เมื่อผมไปแม่ฮ่องสอนครั้งแรก ๑

ชวนเที่ยวทั่วไทย

alt 

ผมไปจังหวัดแม่ฮ่องสอนด้วยรถยนต์คันนี้ เป็นรถ เซอฟิโร่ 2000 ซีซี เกียร์อัตโนมัติ ขับสบายด้วยความเร็วสูง ปลอดภัยทั้งไปและกลับ และรถคันนี้ยังไปกับผมในระยะทางไกลๆหลายๆครั้งด้วยครับ.  

ผมไปเที่ยวที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนครั้งแรกเมื่อกว่า ๑๐ ปีมาแล้ว ตอนนั้นผมทำงานเป็นลูกจ้างของบริษัทค้าวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่งอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี มีลูกค้าของผมคนหนึ่งชื่อว่า ชัยพร แกมีชื่อที่เรียกกันทั่วไปว่า “เชน” ผมก็เลยเรียกแกว่าพี่เชน และแกก็เรียกผมว่าพี่เช่นเดียวกันตลอดมาเพราะว่าอายุใกล้เคียงกัน

   พี่เชนแกเป็นเจ้าของบริษัทก่อสร้างรายใหญ่พอสมควร เรียกว่าเป็นผู้รับเหมาในเรื่องการก่อสร้างต่างๆว่างั้นเถอะ มีลูกน้องเป็นร้อยคน พี่เชนมาซื้อวัสดุในการก่อสร้างต่างๆที่ร้านค้าที่ผมทำงานอยู่เป็นประจำ ทำให้ผมกับพี่เชนสนิทสนมกัน เนื่องจากความสนิทสนมกันนี้เอง บางวันในตอนเย็นๆเลิกงานแล้ว พี่เชนแกก็จะมาคุยกับผมที่บ้าน หรือบางทีก็มาชวนผมไปรับประทานอาหารข้างนอกกันเสมอๆ

   ในปีนี้คือปีที่ผมกำลังจะเล่าให้ฟังนี้ งานเทศกาลสงกรานต์ตามที่ต่างๆกำลังจะเริ่มขึ้น ในที่ต่างๆได้ฉลองกันล่วงหน้าไปบ้างแล้วก่อนจะถึงวันจริง คือวันที่ ๑๓ เมษายน ซึ่งเป็นวันสงกรานต์ ร้านค้าที่ผมทำงานอยู่จึงใกล้จะหยุดทำการเป็นเวลาหลายวัน เพื่อให้คนงานมีเวลากลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดนานๆ

 

alt

ผมเป็นพนักงานขายสินค้าหน้าร้านของร้านค้าวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่งที่พี่เชน (คุณชัยพร) มาซื้อเป็นประจำ

 

   ในวันนั้นพี่เชนมาซื้อของที่ร้านเหมือนที่เคยมาซื้อ ผมจดรายการของที่พี่เชนต้องการแล้ว และรับปากพี่เชนว่าจะส่งของไปให้ที่หน่วยงานในเช้าวันพรุ่งนี้
พี่เชนสั่งของเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่รีบกลับ ยังนั่งคุยกับผมอีกเป็นเวลานาน เพราะว่าไม่ได้มาเสียหลายวัน คุยกันไปคุยกันมาพี่เชนบอกผมว่า

  “ พี่แก้วผมจะไปที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนสัก ๒ – ๓ วัน พอดีมีธุระที่จะต้องไปพบกับเจ้าของงานก่อสร้างรายหนึ่ง เขามีงานปูพื้นบล็อกซีแพค (ที่มีลวดลายสวยๆ) ที่บริเวณโรงแรมใหญ่ในตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอน พี่แก้วจะไปกับผมไม๊ “ 

   เมื่อพี่เชนถามผมดังนี้ผมจึงถามรายละเอียดต่างๆ ในเรื่องของงานที่พี่เชนจะไปติดต่อก่อน แล้วจึงวกกลับมาถามว่า พี่เชนจะไปอย่างไร มีใครไปกันบ้าง ผมถามรายละเอียดต่างๆ เพื่อว่าบางทีผมอาจจะไปด้วยก็ได้ เพราะว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนนี้ผมยังไม่เคยไปเลย เมื่อมีโอกาสแล้วก็อยากจะไปเที่ยวสักครั้งหนึ่ง

