บทสรุปของงานคนเจ็ดเสมียนพบกัน ครั้งที่ ๒

ข่าวสาร-ประชาสัมพันธ์

 

      งานเริ่มไปนานแล้ว ผมเดินไปทักทายผู้ใหญ่ คนเก่าแก่ของเจ็ดเสมียนนี้ ได้มากพอสมควร แล้วคิดว่าจะเดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ     เผื่อว่าถ้าหากมาเขียนรายงานในเรื่องนี้แล้ว ถ้าลืมคนหนึ่งคนใดไปก็จะเป็นการไม่ดี แต่พอมาถึงตอนนี้แล้ว คิดได้ว่ายังไม่ได้คุยกับใครๆอีกหลายคนทีเดียว ถ้าได้คุยกันบ้างก็คุยกันได้นิดหน่อยเท่านั้น เอง จึงต้องขอโทษ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

    ผมก็จะนำภาพมาลงประกอบกันไปเรื่อยๆนะครับ แล้วก็จะเขียนคำอธิบายไปด้วย เอาภาพนี้กันก่อนก็แล้วกัน 

 

าพนี้เป็นภาพที่ถ่ายร่วมกันของเด็กเจ็ดเสมียนแท้ๆ ในรุ่นของผม ขาดคุณอโณทัย ไปหนึ่งคน

ากซ้ายแถวนั่ง นายสัมฤทธิ์ วงษ์วานิช , นายแก้ว สุวรรณมัจฉา,นายโอฬาร ลักษิตานนท์,นายสุรพงษ์ แววทอง   แถวยืน พลเรือตรี ประยงค์ เกษร รน.,  ร.ท.สาธร วงษ์วานิช รน.   สมบูรณ์ สุรพลพินิจ,  สุชาติ  สุขพันธ์,  พตท. วีระ  กองบัว,  นายทวี แซ่ซื้อ (คุณนายของ พลเรือตรี ประยงค์ เป็นผู้ถ่ายให้ครับ)

      เด็กเจ็ดเสมียนกลุ่มนี้ จริงๆแล้วก็ยังมีอีกคนหนึ่ง คิดว่ายังขาดไปเพียงคนเดียวเท่านั้น  (ที่เป็นรุ่นเดียวกันจริงๆ) ที่ไม่ได้มาร่วมด้วยจึงเป็นที่น่าเสียดาย คือ คุณอโนทัย ไทยสวัสดิ์ ไม่ทราบว่าติดธุระอะไร ทั้งๆที่ได้ตอบรับว่าทราบข่าวนี้แล้ว

     เด็กเจ็ดเสมียนกลุ่มนี้เมื่อตอนเด็กๆ ก็ได้อยู่ในตำบลเจ็ดเสมียนนี้ ได้เล่นกันได้คลุกคลีกันกลมเกลียวกันดี แต่พอตอนที่โตขึ้นต่างคนต่างก็ได้แยกย้ายกันไปทำมาหากินในที่ต่างๆ บางคนไม่ได้เคยได้พบกันเลย เป็นเวลาตั้ง  ๔ - ๕ สิบปี เช่น นายทวี เขาหายไปจากตลาดเจ็ดเสมียนเลย ถามใครก็ไม่มีใครรู้ อยู่ๆในวันนี้ก็โผล่มาทำให้พวกเราดีใจมาก

ากซ้าย สมบูรณ์ สุรพลพินิจ,โอฬาร ลักษิตานนท์,สุรพงษ์ แววทอง เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๒ 

       ส่วนคนอื่นๆก็ได้พบกันบ้างเรื่อยๆ นายโอฬาร กับนายสุรพงษ์ เป็นเพื่อนกันสนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆ ไปไหนไปด้วยกัน และก็ไม่ได้ไปอยู่ไหนไกลจากกันมากนัก จึงได้ติดต่อกันเรื่อยๆมาจนกระทั่งทุกวันนี้ สำหรับโอฬารกับผมนั้น ตอนเด็กก็สนิทกันกับผมมาก รวมทั้งสุรพงษ์ด้วย ผมกับสุรพงษ์ เอาเหล็กเส้นกลมขนาด ๓ หุน มาเล่นฟันดาบรบกันแบบลิเก ตอนนั้นมีลิเกมาเล่น ที่วิกเจ็ดเสมียนเรื่อยๆ วันนั้นมารบกันเอะอะที่หลังบ้านนายโหงวตีมีด จึงเกิดเป็นเรื่องขึ้น (กรุณาติดตามไปดูเรื่องนี้ ที่นี่ ครับ คลิ๊ก)

