองมันดีกว่า

จากทางขวา องุ่น คุ้มประวัติ, กัญญา  ลักษิตานนท์, นวลปรางค์ คุ้มประวัติ ซ้ายมือสุดนั้น คุณ ชาญ ที่เคยอยู่กับหมอละออง ก็มาเที่ยวทะเล ที่ชะอำกับเขาด้วย (ไม่ทราบ วันเดือนปี ที่ถ่าย ต้องไปถามร้านจำเนียรศิลป์ ตลาดเจ็ดเสมียน)

         คนที่มาพบกันในค่ำคืนนั้น ที่รู้จักสนิทกันจริงๆ ก็มีหลายคน เช่น เฮียสุพี เฮียแก่เล็ก (ทายาทร้านกาแฟแป๊ะอู๋) เฮียเล็ก ไทยเจริญ (คุณพ่อของท่านกำนันตำบลเจ็ดเสมียนคนปัจจุบัน) พี่กัญญา ลักษิตานนท์ (พี่สาวของนายสิทธิ์ ผู้เป็นประธานจัดงานนี้) เดินมาเคียงคู่กับ พี่องุ่น คุ้มประวัติ (พี่สาวของ คุณนวลปรางค์ คุ้มประวัติ ซึ่งไม่ได้มา) 

คุณนวลปรางค์ คุ้มประวัติ (กลาง) เที่ยวนี้ไม่ได้มา เที่ยวหน้ามาร่วมงานกันหน่อยนะครับ

         คุณยุพา (ใชโป้วแม่ตังกวย เพื่อนเก่าแก่ของผม ที่ใครคนหนึ่งในกลุ่มผม ที่นั่งกันอยู่ที่สนาม หน้าโรงเรียนในตอนเย็นๆ (หรือว่าเป็นผมเองก็จำไม่ได้แล้ว)  ร้องเพลงจีบตั้งแต่สมัยเด็กๆว่า "ให้ผมรักคุณเถิดนะ ยุพา แต่คุณอย่ามารักผมเลย ให้ผมรักคุณคนเดียวชื่นเชย อย่าโกรธผมเลยนะคนดี " ที่ นริศ อารีย์ ขับร้องนั่นน่ะ ยุพาได้ยินแล้ว ก็ยกมือให้มะเหงก ให้เห็นกันอย่างทั่วถึงไปเลย ฮากันตรึม ยุพาเธอนั่งอยู่ติดๆกับผม แล้วยังถามผมว่า เมื่อก่อนนั้น ไอ้ธร ฉายามันชื่อว่า ไอ้เดี้ยง มิใช่หรือ ผมก็พยักหน้าให้ ไอ้บูน (สมบูรณ์ สุรพลพินิจ) ไอ้ตี๋ (เทียมชัย น้องชายเฮียธง ลูกนายทั้ง)  คุณนิตยา (ผักกาดหวาน ตราชฎา


 ภาพนี้พี่ องุ่น คุ้มประวัติ ได้มอบไว้ให้กับ พี่ กัญญา ลักษิตานนท์ เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๐๔ และ จารึกไว้ข้างหลังว่า "หวังว่า กัลยา เพิ่อนรักคงจำได้นะค๊ะ" อ.คุ้มประวัติ (เป็นลายเซ็นต์)

      

คุณยุพาน้องสาวของเจ๊กวย แต่งชุดไทยสวยงามเหลือเกินเมื่อกว่า ๔๐ ปีมาแล้ว มาในวันคนเจ็ดเสมียนพบกัน ๒๕๕๐ ด้วย

