แป้งขาว 2 (วันแม่)

บทความ-เรื่องสั้น

       

     วันนี้ แม่ดาจะพาย่าไปวัด เป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องไปด้วย ผมได้ยินแม่ดาคุยกับย่าว่าวันนี้เป็นวันแม่ ที่วัดมีการทำบุญตอนเช้า ตอนเย็นจะมีพิธีอะไรสักอย่างนี่แหละ เห็นย่าตื่นเต้นเตรียมหาเสื้อสีฟ้ามาใส่ตั้งแต่เช้า ผมไม่รู้ว่าทำไมใครต่อใครต้องใส่เสื้อสีฟ้า เดินออกมาจากบ้านสังเกตเห็นว่าทุกบ้านจะสวมเสื้อสีฟ้า พื้นบ้าง  ลายดอกบ้าง บางคนกางเกงหรือกระโปรงยังเป็นสีฟ้าอีก  ผมเดินตามแม่ดาและย่ามาถึงวัด ทีนี้แหละทั้งวัดมีแต่สีฟ้าเต็มไปหมด

      นอกจากผู้คนเป็นร้อยๆแต่งสีฟ้า ยังมีธงสีฟ้า ป้ายข้อความ ผ้าที่ประดับประดา ก็สีฟ้าหมดเป็นที่น่าฉงนยิ่งนัก  เสียงคนประกาศว่าวันนี้เป็นวันแม่ ขอให้ทุกคนแสดงความรักต่อแม่ คนที่แม่ตายแล้วก็ทำบุญให้แม่ และเราต้องภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกของแม่ คิดแล้วผมก็พลอยภูมิใจไปด้วย ก็ผมมีแม่ 2คน คือแม่ตาลและแม่ดา ขณะที่หมาตัวอื่นมีแม่เดียว และอีกมากมายไม่มีแม่น่าเศร้ากับเขาจริงๆ ถึงตอนนี้ผมได้รู้แล้วว่าสีฟ้าคือสีของวันแม่

         คนตำบลบ้านผมพร้อมใจกันมาทำบุญให้แม่ หน้าตายิ้มแย้ม ผมเห็นว่าเวลาเด็กเจอคนเฒ่าคนแก่ หรือคนที่อายุมากกว่าเขาจะยกมือไหว้เกือบทุกคน ผมนึกนิยมจริงๆ แม่ดากับย่านำของขึ้นบนศาลาวัดไปแล้ว ผมนั่งคอยอยู่หน้าบันไดด้านล่าง คุยกับเพื่อนฝูงซึ่งส่วนใหญ่มาอาศัยอยู่ที่วัด

         หมาในวัดนี้ส่วนมากนิสัยดีอายุแก่กว่าผมทั้งนั้น นานๆถึงจะเจอกันเลยคุยกันเสียมากมาย พวกเขาบอกว่าคืนนี้จะมีงาน มีหนังกลางแปลงมาฉายให้ดู มีร้านค้าขายของหลายอย่าง ผมเดินไปดูรอบๆเห็นเวทีประดับไฟ เขาจะทำไรกันนะผมสงสัยจริง
 
         ลุงด่าง บอกว่ามีการจุดพลุกันด้วย ผมไม่รู้หรอกว่าพลุคืออะไร แต่ลุงด่างว่ามันเสียงดังมาก เวลาจะดูมันต้องแหงนหน้าไปมองบนท้องฟ้า มันมีหลายสีสวยงามจนบอกไม่ถูก  ผมนึกว่าถ้าโชคดีคืนนี้มีคนที่บ้านมา ผมจะมาด้วยแน่นอน โธ่คุณก็แม่สอนผมว่าอย่าเชื่อในสิ่งที่เขาบอก
โบสถ์และศาลาวัดเจ็ดเสมียน
     แม่ดากับย่าขึ้นไปนานมากแต่ผมไม่เบื่อเลย คุยบ้างเล่นบ้าง สักพักเห็นผู้คนเดินลงมาผมมองหาเห็นแม่ดาประคองย่าลงมา ย่าร้องบอกผมว่า ‘แป้งขาวกลับบ้านกันเถอะ’ ผมร่ำลาเพื่อนๆแอบบอกพวกเขาว่าคืนนี้บางทีจะได้เจอกันอีก ระหว่างทางที่เดินกลับบ้านแม่ดาคุยกับย่าว่า ที่วัดนี้ดีถวายอาหารพระเป็นสำรับใครสำรับมัน ไม่ต้องถ่ายอาหารลงจานใหม่ พระฉันไม่หมดก็ทิ้งเสียหายของดีๆปะปนกันไม่น่าทาน ที่นี่เวลาพระฉันไม่หมดเจ้าของสำรับจะเอากลับบ้าน หรือจะแจกจ่ายให้ใครก็ตามใจ อีกอย่างทางวัดก็ไม่ต้องล้างถ้วยล้างจานอีก
 
