ไปลงนามถวายพระพร

บทความ-เรื่องสั้น

ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ พระชนม์มายุยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ครอบครัวสุวรรณมัจฉา

  ในตอนเช้าของวันศุกร์ที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ที่ผ่านมาไม่กี่วันมานี้ คุณหวานภรรยาของผมได้บอกว่า ในวันนี้ซักตอนเที่ยงไปแล้ว เราไปถวายพระพรในหลวงกันที่โรงพยาบาล ศิริราช กันนะ

     ผมก็ว่าดีเหมือนกัน ครั้งก่อนๆที่ในหลวงท่านทรงพระประชวร มีผู้คนทุกสารทิศไปถวายพระพร และบางคนก็ถึงกับไปนอนเฝ้ากันที่ สนามหญ้าหน้าตึก ศิริราช ๑๐๐ ปีก็มีมากมายดังที่โทรทัศน์หลายช่องก็ถ่ายมาให้ได้ดูได้เห็นกัน

     ในครั้งนั้นๆผมก็ตั้งใจว่าจะไปๆ จนในที่สุดก็ไม่ได้ไป พอมาครั้งนี้จึงดีใจที่จะได้ไปกัน พอถึงตอนเที่ยงลูกชายคนโตก็ขับรถไปรับลูกของเขาที่อยู่ที่โรงเรียนไม่ไกลจากบ้านเท่าไรนักกลับมาก่อน พวกผมก็แต่งตัวเสร็จกันพอดี

    สักบ่ายโมงก็ออกจากบ้านกัน ครั้งนี้เราไปกันทั้งหมดที่อยู่ที่บ้านเดียวกันนี้ คือลูกชาย ลูกสะไภ้ หลานสาว คุณหวานและตัวผมรวม ๕ คนเท่านั้น นานๆจะเข้ากรุงเทพฯสักที รถรามันมากมายจนเวียนหัวไปหมด 

  ผมถามลูกชายว่าเราจะไปจอดรถกันในโรงพยาบาลเลยจะมีที่จอดหรือ ลูกชายบอกว่าคงไม่มีที่จอดหรอกตามโรงพยาบาลที่ใหญ่ๆต่างๆจะเป็นเหมือนกันหมด คือไม่มีที่จอดรถโดยมากคนที่จะหาหมอ ที่โรงพยาบาลก็อาศัยรถประจำทางหรือรถแท็กซี่ไปกัน

     ผมถามว่าแล้ววันนี้เราจะเอารถไปจอดกันที่ไหนดี ลูกชายบอกว่าเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน จะไปอาศัยจอดไว้ที่บ้านเพื่อน อยู่แถวๆวัดบางยี่ขัน ซึ่งไม่ไกลจากโรงพยาบาลศิริราชเท่าไรนัก 

   ผมก็ว่าก็ดีเมื่อเราหาที่จอดกันได้แล้วเราก็เรียกรถแท็กซี่ไปกัน ใกล้ๆแค่นี้คงไม่กี่บาทหรอก แล้วลูกชายก็โทรศัพท์ไปบอกเพื่อนเขาไว้ก่อน ว่าจะมาอาศัยที่บ้านจอดรถสักหน่อยเขาก็ไม่ได้ขัดข้องออะไร

   เมื่อรถวิ่งเข้าซอยผ่านวัดบางยี่ขันไปอีกไม่นาน ก็ถึงบ้านเพื่อนของลูกชายที่เราจะมาขอจอดรถไว้ชั่วคราว เพื่อนของลูกชายคนนี้ชื่อ นายปาน วะสี เป็นบุตรชายของ นายแพทย์ประเวศ วะสี ซึ่งบางท่านคงได้ยินชื่อของท่านมาบ้าง 

   นายปานและลูกชายของผมนั้นเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่คณะสถาปัตย์กรรมศาสตร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในตอนนั้นบางครั้งลูกชายของผมก็เคยไปค้างคืนที่บ้านเขา เมื่อร่วมกันทำโปรเจ็คสมัยที่เรียนหนังสือด้วยกันอยู่บ่อยๆ

   เมื่อจอดรถได้เรียบร้อยแล้ว ก็เดินออกมาจากบ้านนายปาน ไม่ไกลมากนักก็ถึงถนนใหญ่แล้วก็เรียกรถแท็กซี่บอกให้ไปส่งที่ โรงพยาบาลศิริราชทันที

    ไม่นานนักก็เข้ามาในเขตโรงพยาบาลศิริราช เห็นเขากำลังก่อสร้างตึกสูงใหญ่หลายตึกซึ่งยังไม่เสร็จคิดว่าจะเป็นด้านหลังของโรงพยาบาล 

    ตรงที่กำลังสร้างตึกใหม่นี้ลูกชายบอกว่า เป็นที่ของการรถไฟเป็นสถานีรถไฟเก่าที่ได้เลิกไปแล้ว คือสถานีรถไฟบางกอกน้อยนั่นเอง

   สถานีรถไฟบางกอกน้อยนี้เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่มาก เป็นสถานีต้นทางที่จะเดินทางไปทางภาคใต้ เมื่อเลิกยุบไปแล้วที่ดินส่วนหนึ่งจึงให้โรงพยาบาลศิริราชได้ใช้ประโยชน์ ดีกว่าทิ้งร้างอยู่เปล่าๆ