เอารูปเก่าๆมาลงอีกเพื่อจะให้รู้ว่า โอฬาร กับสุรพงษ์นั้น รวมทั้งผมด้วย เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็กๆ สุรพงษ์นั้นเห็นหน้าชัดหน่อย แต่โอฬารเห็นแต่ทรงผมของเขา เรื่องทรงผมของโอฬารนั้น กินขาดหนุ่มๆทุกผู้ทุกนาม มีการหวีมาประกบกันข้างหลังดูภาพกันเอาเองก็แล้วกัน แหล่มจริงๆ (นายโอฬารมองไม่เห็นหน้า เดี๋ยวหามาให้ดูอีก) (นายจำเนียร คุ้มประวัติ ถ่ายภาพนี้มานาน ๔๒ ปีแล้ว)

         I think this is your wedding day Chai Mai Ka? Heah Gew, when I look at Pee Ood's hair he must use a lot of Tanjo.

                                                                        Ai Pha Deg Chetsamian

ภาพนี้ยังไงล่ะนายโอฬาร ลักษิตานนท์ ที่สามจากซ้าย เห็นหน้ากันชัดเลยทีนี้ อีกคนที่อยู่ซ้ายสุดนั้น คือ นายณรงค์ (ไอ้หร่ง) เป็นยังไงรูปที่ผมถ่ายเขามาในปัจจุบันนี้ (กลับไปดู)ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ รปภ. แห่งตลาดเจ็ดเสมียนนั้น กับรูปที่ผมเสนอมานี้ห่างกัน ๔๒ ปี ท่านจำเขาได้บ้างไหมครับ แล้วก็คนที่ยืนถัดมานั้นเป็นหัวหน้าชมรมคณะ "ผลิตพลเมือง"แห่งตลาดเจ็ดเสมียน ซึ่งมีนายแผ้ว เมฆสุวรรณ เป็นคนต้นคิดชื่อนี้ขึ้นมา เขาผู้นี้คือ เฮียไล้ ซึ่งเป็นบิดาของ เจ๊แป๊ว และเป็นพี่ชายคนโตของเฮียแก่เล็ก โก๋เก่าแห่งตลาดเจ็ดเสมียน และเป็นผู้สืบทอดต้นตำนานของ กาแฟโบราณมาจาก แป๊ะอู๋แห่งตลาดเจ็ดเสมียน นั่นเองครับผม

ภาพโดยจำเนียร คุ้มประวัติ ร้านจำเนียรศิลป์ ตลาดเจ็ดเสมียน

    ส่วนผมได้ไปเรียนหนังสือและทำงานอยู่กรุงเทพฯ ก็ยังได้ติดต่อกับนายสาธร และนายสุชาติเรื่อยมา และก็มีบางตอนบ้างที่ได้ห่างหายกันไปหลายช่วงๆละนานๆ เพราะเหตุว่าบางครั้งก็มีอุปสรรคในด้านการครองชีพ

   เมื่อมีอายุมากขึ้นและเข้าสู่วัยกลางคนกันแล้ว จึงจะเริ่มจับหลักถูกในการทำงานและการดำเนินชีวิต ฐานะก็พอจะดีขึ้นมาบ้างก็เลยติดต่อกันมากขึ้นจนถึงปัจจุบันนี้ ส่วนนายโห้ นายอู๊ด และคนอื่นๆอีกหลายคนที่ได้แยกจากกันนั้น โอกาสไม่อำนวยให้ได้ติดต่อกันเลย เพราะสองคนนี้ไม่ได้เข้ากรุงเทพฯด้วย

   คงดำเนินกิจการส่วนตัวในแถวที่บ้านเดิมเท่านั้น เมื่อได้มีโอกาสมาพบกันในครั้งนี้จึงดีใจมาก และต่อไปก็จะติดต่อกันให้มากขึ้นด้วย.

