นายยอดคนซื่อ

บทความ-เรื่องสั้น

     พอใกล้จะถึงปีใหม่ หลายๆคนก็คิดจะทาสีบ้าน ทาสีประตูรั้ว บ้างก็ตัดแต่งต้นไม้ที่รกให้ดูเรียบร้อยสะอาดตาขึ้น บ้านถัดจากบ้านเราไปอีกสองหลัง เห็นพ่อบ้านเขาลงทุนตัดต้นไม้เอง อาจจะต้องการประหยัดก็ได้ แถมต้นไม้ต้นที่ตัดก็เล็กเสียเมื่อไหร่ มันคือต้นสัตตบรรณที่สูงเลยชายคาบ้าน  แกบอกว่าต้นมันเริ่มใหญ่ รากมันกำลังชอนเข้าไปในกำแพงบ้าน ถ้าเก็บไว้กำแพงบ้านพังแน่ๆ

  เราเลยต้องหันมามองบ้านตัวเองเพราะหน้าบ้านก็ปลูกต้นสัตตบรรณไว้ต้นหนึ่งเหมือนกัน พอฟังเขาพูดก็ทำให้เป็นกังวล เคยคิดอยากตัดเหมือนกันแต่เสียดายความร่มรื่นเย็นสบายที่มีต้นไม้อยู่หน้าบ้าน จะบอกก่อนว่า บ้านแถวนี้ถ้าเป็นต้นไม้ใหญ่เช่นต้นมะม่วง  ขนุน มะยมหรือสัตตบรรณ  เขาจะปลูกกันนอกกำแพงบ้าน ในบ้านจะเป็นต้นไม้ที่ปลูกในกระถางเสียมากกว่า

       หนึ่งสัปดาห์ก่อนวันปีใหม่ ตอนนั้นประมาณเก้าโมงเช้า เรามองออกไปนอกรั้วบ้าน (เป็นถนนที่ใช้สัญจรไปมา) ก็เห็นผู้ชายอายุประมาณ  35 ปี นุ่งกางเกงขาสั้นคลุมเข่าเสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำเงินดูมอมแมม ใส่รองเท้าฟองน้ำ ขี่รถมอเตอร์ไซด์เก่าๆ ข้างหลังบรรทุกถังสแตนเลสขนาดเท่าถังดับเพลิงใบย่อมๆมีสายฉีดพะรุงพะรัง (ตอนหลังถึงได้รู้ว่าเป็นถังบรรจุน้ำยาสำหรับกำจัดปลวก)

      ชายคนนี้ขี่มอเตอร์ไซด์มาวนอยู่หน้าบ้านเราสองรอบ ตามองขึ้นไปยังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่นอกรั้วบ้าน เจ้าหมาสองตัวที่แสนจะหวงบ้านก็ระดมเห่าเป็นการใหญ่ ลืมบอกไปว่านอกกำแพงบ้านนอกจากต้นสัตตบรรณแล้ว ยังมีต้นขนุนใหญ่ที่โตผิดรูปทรงคือต้นโค้งออกไปเกือบกลางถนนและมีต้นมะม่วงที่กำลังมีดอกอีกสองต้น

       แล้วเขาก็ตะโกนเรียก “น้าครับ น้าครับ” เราเปิดประตูบ้านแล้วเดินไปที่กำแพงบ้านทั้งๆที่ในใจนึกกลัว แม้จะเป็นเวลากลางวันก็ตาม เพราะไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหน มองบ้านข้างๆเห็นปิดบ้านกันหมด ไม่มีคนอยู่เลย แต่คิดอีกทีถ้าเราไม่ให้เขาเข้าบ้านเสียอย่างและเรามีหมาดุอีกสองตัว ก็ไม่น่าจะเป็นอะไร 

      “ทำไม มีอะไรหรือ” เราถาม ทำเสียงแข็งๆไว้ก่อน

     “ต้นไม้บ้านน้าต้นนี้” เขาชี้มือไปที่ต้นสัตตบรรณ “ มันกำลังสูงถึงสายไฟฟ้าแล้วน้า ถ้าต้นมันโตมากกว่านี้ รากมันจะชอนเข้าไปในกำแพงบ้าน ทำให้กำแพงบ้านแตกร้าวหรือพังได้  น้าจะตัดไหมล่ะ ผมคิดไม่แพงหรอก” 

