ไปเที่ยวถ้ำจอมพล

ชวนเที่ยวทั่วไทย

 

ในภาพ จากซ้ายคุณป้ากิมแช เด็กชายสุเมธ วงษ์วานิช เด็กหญิงอารีย์ นางสละ สุวรรณมัจฉา ที่บรรไดทางขึ้นถ้ำจอมพล อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ถ่ายเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๙๙
 
   เมื่อหลายวันที่ผ่านมา ผู้เขียนได้เปิดดูอัลบั้มรูปเก่าในอดีตของเว็บเจ็ดเสมียน มีภาพหนึ่งถ่ายที่ทางขึ้นถ้ำจอมพล อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี รูปนี้ถ่ายเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๔๙๙  เป็นเวลา ๕๔ ปีมาแล้ว

    ในครั้งนั้นถ้าดูจากภาพถ่าย จะเห็นว่าผู้เขียนไปกับมารดาและคนเจ็ดเสมียน คือคุณป้ากิมแชและบุตรชายของท่าน จากเวลาที่ผ่านไปนานมากจึงจำไม่ได้ว่าเดินทางไปอย่างไร มีใครไปกันบ้าง ใครเป็นผู้ถ่ายภาพนี้ให้ ตลอดทั้งสภาพภายในถ้ำเป็นอย่างไร จะแตกต่างจากปัจจุบันหรือไม่ อย่างไร  
 
   เนื่องจากภาพนี้ถ่ายตรงบันไดทางขึ้นถ้ำจอมพล  อย่างน้อยภาพนี้ก็คงบอกถึงความเปลี่ยนแปลงในส่วนของทางขึ้นถ้ำได้ว่าปัจจุบันจะแตกต่างจากในอดีตที่ผ่านมามากน้อยเพียงใด
 
    ดังนั้นผู้เขียนกับน้องสาวจึงได้ไปเยือน ถ้ำจอมพลอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 
ถ้ำจอมพลอยู่ห่างจากตัวเมืองราชบุรีประมาณ ๓๐ กิโลเมตร

    เราเดินทางโดยใช้เส้นทางไปอำเภอจอมบึง ผ่านแยกเจดีย์หัก เมื่อถึงอำเภอจอมบึง ผ่านมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ตรงไปอีกประมาณ ๕๐๐ เมตรก็ถึงถ้ำจอมพล


 
  ร้านขายของที่ระลึกต่าง ๆ ที่บริเวณหน้าถ้ำจอมพล
 
     ก่อนถึงหน้าถ้ำจอมพล มีลานจอดรถกว้างขวางไว้สำหรับนักท่องเที่ยว และมีร้านขายของที่ระลึกด้วย ของที่ระลึกก็เป็นพวกโอ่งมังกรเล็กๆ เครื่องเคลือบดินเผาต่าง ๆ ตุ๊กตาผ้าเป็นรูปลิง ตลอดจนผ้าพื้นเมืองหลากหลาย
 
    ที่ลานจอดรถ เขามีป้ายตัวโตเขียนว่า ห้ามให้อาหารลิงบริเวณนี้  เนื่องจากถ้ำจอมพลอยู่ในบริเวณสวนรุกขชาติที่ร่มรื่น มีลิงมาอาศัยเยอะมากและคอยหาอาหารจากคนที่มาเที่ยว คนที่มาจอดรถจึงต้องระวังลิงเหล่านี้ เพราะพวกมันอาจมารื้อค้นหาของกิน ทำให้รถของนักท่องเที่ยวเสียหายได้  แต่เท่าที่เห็น บรรดาลิงใหญ่น้อยจะอยู่ในบริเวณหน้าถ้ำเสียมากกว่า


