จากดอนหวายถึง(บ้าน)ชายน้ำ ๑

ชวนเที่ยวทั่วไทย

             

การท่องเที่ยวในครั้งนี้

    แรกเริ่มเดิมทีเกิดจากพวกเรา มีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้วัดดอนหวาย ใกล้ตลาดดอนหวาย และบ้านเขาอยู่ริมแม่น้ำด้วย ทำให้ผู้ที่กำลังมองหาที่พักผ่อนในวันหยุด อย่างพวกเรา คิดออกว่าจะไปที่ไหนกันดี

   เขาคนนี้คือ คุณเปี๊ยก ซึ่งยามว่างจากงานที่ทำหรือตอนพักเที่ยง ก็มักจะแวะเวียนมาสนทนากับผู้เขียนที่ๆ ทำงานเป็นประจำ

     ซึ่งเรื่องที่คุยกันส่วนใหญ่ มักจะไม่พ้นเรื่องของหมาหมา แมวแมว เพราะชอบเลี้ยงหมาเหมือนกัน  พอดีลูกชายของแกเพิ่งซื้อ หมาพันธุ์ปั๊ก มาเลี้ยงคู่หนึ่ง ตั้งชื่อว่า แม่น้ำผึ้ง กับ พ่อทองดี ตามชื่อพันธุ์ส้มโอที่สวนของแก และแกรู้ว่าผู้เขียนก็เลี้ยงหมาปั๊กอยู่คือเจ้าซาเล้งนั่นเอง เลยได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวกันเป็นประจำ

     นอกจากนั้นแกยังเลี้ยงหมาไทยและหมาพันธุ์ผสมอีก 7 – 8 ตัวซึ่งเป็นมรดกจากพี่ชายที่เสียชีวิตไปแล้ว แกบอกว่าพี่ชายก็เป็นคนรักหมา เคยเลี้ยงถึง 18 ตัว ตอนหลังค่อยๆตายไปและไม่ได้นำมาเลี้ยงเพิ่มอีก

     “พี่ หมาที่บ้านผมนะ มีตัวหนึ่งชื่อเจ้านิล เป็นหมาไทยที่พี่ชายเขาเลี้ยงไว้ มันอายุมากแล้วหละ แค่พี่ชายเลี้ยวรถเข้าประตูบ้าน หรือมันเห็นแสงไฟหน้ารถ (จากประตูรั้วบ้าน ถึงตัวบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำค่อนข้างไกล) มันจะส่งเสียงร้องโหยหวน ด้วยความดีใจ เสียงดังไปจนถึงฟากแม่น้ำฝั่งตรงกันข้าม ปัจจุบันกับผม หรือลูกผมมันก็ทำเช่นนั้นอยู่”           
     “ดีแล้ว แล้วพี่จะไปเที่ยวบ้านคุณ อยากจะไปดูเจ้าน้ำผึ้งเจ้าทองดี เจ้านิลและเจ้าตัวอื่นๆด้วย”
     “ได้เลยพี่ จะไปเมื่อไรบอกผมก็แล้วกัน”

     อีกสิ่งหนึ่งที่คุณเปี๊ยกมีก็คือ เป็นคนชอบทำบุญและเชื่อในเรื่องเวรกรรม เชื่อว่าเวรกรรมมีจริง แกมักจะพูดเสมอว่า “กรรมใดใครทำ คนนั้นย่อมต้องได้รับกรรม” 

      และอีกอย่างที่แกชอบพูดก็คือ  อย่าไปคิดอะไรมากเล้ย เดี๋ยวก็ขึ้นปล่องกันหมดแล้ว  ผู้เขียนสงสัยเลยถามว่าขึ้นปล่องคืออะไรหรือ  แกอธิบายว่าทุกคนเดี๋ยวก็ตาย ขึ้นเมรุเผา แล้วควันก็ลอยขึ้นปล่องกันทั้งนั้นแหละ ผู้เขียนเลยถึงบางอ้อ ว่าการขึ้นปล่องก็คืออย่างนี้เอง

      แกจะไปวัดดอนหวายทุกวัน ไม่เว้นเสาร์อาทิตย์ ตอนหลังพวกเราได้ทราบ จากท่านเจ้าอาวาสวัดดอนหวายว่า แกเป็นหนึ่งในมรรคทายกวัดดอนหวาย ( วัดนี้เขามีมรรคทายกหลายคน) มิน่าล่ะ!แกถึงได้ชวนให้พวกเราไปทำบุญ ที่วัดดอนหวายจังเลย