       แล้วเขาก็บรรยายถึงสรรพคุณและผลงานของเขาว่า การตัดต้นไม้ต้องตัดให้เป็น ต้องค่อยๆเลาะที่ละกิ่งแล้วจึงตัดลำต้น ไม่เช่นนั้นอาจล้มลงมาโดนกระเบื้องแตกได้ คนตัดต้องแข็งแรง มีดต้องคม ตัดทีเดียวขาด ตอนปีนขึ้นหลังคาต้องปีนเป็นด้วย มิเช่นนั้นจะทำให้กระเบื้องหลังคาแตกได้  

      “นี่ผมก็เพิ่งตัดมาต้นหนึ่ง เจ้าของบ้านเป็นนายพัน อยู่เลยหมู่บ้านน้าไปทางโน้น เขาชอบใจผมมากเลย”  เขาชี้ไม้ชี้มือ เราไม่รู้เขาชี้มือไปทางหมู่บ้านไหน “นี่เขาก็นัดให้ผมไปทาสีประตูรั้วบ้านน้าจะทาไหมล่ะ เอาสีแดงก็ได้สวยดี  ผมทำได้ทุกอย่างแหละน้า กำแพงบ้านน้าเก่าแล้วนะ ทาสีเมื่อไรบอกผมได้เลย ผมอยู่แถวๆนี้แหละ”

        แต่เราว่าเราเพิ่งเคยเห็นตาคนนี้เป็นครั้งแรกนะเนี่ย  ยังนึกอยู่ในใจว่าแกมาจากไหน  อีกใจหนึ่งคิดว่าแกคงหารับจ้างมาเรื่อยๆ เผื่อมีงานให้ทำ  ก็ยังดีที่เขาทำงานสุจริต ถ้าเป็นอย่างนี้ เราก็อยากจะช่วยเหลือให้เขามีงานทำเหมือนกัน  

      “น้า น้า หลังคาบ้านน้า (เป็นชายคากันแดด) มีกระเบื้องแตกอยู่สองแผ่น น้าเปลี่ยนไหมล่ะเดี๋ยวผมจัดการให้    อ้อ ! น้า เกือบลืมไป  ปลวก ปลวก  บ้านน้ามีปลวกขึ้นไหม ผมมีบริการกำจัดปลวกด้วยนะ”  เราชักรำคาญความเก่งของแกเสียจริงๆ

      “นี่เธอ เอาเรื่องต้นไม้ก่อนดีกว่า แล้วเธอชื่ออะไรล่ะ” คิดว่ารู้ชื่อไว้ก่อนท่าจะดี

     “ผมชื่อ ยอด ครับ  วันหลังน้าเรียกใช้ผมได้เลย ผมหางานทำอยู่แถวนี้แหละครับ”

       สอบถามสนนราคาก็เป็นอันตกลงกันว่าตัดต้นสัตตบรรณคิดสองร้อยบาท  แล้วตัดต้นขนุนด้วยล่ะคิดเท่าไร นายยอดบอกขอเป็นสี่ร้อยบาทแล้วกัน นี่รวมทั้งค่าขนไปทิ้งด้วย รับประกันว่าจะเก็บกวาดให้เรียบร้อยเลย  แกบอกว่าตอนตัดไม่เท่าไรแต่ตอนขนไปทิ้งนี่สิ ยิ่งต้นใหญ่ๆแบบนี้ ต้องใช้วิธีลากไป

      “นายยอด เธอต้องเอาไปทิ้งไกลๆนะ อย่ามาทิ้งแถวนี้ เดี๋ยวชาวบ้านเขาด่าฉันแย่เลย”

      “รับรองครับ น้า”  

       เป็นอันตกลงค่าจ้างกันสี่ร้อยบาท ขณะที่นายยอดกำลังตั้งท่าจะปีนขึ้นไปตัดต้นสัตตบรรณนั้น  เราก็ได้เห็นความจริงที่น่าตกใจคือเห็นแขนซ้ายของแกที่โผล่พ้นแขนเสื้อ มีลักษณะแบบคนพิการมาแต่กำเนิดคือลีบเล็กและมีแค่ข้อศอกเท่านั้น เรายังเห็นมีนิ้วเล็กๆที่งอกออกมาจากปลายแขนนั้นด้วย 