 
บรรดาลิงใหญ่น้อยตามทางที่จะไปขึ้นถ้ำ
 
    เมื่อลงจากรถเราต้องเดินไปอีกประมาณร้อยเมตรจึงจะถึงบันไดขึ้นไปปากทางเข้าถ้ำ ตรงนี้แหละที่มีลิงใหญ่น้อยอยู่เป็นจำนวนมาก คอยมองคนที่เดินผ่านไปมา ถ้าใครถือถุงอะไรก็แล้วแต่ พวกลิงจะเร่เข้ามาหาเพราะมันคิดว่าเป็นของกิน ทางที่ดีอย่าถืออะไรจะดีกว่า  ถ้ามีกระเป๋าถือก็กอดไว้แน่นๆก็แล้วกัน
 
   เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดช่วงปีใหม่ จึงมีคนมาเที่ยวค่อนข้างมาก ตรงเชิงบันไดขึ้นไปปากถ้ำ มีป้อมขายบัตรเข้าชม ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๑๐ บาท เด็ก ๕  บาท  เวลาที่เปิดให้เข้าชมคือ  ๙.๐๐ - ๑๖.๓๐ น.

 ป้อมเล็กๆที่ขายบัตรเข้าชมถ้ำจอมพล        
 
    ใกล้ๆกับบันไดทางขึ้นถ้ำ มีป้ายบอกความเป็นมาของถ้ำจอมพล สรุปได้ว่า  ถ้ำนี้เดิมชื่อ ถ้ำมุจรินทร์ มีความสูง ๑๙๑ เมตร เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๘  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ได้เสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้และทรงโปรดปรานความงามของถ้ำ จึงพระราชทานชื่อใหม่ว่า  ถ้ำจอมพล
 
    ตรงบันไดทางขึ้นถ้ำนี่เองที่ผู้เขียนเคยได้ถ่ายรูปไว้เมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน จากภาพถ่ายเดิมจะเห็นว่าบันไดทางขึ้นน่าจะทำด้วยไม้ มองลงไปเบื้องล่างตรงทางแยก มีวงเวียนที่เป็นต้นไม้ตัดแต่งไว้อย่างสวยงาม มองดูร่มรื่นมาก


 
บันไดทางขึ้นถ้ำจอมพล เมื่อกว่าห้าสิบปีมาแล้ว

 บันไดทางขึ้นถ้ำจอมพล ในปัจจุบัน ลองเปรียบเทียบกับรูปข้างบนดู
 
   แต่บันไดทางขึ้นถ้ำปัจจุบันได้เปลี่ยนไปเป็นสร้างด้วยปูน อาจจะเป็นเพราะบันไดไม้ได้ผุพังไปตามกาลเวลา จึงได้สร้างใหม่ให้แข็งแรงและถาวรกว่าเดิม วงเวียนที่เห็นในภาพเก่าไม่มีแล้ว จากภาพเก่าจะเห็นว่ายังไม่มีป้อมขายบัตรเหมือนในปัจจุบัน
 
   เมื่อซื้อบัตรเสร็จก็ต้องขึ้นบันไดไปยังปากทางเข้าถ้ำ บันไดนี้สูงพอสมควร เล่นเอาคน สว. (สูงวัย) อย่างพวกเราเหงื่อตกและปวดขาไปตามๆ กัน นี่ขนาดยังไม่ได้เข้าไปในถ้ำ ก็ชักจะหมดแรงเสียแล้ว


 
บันไดทางขึ้นถ้ำ เมื่อขึ้นไปข้างบนสุด เลี้ยวซ้ายก็จะถึงปากทางเข้าถ้ำ 
 
   แต่ช้าก่อน ! ขณะที่กำลังจะขึ้นบันได ก็เห็นว่ามีลิงใหญ่น้อยจำนวนมากเกาะอยู่ตามราวบันไดทั้งสองข้าง เรื่อยไปจนถึงข้างบน ทำให้ไม่กล้าขึ้นเพราะเป็นคนที่กลัวลิงมาก กลัวมันกระโดดขึ้นบ่าแล้วไม่ยอมปล่อยเพราะเคยพบเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้ว