คุณบุปผา ลักษิตานนท์ บินมาจากเมือง นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2552 นี่เอง  ยังไม่ทันหายเหนื่อยดี ก็มาร่วมงานกับพวกเรา กำลังคุยอยู่กับคุณแม่ ปราณีต ลักษิตานนท์ (patipat ถ่ายภาพ)

     คนที่ใส่เสื้อขาวยืนอยู่ข้างหลังนั้น ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน เพราะว่าผมจากเจ็ดเสมียนไปตั้งแต่หนูคนนี้ยังไม่เกิด ทีแรกคิดว่าเป็นลูกหลานของเจ็ดเสมียนคนหนึ่ง (อันนี้คิดถูก)  มีความสวยงามมาก มาทราบในภายหลังว่าเป็นบุตร คนโตในสองคนของ  คุณอาภรณ์ อุตสาหะ

    มีคุณพ่อและคุณแม่เป็นคนหล่อคนสวยอยู่แล้ว จึงเป็นคนที่มีใบหน้าอันงดงาม เราเรียกเธอว่าคุณ บิ๋ม ก็แล้วกัน เธอเรียนจบชั้นสูงสุดที่มหาวิทยาลัย ศิลปากร ในคณะสถาปัตย์กรรมศาสตร์ มีอาชีพเป็นสถาปนิกอิสระ ครับ

  คนใส่เสื้อสีขาวที่นั่งอยู่ทางด้านขวามือนั้น คือเจ๊ติ๋ว คนเก่าของตลาดเจ็ดเสมียนอีกคนหนึ่ง เป็นพี่สาวของนายสุรพงษ์ แววทอง หรือ  (นายโห้) เป็นที่เคารพรักของเด็กๆชาวตลาดเจ็ดเสมียนโดยเฉพาะรุ่นของผมเสมอ (เพราะว่าผมกับ นายโห้น้องชายเจ๊ติ๋วเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน) เจ๊ติ๋วเป็นผู้ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี และช่วยเหลือสังคมอยู่เสมอ (patipat ถ่ายภาพ)

เจ๊ติ๋ว เป็นบุตรคนโตของ ลุงสงวนและป้าฮวย ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกเกี่ยวกับเรื่องของผักกาดหวาน ซึ่งผักกาดหวาน หรือหัวใช๊โป๊ว แม่กิมฮวยนี้ได้รับตราสัญลักษณ์ เชลล์ชวนชิม รับประกันความอร่อยมาหลายสิบปีแล้ว ลุงสงวนและป้าฮวยนี้ในสมัยเมื่อยังหนุ่มสาวโดยเฉพาะป้าฮวยนั้น เป็นคนหนึ่งในกลุ่มหนุ่มสาวของตลาดเจ็ดเสมียน ซึ่งเป็นรุ่นพ่อแม่ของพวกผม

     พี่กัญญา (มองยังไงก็ยังไม่แก่ไปตามวัยสักที) กำลังอ่านข้อความในใบลงทะเบียนของผู้ที่มาในงานวันนี้ ก่อนที่จะเขียนข้อความลงไป พี่กัญญานี้เป็นบุตรคนโตของ ลุงเบี้ยว และป้าเอ็ง เมื่อตอนเด็กๆนั้นก็อยู่ที่เจ็ดเสมียนนี้ มีความประทับใจมากในถิ่นกำเนิด ได้เขียนบทความลงในนี้หนึ่งเรื่องครับ  ถ้าสนใจก็เข้าไปอ่านได้ครับ (คลิ๊ก) (patipat ถ่ายภาพ)

พี่กัญญา ริมซ้าย เมื่อตอนเด็กๆอยู่ที่เจ็ดเสมียนกับเพื่อนอีกสองคน  เซี้ยม  และ แด๊ว เมื่อกว่า ๕๐ ปีมาแล้ว

 เมื่อได้มาพบกันเด็กเจ็ดเสมียนรุ่นใหญ่นี้ ก็ได้คุยกันในเรื่องเมื่อตอนเป็นเด็กๆอยู่ที่เจ็ดเสมียนนี้

(patipat ถ่ายภาพ)

     ภาพนี้เห็นกันไม่ค่อยชัดเท่าไรนัก แต่พอจะอธิบายได้ดังนี้ จากซ้ายเจ๊แอ๊ว เจ๊แอ๊วนี้เป็นภรรยาของนาย ยุฮัว เพื่อนผมเอง และเป็นพี่สาวของนาย เทียมชัย เพื่อนของผมที่เมื่อคนเจ็ดเสมียนพบกันครั้งที่แล้ว ก็มา แต่ครั้งนี้ไม่ได้มา เทียนชัยมันคงไม่ทราบเรื่องละกระมัง