        เหตุที่บอกว่าตกใจเพราะคิดว่าแล้วแกจะทำงานแบบนี้ได้หรือ  หรือเพราะแกต้องดิ้นรนเพื่อปากท้องไปวันๆ งานอะไรทำทั้งนั้น  ตอนนั้นเลยตัดสินใจว่านายยอดทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น จะให้แกสี่ร้อยตามที่ตกลงไว้ เป็นการช่วยเหลือแกด้วย 

       แต่ผิดคาด ! เพราะนายยอดตัดต้นไม้ด้วยมือข้างเดียวอย่างคล่องแคล่ว สักครู่แกก็เลาะกิ่งต้นสัตตบรรณจนเหลือแต่ลำต้น แล้วแกก็ไต่ลงมาตัดโคนต้นซึ่งตรงนี้ออกจะใช้เวลาเพราะโคนต้นค่อนข้างใหญ่ แกจะลากไปทิ้งทั้งท่อนคงไม่ไหว แกเลยต้องตัดออกเป็นสองท่อน  ต้นขนุนแกก็ทำในลักษณะเดียวกันจนเสร็จทั้งสองต้น 

       ต่อไปนี้ก็เป็นเรื่องของการขนกิ่งไม้ท่อนไม้ไปทิ้ง  “น้า น้ามีเชือกให้ผมยืมหน่อยไหม พอดีผมไม่ได้เอาเชือกมา  ผมจะเอามาผูกกิ่งไม้ท่อนไม้กับท้ายรถมอเตอร์ไซด์แล้วลากไปทิ้ง” เผอิญที่บ้านมีเชือกไนล่อนเก่าๆอยู่เส้นหนึ่ง เอาไว้ใช้ผูกของเป็นประจำในรถปิ๊คอัพ เลยไปหยิบให้แกยืมไปใช้ผูกกิ่งไม้ท่อนไม้ก่อน 

       แกลากไปทิ้งอยู่หลายเที่ยวกว่าจะหมดเล่นเอาเหนื่อย แถมกวาดใบไม้ใบหญ้าบนถนนหน้าบ้านเสียจนเรียบร้อย 

      “ขอบใจมากนะ นายยอด นี่สี่ร้อยตามที่ตกลง” เราพูดพร้อมกับยื่นเงินให้ นายยอดยกมือไหว้ขอบคุณ “น้า มีอะไรเรียกใช้ผมได้นะ ผมทำได้ทุกอย่าง  ผมลาละครับ” แล้วแกก็ขี่รถมอเตอร์ไซด์คันเก่าออกไปตามถนนหน้าหมู่บ้าน 

       เฮ้อ ! ตัดต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านออกไปสองต้นดูโล่งดี เราเดินสำรวจไปมาแล้วก็เข้าบ้าน สักพักก็ได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซด์มาจอดอยู่หน้าบ้านและเสียงเรียก “น้า น้า”

       มีอะไรอีกล่ะ เราคิดในใจ  เป็นมุขหรือเปล่า เงินก็ให้ไปแล้วนี่นา

      “ผมเอาเชือกที่ยืมมาคืน ผมลืมจริงๆ ต้องขอโทษน้าด้วย”

     “ไม่เป็นไร นายยอดเอาไปใช้เถอะ ไม่ต้องคืนหรอก” ตอนนั้นเราไม่ได้สนใจเรื่องเชือก ลืมไปแล้วด้วยซ้ำไป

     “ไม่ได้ ไม่ได้ ผมเป็นคนที่ไม่เอาของใครเด็ดขาด ขอบคุณน้ามาก” แล้วแกก็ขี่รถมอเตอร์ไซด์กลับไปทางเดิม 

      คนที่ซื่อสัตย์อย่างนายยอดจะมีซักกี่คนเชียว  ขอเรียกแกว่า  “นายยอดคนซื่อ”

      ก็น่าจะได้นะท่านผู้อ่าน หรือท่านว่าไง...... 

       แล้วพบกันใหม่   สวัสดี.