      เมื่อถึงบ้านผมเห็นนายปราบรดน้ำต้นไม้อยู่ข้างรั้ว  นายปราบชอบดูแลต้นไม้ ตัดแต่งกิ่งให้สวยงามไม่รกเรื้อ ผมเห็นว่านี่เป็นเรื่องปกติของคนตำบลนี้ ผมเห็นหน้าบ้านทุกบ้านสะอาดสวยงาม มีต้นไม้ดอกไม้ประดับ ปลูกอย่างเป็นระเบียบมองแล้วน่าอยู่ ผมเห็นนายปราบถือกรรไกรตัดกิ่ง ไปทางกอต้นเข็ม ผมรีบวิ่งตามไป
 
       อยากบอกว่าตรงนั้นมีงูอาศัยอยู่เป็นงูแก่ๆ ผมเคยบอกให้เขาย้ายออกไปแต่เขาไม่ยอม บอกว่าอยากแก่ตายมากกว่าถูกตีตายหรือรถทับตาย นึกแล้วน่าเห็นใจงูเป็นสัตว์ที่มีรูปเป็นภัยกับตัวเอง เวลาคนเห็นงูจะคิดว่าดุร้าย ต้องรีบตีให้ตายก่อนจึงจะปลอดภัย แหม บางครั้งสิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่ก็ได้นะครับ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือเห่าเสียงดังๆให้เขารู้ตัวว่าอย่าโผล่ออกมา นายปราบเห็นเข้าผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร เพราะนายปราบเป็นห่วงย่า ห่วงทุกคนในบ้าน ผมว่านายปราบคงไม่ไว้ใจเขาหรอก
 
      ตอนเย็นหลังกินข้าวเสร็จแล้ว ผมเห็นย่าเตรียมเทียนไข หลายเล่ม ย่าทำกระดาษรูปกลมๆเจาะรู ย่าบอกกับพี่ปรางค์ว่าเวลาถือน้ำตาเทียนจะได้ไม่ไหลมาถูกมือ
 
       ค่ำนี้มีคนไปที่วัดจริงๆด้วยผมมักจะโชคดีอย่างนี้เอง ผมชวนแม่ไปด้วยแต่แม่ไม่ไปแม่บอกว่าผมไปแล้วใครจะอยู่เฝ้าบ้าน แม่ผมเป็นอย่างนี้แหละความรับผิดชอบมาก่อนเสมอ  คืนนี้เราไปกันหลายคน มีย่า แม่ดา พี่ปรางค์ และนายปราบ พี่ปรางค์และพี่ปรีดิ์อยู่หอพักที่โรงเรียน กลับบ้านทุกอาทิตย์
 
      พี่ปรางค์ชอบวาดรูปและถ่ายภาพ (มีผมเป็นนายแบบเสมอ ) ส่วนพี่ปรีดิ์ไม่รู้ว่าชอบอะไรผมเห็นพี่ปรีด์ทำหลายอย่าง เช่น ดูหนัง  ฟังเพลง เล่นกีต้าร์ อ่านหนังสือ เล่นเกมส์  ที่แน่ๆคือพี่ปรีดิ์ไม่ชอบไปไหนอยู่แต่ในบ้าน
 
     เรามาถึงวัดพบว่ามีคนมากันมากแล้ว ทุกคนใส่สีฟ้าเหมือนตอนเช้า ผมเห็นไฟหลากสีเป็นรูปต่างๆถึงกับอึ้งทีเดียว มันสวยงามเหมือนไม่ใช่วัดเดิมที่ผมมาเมื่อเช้า ผู้คนยิ้มหัวเราะทักทายกัน ย่าเดินไปซื้อขนมถังแตกย่าบอกว่าอร่อย ราคาไม่แพงและทำสดใหม่ดีกว่ากินขนมสมัยใหม่เยอะ ผมไม่เข้าใจที่ย่าบอกเลยจึงไม่ขอออกความเห็น ผมว่าพี่ปรางค์ก็คิดเหมือนผม เพราะเห็นเดินไปซื้อมันฝรั่งทอดกรอบมากิน
 
     นั่งกันสักครู่ผมได้ยินเขาประกาศ แล้วทุกคนก็ลุกขึ้นยืน ไฟดับมืด ผมตกใจคิดว่าเกิดอะไรขึ้น ที่แท้เขาเปลี่ยนมาจุดเทียนแทน โอ้โฮ ผมไม่คิดเลยว่าทุกคนมีเทียนมาด้วย ทุกคนถือเทียนที่จุดในความมืด มีคนเริ่มร้องเพลงแล้วทุกคนก็ร้องตาม เสียงดังไปทั่วย่าร้องเสียงดังกว่าใคร สีหน้าของย่าดูภูมิใจกับการได้ร่วมร้องเพลงนี้มาก
 