       คุณบุปผา ลักษิตานนท์ คุณอาภรณ์ อุสาหะ (ลักษิตานนท์) คุณ  มยุรี  วิทยาลิขิต (คุณเตียง) ส่วน คุณอารีย์ สุวรรณมัจฉา บังเอิญติดราชการที่กรุงเทพฯ จึงไม่ได้มา คุณปราณี สุวรรณมัจฉา ไปประชุมที่จอมบึงกลับมาไม่ทัน คุณจินตนา  แววทอง (น้องสาวไอ้โห้)  ไอ้จุ้ย คะนึง คุ้มประวัติ (พาภรรยามาด้วย) ผู้ที่ไม่ได้มาที่สนิทกันและอยู่ในรุ่นเดียวกัน ก็มี ไอ้โล (อโนทัย ไทยสวัสดิ์)   ไอ้อู้ด     (โอฬาร ลักษิตานนท์) ไอ้โห้  (สุรพงษ์ แววทอง) ไอ้วี (ทวี แซ่ซื้อ) รัมภา (คุณรัมภา วงศ์ยะรา) อ้อ ไอ้เหม่ง  คนอง คุ้มประวัติ อีกคนที่มันไม่ได้มา คิดถึงมันจริงๆ (ได้ทราบในภายหลังว่า เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อเดือน เมษายน ๒๕๔๔) ส่วนผู้ที่ไม่เคยเห็นและไม่รู้จักก็มีมาก เพราะว่าเด็กเจ็ดเสมียนนั้นมีหลายรุ่นเหลือเกิน ยิ่งรุ่นลูก รุ่นหลานละก็ไม่รู้จักเลย จึงต้องขออภัยต่อพี่ๆ เพื่อนๆ และเจ็ดเสมียนของเราทุกรุ่น ที่ผมไม่สามารถเอ่ยชื่อได้ทั้งหมด

คุณรัมภา วงศ์ยะรา เด็กเจ็ดเสมียน ไม่ได้มา (คนที่นั่งข้างหน้า)

         มีผู้ใหญ่หลายท่านก็มาในงานนี้ด้วย ผู้ที่ผมเคารพนับถือมากที่สุด ก็มาด้วย คือคุณแม่ของคุณรังสฤษดิ์ ที่ผมเรียกว่า ป้าเอ็ง ป้าเอ็งผู้นี้ที่เป็นเถ้าแก่ไปสู่ขอ คุณสุพีพรรณ ให้ผม เมื่อปี ๒๕๑๐ ที่หลังวัดบ้านเลือก ตำบลบ้านเลือก ในวันนั้น ผมนั่งรถจี๊บ สิงห์ทะเลทรายของนายโอฬารไป กับป้าเอ็ง นายโอฬาร ลักษิตานนท์  พี่ชายนายรังสฤษดิ์  เป็นคนขับ จากบ้านป้าเอ็ง มุ่งหน้าไปถึงสามแยกบ้านเลือกแล้วเลี้ยวซ้าย เข้าไปหลังวัด  การเจรจาสู่ขอคุณสุพีพรรณ จากพ่อแม่ของเขา เป็นไปด้วยดี ด้วยความเรียบร้อย แล้วหลังจากนั้นอีกไม่นานผมกับคุณสุพีพรรณก็ได้แต่งงานกัน

    คุณรังสฤษดิ์ นำดนตรีย่อยๆ มาขับกล่อมด้วย ควบคุมวงโดย นายศักดา วงศ์ยะรา (น้องชายของ เฮียตี๋ ) อดีตตำรวจบรรเทาสาธารณภัย กองตำรวจดับเพลิง  สมัย พล.ต.ต.มรว.เจตจันทร์ ประวิตร เป็นผู้บังคับการตำรวจดับเพลิง แต่ตอนหลังแกไม่อยากเป็นตำรวจ ลาออกไปเป็นนักร้องเสียนี่ และให้ผู้ที่อยากร้องเพลงขึ้นไปร้อง แสดงความสามารถได้เต็มที่  

ภาพนี้ ที่ไหนผมก็นึกไม่ออก จากซ้าย ซ้อดั่ว บ้านอยู่หลังตลาดเจ็ดเสมียน แถวเก่า  ถัดมา ป้าม่อม แม่ของ คนอง (ไอ้เหม่ง) ป้าเอ็ง (ใส่แว่นตา) แม่ของ โอฬาร ลักษิตานนท์ (ไอ้อู๊ด) คนที่นั่งอยู่ริมขวาสุดนั้นคือ น้านิด เป็นภรรยาของ น้าอุทัย น้องของแม่ผม น้านิดนี้ก็คือ น้าสะใภ้ของนายแก้วเอง 