     

อ.ปลาทอง

จำนวนผู้เข้าชม: 1950
ความเห็น (3)Add Comment
0
...
เขียนโดย คนรุ่นใหม่ , มกราคม 19, 2010
คนลักษณะนี้ต้องเป็นคนที่รักในอาชีพของตัวเองจริงๆ จึงไม่ได้เห็นแก่เล็กแก่น้อย จึงเป็นคนดีในสังคมได้คนหนึ่ง แต่ต้องปฏิบัติตัวอย่างนี้ตลอดไป

ตรงกันข้ามกับคนอีกพวกหนึ่งที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ มีโอกาสเมื่อไรเป็นเอา ลักเล็กโขมยน้อยไม่ได้ยึดถืออาชีพของตัวเองเป็นสำคัญ

ขอขอบคุณ คุณอ.ปลาทอง ที่ได้นำรื่องนี้มาเสนอ ได้ชี้ให้เห็นว่าคนที่ทำดี ซื่อสัตย์ เป็นอย่างไร
ขอติดตามผลงานต่อไป
report abuse
vote down
vote up
Votes: -1
นายแก้ว (kaew)
...
เขียนโดย ส.เสริมสวย , มกราคม 29, 2010
เกี่ยวกับเรื่องต้นไม้ที่เจ้าของบ้าน มักจะชอบปลูกเอาไว้ ภายในรั้วบ้านนั้น และมักจะปลูกต้นไม้ใหญ่ๆเอาๆไว้ เช่นต้นมะม่วงเป็นต้น อาจจะเห็นว่าให้ร่มเงาดี และก็จะมีผลพลอยได้เมื่อถึงหน้ามีลูกแล้วก็จะได้กินด้วย

ถ้าหากว่าบ้านที่มีเนื้อที่มากๆก็ไม่เป็นไร แต่บ้านขนิดที่เป็นบ้านจัดสรรทั่วๆไป มักจะมีเนื้อที่ไม่เกิน ๑๐๐ ตารางวา เฉพาะตัวบ้านอย่างเดียวก็เกือบเต็มเนื้อที่ไปแล้ว จึงไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ๆภายในรั้วบ้านเป็นอันขาด ตอนที่มันยังเล็กๆก็ดูสวยดี แค่ตอนที่มันโตขึ้นมาแล้วก็จะมีปัญหาตามมามากมาย ยกตัวอย่างเช่น กิ่งก้านสาขาของมันมักจะล้ำไปในรั้วบ้านข้างเคียง ใบมักจะปลิวเข้าไปในบ้านคนอื่น ทำความไม่พอใจให้บ้านข้างเคียงเสมอ บางครั้งถ้ามีลมแรงอาจจะพัดเอากิ่งมันหักฟาดชายคาบ้านของบ้านข้างเคียงได้ และถ้ามันโตมากๆเข้า คิดว่าจะต้องโค่นทิ้งแล้ว ก็ยังจะต้องเสียค่าโค่นอีก ๓๐๐ - ๕๐๐
เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ๆเอาไว้ภายในรั้วบ้านเด็ดขาด เหมือนที่ผู้เขียนเคยมาแล้ว

แต่ถ้าอยากปลูกก็ไม่เป็นไร ไม่มีใครห้ามหรอกครับ
report abuse
vote down
vote up
Votes: +0
อ.ปลาทอง
...
เขียนโดย รุ้งตะวัน , มกราคม 29, 2010
ที่บ้านดิฉันก็กำลังมีเรื่องแบบนี้เหมือนกัน ข้างบ้านติดกันปลูกต้นจำปีซึ่งตอนนี้ต้นใหญ่มาก กิ่งก้านมันก็มักจะยื่นล้ำเข้ามาในเขตบ้านดิฉันเป็นประจำ มิหนำซ้ำใบมันก็ร่วงทำให้เราต้องคอยกวาดทุกวัน

เผอิญเจ้าของบ้านเขาก็ค่อนข้างจะเกรงใจดิฉันมากและเป็นคนน่ารัก เธอบอกว่าถ้าใบร่วงก็ให้เก็บโยนเข้าไปในบ้านเธอได้เลย พอกิ่งใบยื่นมากๆ เธอก็จะจ้างคนมาตัดเสียที่หนึ่ง

แต่ตอนนี้ปัญหาที่เกิดก็คือจะมีนกหลายชนิดเข้ามาเกาะที่กิ่งไม้ พอเช้ามืดก็เริ่มมากันเยอะแยะ ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว ที่สำคัญมันมาถ่ายมูลเต็มไปหมด นี่แหละคือปัญหา...
report abuse
vote down
vote up
Votes: +0

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้143 
 เมื่อวานนี้142 
 สัปดาห์นี้1056 
 เดือนนี้3560 
 ทั้งหมด651836 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 42 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่