   นายยุฮัวนี้เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับพวกผม ที่บ้านเป็นโรงงานทำน้ำปลา แม่ของยุฮัวจะเป็นคนขายน้ำปลาที่ทำออกมานี้ในวันที่มีตลาดนัด ทุกๆนัด สถานที่ขายของแกนั้นจะอยู่ใกล้ๆที่ป้าแจ่มแกขายขนมจีน ซึ่งอยู่ตรงโคนต้นก้ามปูใหญ่ กลางตลาด ตรงหน้าบ้านผมพอดี ยุฮัวเสียชีวิตไปแล้ว ด้วยเวลาอันไม่สมควร ไม่ทราบว่าเป็นอะไร

        ต่อมาก็พี่กัญญา,  พี่อนงค์ วงษ์ยะรา บุตรสาวของกำนันโกวิท วงศ์ยะรา,คนต่อมาที่ใส่ชุดลายไทยนั้นถามผมว่า เป็นเด็กเจ็ดเสมียนรุ่นไหน ลูกใคร ส่วนตัวเขาเองนั้น เป็นลูกของนายถอง ที่ในสมัยก่อนนั้นเลี้ยงหมู เลี้ยงเป็ดบ้านอยู่ เลยคลองเจ็ดเสมียนไปหน่อยที่เรียกว่าสพานดำ นายถองนี้ ผมก็จำได้เลาๆว่า ในตอนเช้าแกมักจะต้อนเป็ดของแกฝูงใหญ่

       ผ่านหลังสถานีรถไฟ ไปหาหญ้าหาอาหารกิน แถวๆทุ่งนาหน้าโรงเรียนวัดเจ็ดเสมียน และพอตอนเย็นๆแกก็จะต้อนฝูงเป็ดนั้นผ่านตลาดเจ็ดเสมียนกลับเข้าเล้าที่บ้านแกทุกวันผมก็เสียดายที่ไม่ได้ถามชื่อของเจ๊คนนี้ไว้ เพียงแต่แกบอกว่า แกขายอาหารสัตว์ และปุ๋ยต่างๆอยู่ที่ราชบุรีอยู่ในตลาดด้วย แกก็บอกชื่อร้านของแกให้ด้วย แต่ผมไม่มีกระดาษจดไว้ในตอนนั้นผมก็เลยลืมไปแล้ว แล้วเมื่อไรจะได้เจอกันอีกล่ะครับ

    ส่วนคนที่ใส่เสื้อลายขวางนั้นผมขอโทษด้วยที่ผมจำไม่ได้จริงๆว่าเป็นใครโอกาศหน้าคงได้พบกันอีกครับ

 

อาจารญ์ กรรณิกา ศิลปวิลาวรรณ รับหน้าที่จัดทำการลงทะเบียนของผู้ที่มาพบกันในวันนี้ เพื่อจะได้ทราบถึงที่อยู่และถ้าหากว่ามีข่าวสารอะไร ก็สามารถติดต่อกันได้สะดวกยิ่งขึ้น  (patipat ถ่ายภาพ)

เฮียเล็ก ไทยเจริญ และเฮียงั้ง สองหนุ่มรุ่นใหญ่ของเด็กเจ็ดเสมียน กำลังเขียนใบลงทะเบียนในการมาพบกันของคนเจ็ดเสมียนในครั้งที่ ๒ นี้ ขนาดอายุ ๗๐ กว่าๆเข้าไปทั้งคู่แล้ว ก็ยังไม่แก่เลย ขอให้อยู่ไปอีกนานๆนะครับ เฮียทั้งสอง(patipat ถ่ายภาพ)

ดูกันเอาเองครับท่าน ตอนเป็นหนุ่มๆนั้นแต่ละคนหล่อ กันขนาดไหนเฮียงั้ง  (ที่๒ จากซ้าย)  ถัดมาเป็น เฮียเล็ก ไทยเจริญ ครับ ส่วนคนซ้ายสุดนั้น คือ เฮียธง และขวาสุดนั้นคือ เฮียเคี้ยง (พี่ชายของคุณมยุรี (เตียง) แต่คนซ้ายสุดและขวาสุดนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว คนเหล่านี้เป็นเด็กเจ็ดเสมียนตัวจริง รุ่นก่อนพวกผมหลายปีทีเดียวครับผม