  รถแท็กซี่พาเราทะลุมาถึงตึกหลังหนึ่ง แล้วบอกว่าผมส่งได้แค่นี้เองครับ ช่วยเดินไปอีกนิดเดียวก็ถึงสถานที่ๆเขาลงนามถวายพระพรกัน พวกเราจึงลงจากรถจ่ายเงินไปแค่ ๔๕ บาทเท่านั้นเอง นับว่าถูกและสะดวกดีกว่าที่เราจะมาวนเวียนหาที่จอดในโรงพยาบาล สุดท้ายจะได้ที่จอดหรือเปล่าก็ไม่รู้

  เมื่อเดินมาได้ไม่ไกลนัก(เดินภายในบริเวณโรงพยาบาลซึ่งกว้างใหญ่มาก)ก็มองเห็นตึกศิริราช ๑๐๐ ปีอยู่ข้างหน้า มีอนุสาวรีย์ของสมเด็จพระบรมราชชนกอยู่หน้าตึกศิริราช ๑๐๐ ปีนั้น 

 เห็นคนเดินกันขวักไขว่และคิดว่า นี่ขนาดเป็นวันธรรมดาคนยังมากพอสมควร แต่ถ้าเป็นวันหยุดคนแน่นมากกว่านี้แน่เลย นับว่าโชคดีที่ไม่ต้องมาแออัดเบียดเสียดกันมากมายนัก

  ผมให้ลูกชายถ่ายรูปไว้นิดหน่อย เพื่อมาเสนอให้ท่านผู้อ่านที่ยังไม่เคยได้ไปจะได้เห็นบ้าง ดังรูปที่ได้เสนอมานี้นะครับ

 

 

ด้านหน้าตึกศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี ด้านข้างๆที่สนามหญ้ามีคนมาปูผ้านั่งกันตลอดแนว

    เข้าไปข้างในตึก ๑๐๐ ปี ก่อนจะลงนามถวายพระพร จะต้องถอดรองเท้าที่บันไดเสียก่อน แล้วจึงขึ้นไปกราบพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงก่อน
การกราบนั้นกราบ ๑ ครั้งไม่ต้องแบมือ แล้วกลับลงมาใส่รองเท้า เข้าไปลงนามถวายพระพร โดยไม่ต้องถอดรองเท้าครับ

    เสร็จแล้วก็เดินเข้าไปลงนามถวายพระพร ในที่โต๊ะที่เขาจัดเอาไว้เป็นแถวๆ การลงนามถวายพระพรนั้น ก็เพียงแต่เขียนชื่อของเราเฉยๆไม่ต้องเขีนอะไรทั้งสิ้น ได้รับความสะดวกจากพนักงานที่คอยดูแลเป็นอันมาก ในภาพนั้นถัดจากผู้เขียนไปก็เป็นคุณหวาน เด็กหญิงจิรดา (หลาน) แล้วก็คุณลัดดา (ลูกสะไภ้) ที่มาด้วยกัน

 

จิรวัฒน์ สุวรรณมัจฉา บุตรชายกำลังเขียนชื่อลงไป ขอให้สังเกตดูคนที่นั่งอยู่ทางด้านในนั้น เป็นเจ้าหน้าที่ๆคอยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาลงนามถวายพระพรนี้ซึ่งได้รับความสะดวกเป็นอย่างมาก

กลุ่มเจ้าหน้าที่ๆคอยให้ความสะดวกกับผู้ที่มาลงนามถวายพระพร

 

เสร็จแล้วออกมาถ่ายรูปกันไว้สักหน่อย เพื่อเป็นที่ระลึกไว้ให้ลูกหลานเด็กรุ่นหลังได้ดูกัน เมื่อเวลาได้ล่วงเลยไปอีกหลายสิบปี

จิรวัฒน์ กับ จิรดา สุวรรณมัจฉา   ก็ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกด้วย 

      เสร็จแล้วออกมาถ่ายรูปกันที่หน้าตึก ศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี พักหนึ่งจึงกลับไปเอารถที่จอดไว้ที่บ้านนายปาน เมื่อเวลา บ่าย ๓ โมงกว่าๆ ไหนๆมาถึงนี่แล้ว ก็เลยกลับไปดูบ้านเสียหน่อยที่ปากเกร็ด จากนั้นก็กลับบ้านกัน ถึงบ้านเกือบ ๓ ทุ่มด้วยความปลอดภัย.

  www.chetsamian.org  ขอสงวนลิขสิทธิ์ข้อมูลและรูปภาพบนเว็บไซต์ทั้งหมด โดยไม่อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ ทำซ้ำ แก้ไข หรือ ดัดแปลง ไม่ว่าจะเป็นบางส่วนหรือทั้งหมด หากท่านใดต้องการข้อมูลบนเว็บไซต์ www.chetsamian.org      กรุณาติดต่อ นายแก้ว โดยส่ง email ไปที่    CLOAKING เพื่อขออนุญาติเสียก่อน เนื่องจากข้อมูลและรูปภาพบางเรื่องและบางชิ้น เป็นของท่านผู้เขียนและท่านสมาชิกที่ได้เขียนเรื่องต่างๆ และให้ขอยืมภาพต่างๆมาลงไว้ ซึ่งทางผู้จัดทำเว็บไซต์จำเป็นจะต้องขออนุญาตจากทางเจ้าของผลงานก่อนทุกครั้ง จึงเรียนมาเพื่อทราบ.

จำนวนผู้เข้าชม: 3312
ความเห็น (1)Add Comment
อ.ปลาทอง
...
เขียนโดย อ.ปลาทอง , ธันวาคม 08, 2010
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ทรงพระเกษมสำราญตลอดกาลตลอดไป

report abuse
vote down
vote up
Votes: +0

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้146 
 เมื่อวานนี้142 
 สัปดาห์นี้1059 
 เดือนนี้3563 
 ทั้งหมด651839 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 90 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่