   พี่เชนบอกว่า “ เราต่างคนต่างเอารถไปกันเอง ดีกว่าจะไปเครื่องบินจะได้ไปกันเรื่อยๆ ชมนกชมไม้ชมธรรมชาติกันไปในตัว ตอนนี้ผมชวนคนอื่นๆซึ่งเป็นเพื่อนๆไว้แล้ว ๒ – ๓ คน คิดว่าพวกเขาคงไปแน่ ”

   เนื่องจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนนี้ผมยังไม่เคยไปมาก่อนเลย ในครั้งนี้มีคนมานำทางและไปกันหลายๆคนด้วย ผมบอกพี่เชนว่า
“ผมจะปรึกษาคุณหวาน (ภรรยาของผม)” เสียก่อนแล้วผมจะโทรบอกนะครับ” พี่เชนคุยกับผมอีกสักครูแล้วแกก็ลากลับไป

  พี่เชนกลับไปแล้ว ผมจึงปรึกษากับคุณหวานภรรยาของผม ซึ่งทำงานเป็นลูกจ้างที่บริษัทนี้ด้วยกัน ปรึกษากันจนรอบคอบแล้ว ก็เป็นอันตกลงกันว่าจะไปแม่ฮ่องสอนกับพี่เชนด้วย ถือเสียว่าไปเที่ยวสงกรานต์ที่แม่ฮ่องสอนก็แล้วกัน ในวันที่ร้านค้าที่ผมทำงานอยู่นี้หยุดยาวๆ
     ในวันรุ่งขึ้นผมจึงโทรไปบอกพี่เชนว่า
    “ตกลงผมไปด้วยนะครับ ไปเมื่อไรส่งข่าวมาให้ผมรู้ล่วงหน้าด้วย”
     หลายวันต่อมาพี่เชนถึงได้โทรมาบอกผมว่า
   “ตกลงเรื่องจะไปแม่ฮ่องสอนกันนั้น เป็นอันว่านัดกันทุกคนพร้อมเพรียงแล้ว นอกจากมีผมและพี่แก้วแล้ว ก็มีเพื่อนๆอีก ๒ คัน รวมเป็น ๔ คันนะครับ”  แล้วพี่เชนก็นัดวันเวลาและสถานที่พบกัน ให้ไปพบกันตรงนั้นตามวันเวลาที่บอก จะได้ออกเดินทางพร้อมๆกัน

    เรื่องการเดินทางไปต่างจังหวัดไกลๆนั้น ในระยะนั้นผมกับคุณหวาน ภรรยาเดินทางกันบ่อยมาก จึงไม่มีปัญหาในการจัดเตรียมเสื้อผ้าของใช้ต่างๆ ตลอดจนการเช็คความพร้อมของรถให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด คราวนี้ก็เช่นเดียวกันแต่ต้องตรวจเช็ดระบบของรถต่างๆละเอียดมากยิ่งขึ้น เพราะจะเป็นการเดินทางที่ไกลมากเที่ยวหนึ่งทีเดียว

  เมื่อถึงวันนัดเราก็พร้อมหมดทุกอย่างแล้ว เช้ามืดจึงออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เที่ยวนี้มีรถที่ไปด้วยกันทั้งหมด ๔ คัน อย่างที่พี่เชนบอกไว้แล้วเท่านั้น ขับตามกันไปเรื่อยๆ บ่าย โมงเศษจึงถึงตัวเมืองเชียงใหม่

   ถึงเชียงใหม่แล้วเรื่องวุ่นๆก็เกิดขึ้น แทนที่พี่เชนแกจะออกจากเชียงใหม่ ไปแม่ฮ่องสอนเลยทีเดียว แกดันแวะไปหาเพื่อนของแก ที่ใกล้ๆโรงฟอกหนังที่สันกำแพงอีก แล้วแกก็คุยกันเพื่อนของแกเป็นเวลานานมาก ปล่อยให้พวกเราอีกหลายคนนั่งรอเดินรอกันอย่างกระสับกระส่ายวุ่นวายใจ