   เมื่อคุณรังสฤษดิ์ ประธานจัดงานกล่าวเปิดงานเสร็จแล้ว ก็เชิญคุณครูตลับ ขึ้นไปกล่าวในฐานะที่เคยเป็นครูเคยสอนพวกเรามา ครูตลับก็ได้ขึ้นไปกล่าว ถึงลูกศิษย์บางคน ที่ได้ดิบได้ดีบางคนก็ได้เป็นถึง นายพลเรือ (พลเรือตรี ประยงค์เกษร) เพื่อนรุ่นเดียวกับผมเอง เป็นน้องชายของพี่ประยูร เกษร ทำงานที่สถานีรถไฟเจ็ดเสมียน บ้านมันอยู่แถวตลาดนอก ใกล้ๆกับบ้านกำนันโกวิท 

   ครูตลับคนนี้เมื่อสมัยที่เตี่ยผมเป็นครูใหญ่ ครูตลับก็เป็นครูน้อยในขณะนั้น เจอผมเมื่อไรเป็นต้องถามถึงเตี่ยผมเสมอ เสร็จแล้วก็มีคนขึ้นไปร้องเพลงหลายคน

   เจ๊ประนอมคนสวยตลาดเจ็ดเสมียนในอดีต เด็กเจ็ดเสมียนรุ่นพี่ พอได้คิวโดยการจัดคิวของ ศักดา (ลูกชายกำนันโกวิท วงศ์ยะรา) ก็ขึ้นไปร้องเพลงของ รวงทอง เสียงหวานจับใจ ไม่แพ้เจ้าของเสียงจริงๆเลย พับผ่าซี ..  

  เห็นเขาขึ้นไปร้องเพลงกันนักร้อง (เล่นๆ) เก่าอย่างผมก็นึกอยากร้อง (อวด) บ้าง เพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ไมตรี ระหว่างคนเจ็ดเสมียนด้วยกัน และเพื่อนๆของผมก็ยุเต็มที่

   ทีแรกอยากขึ้นไปร้องเพลงคู่กับ เจ๊ประนอม แต่มาคิดไปอีกทีกลัวว่าจะไปพาเจ๊ประนอมแกล่ม (ในการร้องเพลงเพราะว่าไม่ได้ฝึกมาล่วงหน้า) ถึงขนาดร้องไม่จบก็เป็นได้ เพราะคิดดูแล้วว่าเสียงของผมมันไม่ค่อยจะดีไม่เอาดีกว่า ร้องคนเดียวน่ะดีแล้ว ล่มก็ล่มคนเดียวไม่ต้องพาให้คนอื่นเสียไปด้วย

   ผมจึงเดินไปบอกนายศักดา ผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นคนดูแลดนตรี และคนจัดคิวให้เข้าคิวของผมเอาไว้ก่อน และย้ำว่าเมื่อถึงคิวข้าพเจ้าเมื่อไร ก็ให้ประกาศเรียกด้วย ศักดาได้ยินผมบอกแล้วก็รับปาก ครับ..ครับพลางพยักหน้าหงึกๆ เป็นการรับรู้แล้วว่าลูกพี่ใหญ่ของเขาในอดีต อยากร้องเพลง โชว์อ๊อฟ ? บ้าง

   บอกศักดาเสร็จแล้วผมก็ไปนั่งรอคิวไปพลางๆ หูก็เงี่ยฟัง คุณกรรณิกา ณ บางช้าง ลูกสาวของกำนันโกวิทคนเล็ก ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ของตำบลเจ็ดเสมียนนี้

   ได้ยินคุณน้องเล็กคุยว่า มีคนเอาใบหญ้านางสดๆ สัก ๗ - ๘ ใบ มาขยี้กับน้ำให้ได้สัก ๒ แก้ว พอกินอาหารเสร็จแล้ว ก็ดื่มเดี๋ยวนั้นสักแก้วหนึ่งก่อน สักพักค่อยดื่มแก้วที่ ๒ ตามไป วันละ ๒ เวลาหลังอาหาร โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็จะค่อยๆหายไป มีคนทำอย่างนี้ลองกินดูแล้ว และก็ได้เห็นผลหายจากโรคที่เป็นอยู่หลายรายมาแล้ว ผมก็อยากจะทำเหมือนกันนะ แต่ใบหญ้านางก็หายาก เวลาที่จะมานั่งขยี้มันนั้นก็ไม่ค่อยมี ก็เลยอดทดลอง เพราะผมก็เป็นโรคภูมิแพ้ประจำอยู่เหมือนกัน จนเดี๋ยวนี้