      ในที่สุดเราก็ตกลงไปเที่ยวบ้านคุณเปี๊ยก ในช่วงกลางเดือนกันยายน ซึ่งเป็นวันพระ และเป็นวันสารทไทยพอดี แผนการไปคือ ไปทำบุญที่วัดดอนหวาย เสร็จแล้วก็ไปรับประทานอาหารกลางวัน กันที่ตลาดดอนหวาย แล้วจึงไปเที่ยวบ้านริมน้ำของคุณเปี๊ยก เป็นรายการสุดท้าย

      ผู้ร่วมเดินทางของเรามี วิไล ต้อย หมู พี่สุภัทร จิ๋มกับสามีและเพื่อนของสามี รวมทั้งผู้เขียนด้วย รวมเป็น 8 คนโดยตกลงพบกันที่หน้าวัดดอนหวาย ต่างขับรถของตัวไปกันเอง สำหรับผู้เขียนก็ได้นัดหมายกับน้องต้อย (เจ้าเก่า) ซึ่งจะขับรถไปเองเช่นกัน

      ผู้เขียนและน้องต้อย (คนละคนกับน้องตา) ออกเดินทางจากตัวเมืองนครปฐม ไปตามทางถนนเพชรเกษมสายเก่า ขึ้นไปทางสามพราน จนถึงทางแยกเข้าวัดไร่ขิง เลยจากวัดไร่ขิงไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตรก็ถึงวัดดอนหวาย

ศาลาประชาศรัทธา จุดนัดพบอยู่ในบริเวณวัด ทุกคนต้องมาเจอกันตรงนี้ก่อน                  

   จุดนัดพบของเราคือ ที่ศาลาประชาศรัทธา ซึ่งอยู่หน้าวัดดอนหวาย ที่นั่นคุณเปี๊ยกรอพวกเราอยู่แล้ว และได้บอกให้เราเข้าพบ ท่านเจ้าอาวาสวัดดอนหวายก่อน เพื่อว่าจะได้ทำบุญกับท่านโดยตรง เนื่องจากวันนี้เป็นวันพระ ประมาณสิบโมงเช้า ท่านจะต้องขึ้นไปเทศน์โปรดญาติโยมบนศาลาใหญ่ และนี่ก็เกือบสิบโมงแล้ว จึงต้องรีบกันหน่อยเรื่องอื่นๆ ค่อยว่ากันทีหลัง 

 

 พระเมธีธรรมานันท์ เจ้าอาวาสวัดดอนหวาย                      

   ท่านเจ้าอาวาสวัดดอนหวาย หรือพระเมธีธรรมานันท์  อายุประมาณ 60 ปี ท่านมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส พวกเราได้สนทนากับท่าน และได้ถวายปัจจัยร่วมทำบุญ จัดซื้อที่ดินถวายวัดดอนหวาย โดยท่านได้ให้พระสีวลีองค์เล็กๆ แก่ทุกคนก่อนท่านจะขึ้นศาลาใหญ่ไป

       วัดดอนหวายมีชื่อเต็มว่า  วัดคงคารามดอนหวาย  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน หรือแม่น้ำนครชัยศรี อ.สามพราน จ.นครปฐม วัดนี้ก็เหมือนวัดอื่น ที่มีกิจกรรมการทำบุญหลากหลาย ให้ประชาชนทั่วไปได้มาทำบุญ เช่น การถวายสังฆทาน การทำบุญพระประจำวันเกิด การซื้อกระเบื้องบูรณะโบสถ์ การเคาะระฆังเพื่อความเป็นศิริมงคล และมีตู้รับบริจาคต่างๆ แล้วแต่ใครจะทำบุญแบบไหน  มีดอกไม้ธูปเทียนบริการ โดยทำบุญแล้วแต่ศรัทธา

โบสถ์วัดดอนหวาย

 การทำบุญที่วัดดอนหวายนี้ มีให้เลือกทำได้หลายรูปแบบ ให้เลือกเอาได้ตามกำลังศรัทธา ตรงนี้คือการทำบุญถวายสังฆทาน พระท่านก็สวดให้ศีลให้พร เราก็รับพรของท่าน พอตอนกรวดน้ำพระท่านก็สวดสัพพีติโยฯให้ เราก็อธิฐานขอให้ผลบุญที่ทำนี้ จงส่งไปถึงญาติที่ได้ล่วงลับไปแล้ว (ต้องเอ่ยชื่อเขาด้วยนะ คนๆ นั้นที่ได้ล่วงลับไปแล้ว จึงจะได้รับผลบุญจากเรา เหมือนกับการจ่าหน้าซองจดหมาย ผลบุญจะได้เดินทางไปถูก) 