  รอกันจนเมื่อยแล้ว เห็นพี่เชนแกลุกขึ้นแล้วเพื่อนของแกคนนั้นก็ลุกตาม พวกผมก็คิดว่าเขาคงร่ำลากันแล้วจะได้ออกเดินทางเสียที พวกผมที่นั่งคอยอยู่นั้นเลยแสดงความดีใจกันใหญ่ แต่ที่จริงไม่ใช่อย่างนั้นพวกผมเข้าใจผิดซีดไปตามๆกัน เพื่อนของพี่เชนแกชวนพี่เชนไปกินอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แถวๆริมคลองใกล้ๆสนามกีฬา ๗๐๐ ปีต่างหาก

   ผมคิดว่าเอาละซีพี่เชนทำวุ่นแล้วงวดนี้  วันนี้คงไม่ได้ไปถึงแม่ฮ่องสอนกันแน่ๆ เพราะพี่เชนแกชอบนักหนาในเรื่อง การเติมดีกรีเข้าไปในร่างกายน่ะ  ผมพยายามทำใจทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว จะเอายังไงของแกก็เอา

   และคิดว่าจะบอกให้พี่เชนค้างคืนกันเสีย ที่เชียงใหม่สักคืนหนึ่งก่อนก็ได้ จะได้ไม่ต้องรีบเกินไป เพราะว่าทางไปแม่ฮ่องสอนทางด้าน อำเภอปาย ปางมะผ้านี้ เขาว่ามันโหดมาก ทางก็ขึ้นเขา สูงๆต่ำๆ โค้งก็มีตั้ง ๑๐๐๐ กว่าโค้ง

   แล้วเส้นทางนี้ผมยังไม่เคยมาเลย ได้นอนเสียที่เชียงใหม่สักคืนก็จะดีเป็นอย่างยิ่ง ผมคิดในใจว่าจะบอกแกอย่างนี้ แต่ถ้าผมบอกจริงๆแล้วพี่เชนแกจะเอาตามที่ผมบอกหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะแกถือว่าแกเป็นเถ้าแก่ใหญ่ แกมักไม่ค่อยเชื่อฟังใครง่ายๆหรอก ผมรู้จักพี่เชนดี

    พี่เชนนั่งกินเหล้าไปคุยกับเพื่อนของเขาไป ดูมีความสุขเสียเหลือเกิน เขาไม่ได้ห่วงเลยว่าเราจะต้องวิ่งไป จังหวัดแม่ฮ่องสอนอีกตั้งเกือบ ๒๐๐ กิโล ซึ่งเป็นถนนที่วิ่งเร็วไม่ได้ด้วย มีคนที่เคยเดินทางไปแล้วบอกว่า จากเชียงใหม่ไป ถึงแม่ฮ่องสอนรถวิ่งตั้ง ๔ – ๕ ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

   พวกผมอีกหลายคนที่นำรถมากันคนละคันนี้ ไม่มีใครแตะต้องเหล้าเลยครับ เพราะกลัวว่าจะขับรถไปไม่ได้ ก็นั่งรอเขาโดยการจิบน้ำอัดลมไปพลางๆ ผมอยากได้ยินพี่เชนแกบอกจริงๆเลยว่าคืนนี้จะค้างที่เชียงใหม่ แต่แกก็ไม่เอ่ยปากออกมาสักที

   สรุปแล้วบ่ายวันนั้นพี่เชนแกไม่ยอมค้างที่เชียงใหม่ บ่าย ๓ โมงกว่าจึงได้ออกเดินทางกัน พี่เชนแกสบายแล้วครับแกมึนของแกได้ที่แล้ว แกทำแบบยนี้ได้ก็เพราะว่าแกไม่ต้องขับรถเอง มีลูกน้องของแกคนหนึ่งที่นั่งมาด้วย ขับให้แกได้นอนหลับไปตลอดทาง

 

alt

  เริ่มเข้าเขตสุขาภิบาล อำเภอปาย เมื่อบ่ายมากแล้ว บ้านเรือนร้านค้ายังไม่หนาแน่นเหมือนในสมัยนี้

   จากเชียงใหม่รถยนต์ ๔ คันก็วิ่งลิ่ว ตามกันมาติดๆเป็นหาง ชั่วโมงกว่าๆก็ถึงอำเภอปาย ซึ่งในปัจจุบันนี้เป็นอำเภอที่ฮิตมากสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ ในเวลานั้นที่อำเภอปายนี้ยังไม่มีบ้านเรือนร้านค้ามากมายเหมือน สมัยที่ผมไปครั้งหลังๆเมื่อปีที่แล้วนี้ครับ  สองข้างทางโล่งๆ ริมถนนมีบ้านเรือนห่างๆกัน มีร้านค้าขายของกินของใช้ปลูกเป็นบ้านชั้นเดียว  (ผมเห็นมีร้านเดียว) ในละแวกนี้