เจ๊ประนอม นอกจากจะมาช่วยทำความสำราญ ด้วยการร้องเพลงให้พวกเราได้ฟังกันอย่างไพเราะแล้ว ยังนำเอาอาหารมาเลี้ยงคนที่มาในงานนี้อีก ภาพนี้กำลังบริการคนที่สนใจอาหารของเจ๊ด้วยตัวเอง ด้วยความเต็มใจยิ่งนัก (patipat ถ่ายภาพ)

 คนที่ยืนริมขวาสุดในภาพ คือคุณมัลลิกา (เง็ก บ้านริมน้ำ ) ๔๐ กว่าปีไม่ได้เจอกัน พอวันนี้ได้เจอกันก็ไม่ได้คุยกันเลย แล้วก็ไม่ได้ถามถึงว่าเป็นอย่างไรบ้าง ไปอยู่ที่ไหนกัน เอาไว้มีโอกาสพบกันใหม่นะครับเจ๊เง็ก (patipat ถ่ายภาพ)

คุณมัลลิกา (เจ๊เง็ก ในอิริยาบทตอนชอบใจ)และคุณบุปผาปรบมือชอบใจกันอย่างเต็มที่ ให้กับผู้ที่ร้องเพลงอยู่บนเวที (patipat ถ่ายภาพ)

         บนเวทีนั้นก็ยังมีการร้องเพลงกันของนักร้องสมัครเล่น หลายๆคน ภรรยาของคุณสุเมธ วงษ์วานิช นั้นชอบร้องเพลงมาก ขึ้นไปร้องคนเดียวหลายเพลง แล้วก็ร้องได้ไพเราะมากยังกับนักร้องอาชีพทีเดียว ชื่อเพลงว่าอย่างไรบ้างนั้นผมก็ลืมเสียแล้ว ผมหาภาพที่ชัดๆของภรรยาคุณสุเมธ  ขณะที่โชว์เพลงอยู่บนเวทีนั้นไม่มีครับ ใครมีช่วยส่งให้ผมมาลงด้วย(patipat ถ่ายภาพ)

 ภรรยาของคุณสุเมธ วงษ์วานิชหลังจากขึ้นร้องเพลงแล้ว ก็ลงมานักพักผ่อนที่โต๊ะกำลังยิ้มแย้มแจ่มไส (patipat ถ่ายภาพ)

   ในขณะเดียวกันที่บนเวทีที่เห็นแต่ไกลนั้น คุณรังสฤษดิ์ กำลังเขย่าลูกคอ เพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่งอยู่ จังหวะมันคึกคักดี ใครจะอดออกไปยืดเส้นยืดสายไหวเล่า บนฟลอร์ หน้าเวที จึงเต็มไปด้วยคนหนุ่ม คนสาว (ที่อายุเหลือน้อย) ยืดเส้นกันเต็มไปหมด

 ให้จังหวะกันอยู่ข้างนอกไปก่อน พักเสียหน่อย เดี๋ยวค่อยไปลุยกันใหม่ ได้ยินพิธีกรประกาศว่า ก่อนจะปิดงานนี้จะมีการรำวงย้อนยุค แบบของแท้ ดั้งเดิมของเจ็ดเสมียน เอ้าคอยดูกัน (patipat ถ่ายภาพ)

    เมื่อผมเข้ามาที่จัดงานนี้เมื่อตอนหัวค่ำนั้น คนที่นั่งริมซ้ายในภาพนี้ เข้ามาสะกิดผมยกมือไหว้ แล้วบอกว่า เป็นลูกของเจ๊กวยคนสุดท้าย พูดจาฉาดฉาน คล่องแคล่ว เจ๊กวยแกมีลูกแต่ละคนนั้น เก่งๆทุกคน

   มิน่าเล่าจึงได้ตำแหน่งแม่ดีเด่นแห่งชาติ ผมก็ยินดีด้วย ลูกสาวของเจ๊กวยคนนี้คือ คุณปัทมา ศิลปวิลาวัณย์ จบการศึกษาระดับปริญญาโท MBA Mercer University, USA เป็นผู้จัดการฝ่ายขายและต่างประเทศ ในกิจการของครอบครัวของตัวเอง หนูปัทมาจบการศึกษาตั้งระดับปริญญาโท ที่  USA. นี่นา จึงได้เก่งขนาดนี้ พบกันที่ไหนทักกันบ้างนะหนูนะ