 ลิงแม่ลูกที่อาศัยอยู่ในบริเวณทางขึ้นถ้ำ คอยหาอาหารจากนักท่องเที่ยว
 
    เหตุการณ์ที่ว่านี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งผู้เขียน รับราชการและออกไปปฏิบัติงานที่จังหวัดลพบุรีที่ได้ชื่อว่ามีลิงเยอะมาก พอตอนเย็นหลังเลิกงาน เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นคนท้องถิ่นแสนจะใจดี พาผู้เขียนและผู้ร่วมงานอีกสองคนไปเที่ยวดูความสวยงามของพระปรางค์สามยอด เท่าที่จำได้รอบพระปรางค์จะเป็นสนามหญ้าที่เขาตัดไว้เรียบๆ เขียวชอุ่ม
 
    ขณะที่เรากำลังยืนสนทนากัน ที่สนามหญ้าหลังจากชมพระปรางค์แล้ว ทันใดนั้นก็มีเหตุที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น มีลิงตัวหนึ่งกระโดดขึ้นเกาะบ่าน้องผู้หญิงผู้ร่วมทีมของผู้เขียน มันเกาะบ่าไม่พอ แถมยังเอามือทั้งสองข้างขยุ้มผมของน้องไว้แน่น  น้องเขากลัวจนตัวสั่น
 
   เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นบอกให้น้องยืนเฉยๆ  ยืนเฉยๆ  แต่ทำอย่างไรเจ้าลิงก็ไม่ยอมลง จนเขาต้องเอาของกินมาล่อ มันจึงยอมลงจากบ่า  เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผู้เขียนกลัวลิงมาจนบัดนี้
 
   ย้อนกลับมาที่ถ้ำจอมพลกันต่อ  กำลังคิดว่าจะขึ้นไปดีไม่ดี  ก็พอดีเด็กที่ป้อมขายบัตรบอกว่าให้เดินขึ้นไปเรื่อยๆ อย่าไปมองหน้ามันก็แล้วกัน ขณะที่ยืนรีรออยู่ มีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งทั้งเด็กและผู้ใหญ่กำลังจะขึ้นบันไดไป ผู้เขียนและน้องสาวเลยถือโอกาสเดินเข้ากลุ่มไปกับพวกเขาด้วยจนถึงปากทางเข้าถ้ำ

 


 
ปากทางเข้าถ้ำ รูปนี้ถ่ายตอนคนที่เข้าไปในถ้ำกำลังเดินกลับขึ้นมา

จากปากทางเข้าถ้ำ ก็ถึงบันไดทางลงไปในถ้ำ 
 
       ทางเข้าถ้ำเป็นช่องแคบๆ เราต้องลงบันไดไปอีกหลายสิบขั้นจึงถึงตัวถ้ำ ภายในถ้ำมีแสงสว่างจากการที่เขาติดตั้งหลอดไฟฟ้าไว้เป็นระยะๆ แต่ก็ไม่สว่างมากนัก ผู้เขียนคิดว่าถ้าไฟสว่างมากไปก็จะไม่ได้บรรยากาศของความเป็นถ้ำอย่างแน่นอน


 
มีการติดตั้งหลอดไฟฟ้าตามทางเดินไว้เป็นระยะ ๆ

อีกมุมหนึ่งภายในถ้ำ

 เราค่อยๆเดินลงไปตามแนวที่เขาติดหลอดไฟไว้เพราะกลัวหลงทาง  มีความรู้สึกว่าภายในถ้ำค่อนข้างมืดเสียด้วยซ้ำไป  ในถ้ำมีซอกมีหลีบอยู่มากมาย ตรงที่มีหินงอกหินย้อย เขาก็จะประดับไฟสลัวๆให้ดูงดงาม