 

alt

มองจากร้านค้าออกไป รถของผมและรถที่มาด้วยกันจอดอยู่ที่ลานกว้าง ตรงกันข้ามกับหน้าร้านค้า แถวๆนี้คิดว่ามีร้านค้าเพียงร้านเดียวเท่านั้น

   ที่ร้านค้านี้แหละตอนที่พวกผมมาถึง มีรถปิ๊กอั๊พและรถอีแต๋นรถใหญ่ๆสิบล้อที่ทำงานอยู่ในป่า จอดอยู่แล้วที่หน้าร้านหลายคัน

   รถพี่เชนนำเข้าไปจอดที่หน้าร้านค้าเป็นคันแรก ให้สัญญาณไฟกระพริบๆว่าจะแวะร้านค้านี่ละนะ สงสัยว่าพี่เชนแกอยากจะพักรถสักระยะหนึ่งก่อน ให้รถหยุดพัก พวกเราก็จะได้กินน้ำขวดกันแก้กระหายบ้าง

 

alt

         คุณชัยพร ((พี่เชน) ลงจากรถเดินไปยังร้านค้าเป็นคนแรก

   พอลงจากรถก็ได้ยินเสียงเฮ เฮ ดังลั่นมาจากข้างๆร้านค้า เดินไปดูก็เลยรู้ว่าพวกเขาหลายสิบคนกำลังดูโทรทัศน์ถ่ายทอด การต่อยมวยชิงแชมป์โลกกันอยู่ จำได้แค่สมาน ส.จาตุรงค์ ส่วนคู่ชกนั้นผมจำได้ว่าเป็นนักชกชาวต่างชาติแต่ชาติไหนผมจำไม่ได้เสียแล้ว

   มวยคู่นี้กำลังพันตูกันอยู่ในจอโทรทัศน์อย่างถึงอกถึงใจ ฝ่ายคนเชียร์ก็เชียร์กันสุดใจขาดดิ้นกันเลยทีเดียว
   ได้ยินเสียงพี่เชนพูดว่า “เฮ้ยวันนี้สมานต่อยนี่หว่า ไปๆดูกันสักหน่อยนะ ” เออ ... เอาเข้าไปดันมาเจอคนชอบมวยอีกแล้วเมื่อไรจะถึงแม่ฮ่องสอนกันละนี่ ผมรำพึงอยู่ในใจ แต่ไหนๆก็ไหนแล้ว เอาไงก็เอากัน ผมก็ฮึดสู้เป็นเหมือนกัน

   วันนั้นมวยก็ต่อยกันอึดทนเสียจริงๆ ต่อยกันครบทั้ง ๑๒ ยก (ลืมไปแล้วว่า สมาน ส.จาตุรงค์ ชนะหรือแพ้) ความหวังที่จะไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก่อนตะวันตกดินก็เป็นอันหมดสิ้นไป ตลอด ๑๒ ยกที่มวยต่อยกัน พี่เชนแกก็ดูมวยไป เติม รีเจนซี่ของแกเรื่อยไป..

 

alt

    พี่เชนแกตั้งใจดูมวยของแกภายในร้านค้าริมถนนที่อำเภอปาย

หมายเหตุ ภาพที่นำมาลงให้ชมกันนี้ เป็นภาพของผู้ไปเที่ยวและเป็นสถานที่จริงๆ ภาพไม่ชัดเพราะว่านำมาจาก VDO ที่ผมเป็นผู้ถ่ายทำมาเอง ภาพนิ่งไม่ได้ถ่ายไว้เลย จึงขออภัยต่อท่านผู้อ่านด้วยครับ

โปรดติดตามตอนต่อไปครับ ในเร็วๆนี้ ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น 

alt

   เขียนโดย ปฏิพัทธ์ ปลาทอง ๘ ต.ค. ๒๕๕๕

จำนวนผู้เข้าชม: 3748
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้101 
 เมื่อวานนี้173 
 สัปดาห์นี้864 
 เดือนนี้4250 
 ทั้งหมด629656 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 23 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่