 อ้าว นี่ยังไม่ใช่รำวงย้อนยุค ซึ่งมีจังหวะนิ่มนวลกันนะ คุณรังสฤษดิ์ กำลังร้องเพลง สนุกๆบนเวทีเหมือนเดิม ...ชื่นใจไม๊จ๊ะ พอเขาก็จะมาขอ เดินแหมเดินหัวร่อ นี่แหละหนอผู้หญิงหน้าเงิน ...... เข้าจังหวะ มันดีจัง เสียงก็ยังดีอีกต่างหาก อีกสัก ๒ ปีพบกัน ผมต้องซ้อมมาให้มากกว่านี้เสียแล้วละครับ   (patipat ถ่ายภาพ)

      แต่สังเกตุให้ดีนะครับ ผู้ที่ออกไปเต้นกันในภาพนี้ ล้วนแต่คนที่มีอาการไม่ค่อยดีทั้งนั้น ข้างหน้านี้ นายแอด แววทอง กำลังหาที่โยนไม้เท้าทิ้งไปเสียก่อน ที่จะเต้นให้เต็มที่ คงไม่ถึงตายหรอก อย่างมากก็แค่หาม โรงพยาบาลอยู่ใกล้ๆบ้านนี่เอง

   คนที่อยู่หลังนายแอดนั้นพอจะจำได้ว่าเป็น คุณมัลลิกา (เง็ก) อีกคนที่นายแอดบังอยู่มองไม่ชัดจึงไม่รู้ว่าใคร ถัดไปใส่เสื้อสีน้ำเงินนั้นคือ เจ๊แด๊ว,ใส่เสื้อสีแดงนั้นก็เจ๊ประนอม,สุดท้ายยืนเฉยๆคือ เจ๊แดง ยืนมองดูเพื่อนเต้นอยู่ และคอยสังเกตอาการของเจ๊แด๊วด้วย ถ้ามีอาการเซ แซดๆ เมื่อไรก็จะวิ่งเข้าชาร์ตเข้ารวบตัว ทันทีเพื่อไม่ให้ล้มลงไปถึงพื้น เฮ้อ..! ก็มันอดไม่ได้จริงๆนี่วุ๊ย

                                                    สนุกหรือไม่ ดูกันเอาเองก็แล้วกัน (patipat ถ่ายภาพ)

      เมื่อได้เวลาอันสมควรแล้ว ต่างคนต่างก็ทยอยกันกลับบ้านด้วยความอิ่มเอมใจ ในปีนี้การดำเนินการพบกันภายในศาลาประชาคมแห่งนี้ก็ราบรื่นเกือบ ร้อยเปอร์เซ็นต์ มีขลุกขลักกันนิดหน่อย คือไฟฟ้าได้ดับไปประมาณ ๑๕ นาที ซึ่งก็ไม่เป็นอุปสรรคอะไร

   พวกเราก็อยู่กันเงียบๆในขณะไฟฟ้าดับด้วยความสงบ มีผู้รักษาความปลอดภัย นอกเครื่องแบบคอยดูแล ภายในอาคาร และรอบนอกอาคารด้วย กลัวพวกมิจฉาชีพจะฉวยโอกาสตอนไฟฟ้าดับนี้ และก็มีผู้เอาเทียนมาจุดกันอย่างทั่วถึง 

   บางคนก็บอกว่า นี่เป็นเพราะว่าพวกเราไม่ได้บอก ตาผ้าขาว และกำนันดังในอดีต ตลอดจนเจ้าที่เจ้าทางด้วย เอาไว้เที่ยวหน้าก็แล้วกันเที่ยวนี้ไม่ทันแล้ว ไม่นานไฟฟ้าจึงติดเป็นปกติ พวกเราก็ดำเนินการกันต่อไปตามปกติจนได้เวลาพวกเราก็แยกย้ายกันกลับบ้านโดยปลอดภัยกันทุกคน 