    เมื่อเพลงจบลงได้ยินเสียงบึ้ม  ดังแบบไม่เคยได้ยินมาก่อน ผมสะดุ้งสุดตัวพี่ปรางค์หัวเราะแล้วกอดผมไว้ ผมแหงนหน้าตามทุกคนขึ้นมองบนฟ้า ได้ยินเสียงแตกเปรี๊ยะๆ แล้วท้องฟ้าก็สว่างวาบขึ้นปรากฏไฟหลายสีระยิบระยับ ผมได้ยินเสียงคนฮือฮาและตบมือกันเกรียว ผมนึกถึงคำพูดของลุงด่างเมื่อเช้า ใช่แล้ว ต้องเป็นพลุแน่
 
    ยังไม่ทันคิดต่อก็มีเสียงบึ้มติดกันอีกหลายครั้ง แต่ละครั้งตามมาด้วยลูกไฟสีที่พุ่งขึ้นไปแล้วแตกออก เป็นไฟรูปร่างต่างๆกันบางลูกสีทองระยิบๆ สลับม่วงและขาว ผมตั้งหลักได้แล้วจึงไม่กลัวเสียงดังนั้นอีกต่อไป ผมชื่นชมพลุพร้อมกับคนในตำบล ทุกคนมีความสุขสีหน้าอิ่มเอมใจ
 
     ขากลับพี่ปรางค์คุยมาตลอดทางว่า ตำบลเรานั้นเหมือนหมู่บ้านไชน์ ของฮอบบิทในหนังเรื่องลอร์ดออฟเดอะริง  ผมไม่รู้เรื่องหรอกครับไม่เคยดู หากใครรู้บอกผมทีว่าเหมือนอย่างไร  แม่ดาบอกว่าตำบลเราเล็กแต่เข้มแข็ง ชาวบ้านมีความรู้แต่ไม่โอ้อวดมีอะไรก็ช่วยกัน
 
     หลายบ้านฐานะดีถึงขั้นดีมาก แต่ก็อยู่กันอย่างธรรมดาไม่ฟุ้งเฟ้อ ผมก็ว่าจริงเพราะเคยเห็นป้าลำจวน แกเดินนุ่งผ้าถุงใส่เสื้อเก่าๆ ถ้าไม่ใช่คนในท้องถิ่น จะรู้ไหมว่าแกรวยมาก มีกิจการหัวไชโป้วส่งออก และไปเที่ยวรอบโลกมาแล้ว

        ไม่ใช่แต่ป้าลำจวนคนเดียวหน้ามะม่วงปีกลาย ผมได้ยินพี่ปรางค์บอกย่าว่า น่าสงสารลุงคนที่มาตัดใบมะกรูดที่ไร่  พี่ปรางค์ขอให้ย่าแบ่งมะม่วงที่สวนของเราให้แกไปกินบ้าง  ย่าบอกว่าที่บ้านลุงมีมะม่วงมากกว่าบ้านเราเสียอีก แถมแกยังมีรถ 6 ล้อตั้งหลายคัน ให้คนเช่า

           นี่แหละหมู่บ้านผม ถ้าคุณเห็นคนแก่แต่งตัวปอนๆเดินข้างถนน อย่าคิดว่าแกยากจนเด็ดขาด ผมเห็นมาหลายคนแล้ว
 
     วกกลับมาเรื่องงานวันแม่ที่วัดแม่ดาบอกว่าเขาจัดทุกปี ผมสัญญากับตัวเองว่าจะไม่พลาดต้องไปทุกปีให้ได้ ผมอยากดูพลุอีก คุณอาจจะสงสัยว่าผมจะรู้ได้อย่างไรผมก็สังเกตน่ะซิครับ วันไหนที่คนในตำบลผมเขาใส่เสื้อสีฟ้ากัน ค่ำนั้นแหละจะมีพลุ อ๊ะ..! คุณอย่าคิดว่าหมาตาบอดสีจะรู้ได้อย่างไร  ผมบอกให้ก็ได้สำหรับคนที่ไม่รู้นะครับ    หมาน่ะ ตาบอด 2 สี คือ สีแดง กับสีเขียวครับ..

 

 

 

ต้องการอ่านในตอนต่อไป โปรดคลิ๊กที่   แป้งขาว ๓   ได้เลยครับ

จำนวนผู้เข้าชม: 1526
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้131 
 เมื่อวานนี้163 
 สัปดาห์นี้902 
 เดือนนี้3406 
 ทั้งหมด651682 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 16 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่