        หลังจากทำบุญแล้ว คุณเปี๊ยกพาพวกเราไปไหว้ศาลเจ้าอากง ซึ่งอยู่ที่ตลาดดอนหวาย  เป็นศาลเจ้าที่ผู้เขียนคิดว่าสร้างให้พ่อค้าแม่ค้าได้กราบไหว้ เพื่อให้กิจการค้าขายเจริญรุ่งเรือง

 

 ศาลเจ้าอากง                      

      ตอนที่เรากำลังเดินไปตลาดดอนหวาย เราผ่านสวนเล็กๆ ที่เขาปลูกต้นมะพร้าวน้ำหอม ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้พระราชทานให้วัดดอนหวาย ซึ่งเขาทำรั้วเตี้ยๆ ล้อมรอบไว้อย่างดี 

 

  ต้นมะพร้าวน้ำหอมที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯพระราชทานให้วัดดอนหวาย

           ตลาดดอนหวายนี้ พวกเราเคยมากันแล้วคนละหลายครั้ง แต่ละครั้งให้มีอันต้องหิ้วของที่ซื้อกันพะรุงพะรัง ครั้งนี้ก็เช่นกัน

 ตลาดดอนหวาย ช่วงเช้าคนยังไม่แน่นเท่าไร                     

       เพราะตลาดดอนหวายมีของขายมากมาย โดยเฉพาะของกิน เรียกว่ามีทุกชนิด ที่ขึ้นหน้าขึ้นตาก็น่าจะเป็นเป็ดพะโล้ ปลาทูปลาตะเพียนต้มเค็ม บรรดาพืชผักผลไม้ก็มีมากมาย จนทำให้เราคิดว่าเมืองไทยของเรา ช่างอุดมสมบูรณ์เสียจริงๆ

 ตลาดดอนหวายมีของขายทุกชนิด ทั้งของกินของใช้ เรียกว่าครบเลยทีเดียว                   

      พี่สุภัทรซึ่งเกษียณอายุราชการมาแล้วหลายปี  คราวนี้มาเที่ยวกับพวกเราด้วย บอกว่าตั้งใจจะมาซื้อลูกลานเชื่อม เคยซื้อไปคราวก่อนกินแล้วติดใจ ผู้เขียนก็เลยได้รู้จักคราวนี้เองว่าลูกลานเป็นอย่างไร

      พี่สุภัทรบอกว่า ลูกลานเดี๋ยวนี้หากินยาก เพราะต้นลานไม่ค่อยมีใครปลูกกันแล้ว ลูกลานจะเป็นเม็ดกลมๆ สีขาวค่อนข้างแข็ง เอามาเชื่อมกับน้ำตาลทราย เสียดายที่เราไม่มีรูป ให้ท่านผู้อ่านที่ไม่รู้จักลูกลานได้ดูกัน 
       เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด  ผู้คนที่มาเที่ยวตลาดเริ่มมากขึ้น ยิ่งบ่ายคนก็จะยิ่งแน่น เราจึงต้องรีบไปหาร้านกินข้าวเที่ยง ก่อนที่จะไม่มีที่นั่ง

 

       เราได้ร้านที่ยื่นลงไปในน้ำหรือที่เรียกว่าแพนั่นเอง  เป็นที่ถูกใจของทุกคน เพราะจะได้ชมวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำนครชัยศรีด้วย

เรือบริการนักท่องเที่ยวให้เช่าชมธรรมชาติแม่น้ำนครชัยศรี                   

       ระหว่างที่นั่งกินข้าวมีแม่ค้าพายเรือมาขายผลไม้ข้างแพ และจะเห็นเรือที่เขาบริการนักท่องเที่ยวผ่านไปมาตลอดเวลา

 

   รับประทานอาหารกันที่แพริมน้ำตลาดดอนหวาย                   

        หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จแล้ว เราก็เดินทางไปบ้านคุณเปี๊ยก ซึ่งอยู่ห่างจากตลาดดอนหวายไปประมาณ 500 เมตร พอผ่านประตูรั้วบ้าน จะเห็นต้นไม้ผลที่เขาปลูกไว้มากมาย เช่น ขนุน มะม่วง ส้มโอ เราต้องเข้าไปตามถนนเล็กๆ อีกประมาณ 100  เมตรจึงจะถึงตัวบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำ.....

   

ลูกปลาน้อย

ติดตามตอนต่อไป (คลิ๊ก)   จากดอนหวายถึง (บ้าน) ชายน้ำ ๒  ได้เลยจ้า                      

 

 

 

 

 

จำนวนผู้เข้าชม: 3801
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้93 
 เมื่อวานนี้147 
 สัปดาห์นี้358 
 เดือนนี้3849 
 ทั้งหมด641910 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 18 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่