คุณนิตยา หยู่เอี่ยม แห่งหัวไช๊โป๊วตราชฎา มาออกร้าน ที่เดียวกับเจ๊ประนอม มีขนมจีน น้ำพริก น้ำยาอร่อยมาก ผมเดินไปเดินมาทั่วไปหมด ไม่ได้นั่งประจำโต๊ะ จึงไม่ค่อยได้รับประทานอะไร ได้ขนมจีนน้ำพริกหัวใหญ่ๆ ๒ หัว น้องสาวของเจ๊แป๊ว (ไม่ทราบชื่อ) ซึ่งมาออกร้านกาแฟโบราณ ถามผมว่า เฮียเก้ว เอาอะไร ผมว่าเอาลอดช่องสิงค์โปร์ มาแก้วหนึ่ง อร่อยมากครับ หวานมันชื่นใจ แล้วตามด้วยกาแฟเย็นยกล้อโบราณเข้มข้นอีกแก้วหนึ่ง เล่นเอามีกำลังเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ (patipat ถ่ายภาพ)

         ส่วนคนทางขวามือนั้น คิดว่าไม่ต้องบอกก็รู้นะครับว่าเป็นใคร อ้าว ..! แล้วท่านผู้อ่านที่ไม่ใช่คนเจ็ดเสมียนจะรู้ได้อย่างไร ก็ต้องบอกกันหน่อยครับ ท่านผู้นี้คือ คุณกรรณิกา (น้องเล็ก)บุตรสาวคนเล็กของท่านกำนัน โกวิท วงศ์ยะรา กำนันคนดังแห่งตำบลเจ็ดเสมียนในอดีต เป็นน้องสาวของ คุณจตุรงค์ วงศ์ยะรา (เฮียตี๋ ) ชีพชูชัยแห่งตำบลเจ็ดเสมียน ที่ผมเขียนไว้ถึง ๓ ตอน ถ้าสนใจเชิญ คลิก เข้าไปอ่านได้ครับ

          นอกจากนี้ ผมก็ต้องขอโทษพวกน้องๆ ที่ได้เข้ามาทักทายผมในตอนแรกๆด้วย ที่ไม่ได้กลับมาคุยด้วยเลย ตลอดจนการรายงานเรื่องคนเจ็ดเสมียนพบกันในนี้ ท่านอาจจะไม่มีภาพ ท่านอาจจะไม่ได้รับการกล่าวถึงของผม เวลานี้ผมกำลังรอภาพ ในมุมกล้องของคนอื่นอยู่ ถึงเวลานั้นผมคงจะเอ่ยถึงใครต่อใครได้มากขึ้น วันนี้พบกันเท่านี้นะครับ โอกาสหน้าพบกันใหม่ครับ

                                                                                                             สวสัสดีครับ

นี่คืออาคารศาลาเอนกประสงค์ที่ใช้เป็นที่จัดงานคนเจ็ดเสมียนพบกันครั้งที่ ๒ นี้ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยท่านผู้ใดอยู่ในยุคสมัยนั้นเป็นผู้คิดริเริ่มให้สร้าง ท่านเป็นผู้ที่มีความคิดก้าวไกลจริงๆ โดยมีชื่อผู้บริจาคเงินช่วยกันมากมาย ขอขอบคุณที่มีศาลานี้ขึ้นมา เป็นประโยชน์ต่อชาวเจ็ดเสมียนมากมายเหลือคณาครับ (patipat ถ่ายภาพ)

วัสดีอีกครั้งหนึ่งครับพี่น้องชาวเจ็ดเสมียน

 www.chetsamian.org  ขอสงวนลิขสิทธิ์ข้อมูลและรูปภาพบนเว็บไซต์ทั้งหมด โดยไม่อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ ทำซ้ำ แก้ไข หรือ ดัดแปลง ไม่ว่าจะเป็นบางส่วนหรือทั้งหมด หากท่านใดต้องการข้อมูลบนเว็บไซต์ www.chetsamian.org กรุณาติดต่อ นายแก้ว โดยส่ง email ไปที่    CLOAKING    เพื่อขออนุญาติเสียก่อน เนื่องจากข้อมูลและรูปภาพบางเรื่องและบางชิ้น เป็นของท่านผู้เขียนและท่านสมาชิกที่ได้เขียนเรื่องต่างๆ และให้ขอยืมภาพต่างๆมาลงไว้ ซึ่งทางผู้จัดทำเว็บไซต์จำเป็นจะต้องขออนุญาตจากทางเจ้าของผลงานก่อนทุกครั้ง จึงเรียนมาเพื่อทราบ. 

จำนวนผู้เข้าชม: 3338
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้44 
 เมื่อวานนี้142 
 สัปดาห์นี้957 
 เดือนนี้3461 
 ทั้งหมด651737 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 7 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่