 
มีหินงอกหินย้อยที่สวยงามมาก
 
   ตามทางที่เราเดินไปเหมือนกับเป็นพื้นดินชื้นๆ ตะปุ่มตะปั่ม  ต้องเดินขึ้นๆลงๆ  จึงต้องเดินด้วยความระมัดระวัง น่าแปลกที่อากาศภายในถ้ำเหมือนกับเย็นสบาย  ไม่ร้อนเลย ภายหลังถึงได้เห็นว่าตอนในสุดของถ้ำมีปล่องขนาดใหญ่จนมองเห็นท้องฟ้า อากาศจึงถ่ายเทได้ ไม่อบอ้าว
 
   เราเดินลัดเลาะไปไม่นานก็มองเห็นแสงสว่างแต่ไกล ซึ่งก็คือแสงจากปล่องในถ้ำนั่นเอง ตรงจุดนี้เป็นที่โล่ง มีแท่นบูชาพระพุทธ  พระสงฆ์กำลังรับสังฆทานจากผู้มาเที่ยวที่ถือโอกาสทำบุญด้วยเลย  มีใส่บาตรพระประจำวันเกิด และนอกเหนือจากนี้ มีพระนอนองค์ใหญ่ที่เรียกว่าปางไสยาสน์ประดิษฐานอยู่ให้ผู้มาเที่ยวได้กราบไหว้บูชาด้วย


 
มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำ
 
    หลังจากทำบุญและนั่งพักพอหายเหนื่อย เราก็พากันเดินทางกลับในทางเดิมที่มา ผู้คนในถ้ำเริ่มทยอยกลับกันเพราะบ่ายมากแล้ว  ตอนขากลับกว่าจะเดินถึงปากทางเข้าถ้ำ เล่นเอาเหนื่อยทีเดียวเพราะเป็นการเดินขึ้นมาจากถ้ำ  ประกอบกับพวกเรา สว. (สูงวัย) กันแล้วด้วย
 
    การไปเที่ยวถ้ำจอมพลในครั้งนี้ นอกจากจะได้ชมความงามของถ้ำแล้ว ยังได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้คือ ไปยังสถานที่ที่เคยไปเมื่อครั้งอดีตกว่าห้าสิบปีมาแล้ว  จากภาพถ่าย แสดงให้เห็นการปลี่ยนแปลงจากอดีตจนถึงปัจจุบันได้ดีทีเดียว 
 
 ภาพถ่ายในอดีตล้วนแล้วแต่ทรงคุณค่า ควรแก่การเก็บรักษาไว้ เพราะเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้อีกแล้ว.

  

อ. ปลาทอง เขียน  / ครูปราณี  ถ่ายภาพ
๕  มกราคม  ๒๕๕๔

www.chetsamian.org ขอสงวนลิขสิทธิ์ ข้อมูลและรูปภาพบนเว็บไซต์ทั้งหมด โดยไม่อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ ทำซ้ำ แก้ไข หรือ ดัดแปลง ไม่ว่าจะเป็นบางส่วน หรือทั้งหมด หากท่านใดต้องการข้อมูลบนเว็บไซต์ www.chetsamian.org กรุณาติดต่อ นายแก้ว โดยส่ง email มาที่ CLOAKING เพื่อขออนุญาตเสียก่อน เนื่องจากข้อมูล และรูปภาพบางเรื่องและบางชิ้น เป็นของท่านผู้เขียน และท่านสมาชิก ที่ได้เขียนเรื่องต่างๆ และให้ขอยืมภาพต่างๆ มาลงไว้ ซึ่งทางผู้จัดทำเว็บไซต์ จำเป็นจะต้องขออนุญาต จากทางเจ้าของผลงานก่อนทุกครั้ง จึงเรียนมาเพื่อทราบ.

จำนวนผู้เข้าชม: 2713
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้101 
 เมื่อวานนี้173 
 สัปดาห์นี้864 
 เดือนนี้4250 
 ทั้งหมด629656 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 19 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่