จากซ้าย เจ๊ประนอม,เจ๊แดง น้องสาวเฮีย สุพี, และพี่องุ่น คุ้มประวัติ พี่สาว ไอ้เหม่ง, ยืนอยู่ที่ต้นลั่นทม (เดี๋ยวนี้เปลี่ยนชื่อให้ใหม่แล้ว เป็น ลีลาวดี ) ที่ท่าน้ำวัดเจ็ดเสมียนหลังจากเสร็จจากการทำบุญ ที่วัดแล้ว แม่น้ำแม่กลองเต็มฝั่งอย่างนี้เป็นธรรมดานะครับ ไม่ใช่หน้าน้ำขึ้น มองไปที่แม่น้ำด้านขวามือ จะเห็นเรือโยงลากกันเป็นแถวขึ้นไปทางเหนือ ภาพอย่างนี้เห็นกันเป็นประจำในสมัยนั้นนะครับ

  ผมนั่งฟังน้องเล็กคุยหูหนึ่ง อีกหูหนึ่งผมก็พยายามฟัง ศักดามันเรียกผมให้ขึ้นเวทีไปร้องเพลงด้วย เผื่อว่าคงจะใกล้ถึงคิวแล้ว และผมก็รออยู่ขยับแล้วขยับอีก  ศักดามันก็ไม่ประกาศเรียกเสียที นึกอยากร้องเพลงที่มีความหมายดีๆ เพื่อคนเจ็ดเสมียนสักหน่อย พยายามทวนเนื้อเพลงไว้ในใจ เพราะเพลงมันนานแล้ว เผื่อๆ เอาไว้ไม่ให้มันล่มกลางคัน "...สายชลแม่กลองน้ำนองสองฟากล้นฝั่ง น้ำใจจงหลั่งพอช่วยประทังชีพฉัน สายน้ำมิอาจตัดขาดออกไปจากกัน สายใยสัมพันธ์ ตัดกันมิได้หรอกเอย.....”

  ทวนเนื้อเพลงหลายรอบแล้ว  นายศักดา ก็ยังไม่เชิญขึ้นไปเสียทีคงจะเป็นเพราะว่ามีคิวยาว หรือจะเป็นเพราะนายศักดามันร้องคนเดียว รวดเดียวหลายเพลงก็ไม่รู้ พอเพลง ”สาวเจ็ดเสมียน ”  เพลงนี้ก็ร้องโดยศักดาเองจบลง คิวต่อไปขยับจะขึ้นเวที

  แต่ไม่ทันการณ์เสียแล้วประเดี๋ยวเดียว มีลมพัดฝุ่นคลุ้งมาจากทางท่าน้ำ ติดตามด้วยฝนตกลงมาทีแรกก็ไม่ค่อยแรงเท่าไร พวกเราก็ยังมีความหวังว่าเดี๋ยวฝนมันคงหาย แต่อีกสักประเดี๋ยวเท่านั้นมันมาอีกระลอกตกแรงยังกับฟ้ารั่ว ขนาดดนตรีเก็บเครื่องเล่นไม่ทัน สายไฟช๊อตกันพึบผับ ไฟดับมืดไปหมด (เฉพาะไฟที่ประดับในงาน ไฟที่ตลาดไม่ได้ดับด้วย)

 

    

 เฮียแก่เล็ก ในสมัยเด็กๆนั้นก็เคยเป็นหัวโจก ของเด็กตลาดเจ็ดเสมียน อายุแก่กว่าพวกผมประมาณ ๕ -๖ ปี แต่ดันมาเรียนอยู่ชั้นเดียวกับพวกผมที่โรงเรียน วัดเจ็ดเสมียน ภาพนี้เฮียแก่เล็กบันทึกไว้ข้างหลังภาพว่า  "ถ่ายเมื่อครั้งแรกในชีวิต อายุ..... ปี บริบูณ์ " เสียดายตรงคำว่าอายุ บังเอิญ มันเลือนไป อ่านไม่ออก (ได้รับความเอื้อเฟื้อภาพนี้ จากคุณ กนก คุ้มประวัติ ) 

   ตอนนี้ทุ่มกว่าเกือบจะสองทุ่มแล้ว มืดค่ำแล้ว ทุกคนลุกพรึบหนีฝนกันเข้าไปในศาลาประชาคม ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำใกล้ๆกับต้นโพธิ์ใหญ่ที่เราจัดงานนั่นแหละครับ  พวกเราจึงต้องเข้าไปถ่ายรูปหมู่กันในศาลาประชาคม จะพูดประชุมอะไรกันก็ไม่ได้ยิน ตะโกนกัน เย้ว เย้ว  ฝนก็ตก ถูกหลังคาประชาคมที่เราเข้าไปหลบฝนเสียงดังสนั่น ไมโครโฟนก็ไม่มีเพราะถูกฝนเสียหาย จะประกอบกิจกรรมอะไรต่อไปก็ไม่ได้แล้ว ทุกคนจึงลงมติกันว่าครั้งนี้หยุดกันเพียงเท่านี้ก่อน

  ดังนั้นงานจึงต้องยุติแต่เพียงเท่านี้ก่อน ทุกคนจึงต้องทยอยกันกลับบ้านด้วยความเสียดาย  คุณรังสฤษดิ์  บอกว่าปีหน้าพวกเราค่อยมาพบกันใหม่นะ

        นี่ก็ผ่านปีหน้าไปแล้วยังไม่ได้ข่าวเลยว่า คนเจ็ดเสมียน จะได้มารวมตัวกันอีกเมื่อไร  พออ.คะนึง คุ้มประวัติ (จุ้ย ปัจจุบันรับราชการ ทหารอากาศ อยู่สนามบินกำแพงแสน) น้องชายของ คุณนวลปรางค์ คุ้มประวัติ ที่พาภรรยามาเยี่ยมเจ็ดเสมียนด้วย บอกเสียดายเบียร์สด ตราสิงห์จริงๆ ยังไม่เข้าที่เข้าทางและยังไม่ไปถึงไหนเลย ก็มีอุปสรรคจนได้ คนเจ็ดเสมียนตัวจริงคือเขาละ ... เฮียจุ้ยนี่เอง ... !

                                           

  

พออ.คะนึง (จุ้ย) คุ้มประวัติ พาภรรยามาด้วย    

 

      ภาพนี้ ป้าเอ็ง (คุณปราณีต  ลักษิตานนท์ ซ้ายมือ) อุ้ม คุณบุปผา ลักษิตานนท์ น้องสาวคุณรังสฤษดิ์ และแม่ของผมอุ้ม คุณ อารีย์ สุวรรณมัจฉา น้องสาวของผมเมื่อเกือบ ๖๐ ปีมาแล้ว ปัจจุบันนี้คุณ  บุปผา ลักษิตานนท์ พำนักอยู่ที่สหรัฐอเมริกา มานานกว่า ๒๐ ปีแล้ว ส่วน คุณอารีย์ สุวรรณมัจฉา รับราชการ อยู่ที่  สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ภูมิภาคที่ ๓ จังหวัดนครปฐม.

พบกันใหม่ในงาน  "คนเจ็ดเสมียนพบกัน "ครั้งต่อไป ... สวัสดีครับ

นายแก้ว  รายงาน  /  การกลับมาพบกันของคนเจ็ดเสมียนครั้งที่ ๑  จาก www.chetsamian.org

จำนวนผู้เข้าชม: 4533
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 

คุณอาจจะสนใจบทความนี้

คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้140 
 เมื่อวานนี้139 
 สัปดาห์นี้1196 
 เดือนนี้2863 
 ทั้งหมด646389 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 33 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่