คุณอยากให้เจ็ดเสมียนในอนาคตเป็นอย่างไร ?

บทความ-เรื่องสั้น
alt 
 
ตลาดเจ็ดเสมียนในปัจจุบันนี้
 
คุณอยากให้เจ็ดเสมียนในอนาคตเป็นอย่างไร ? นี่เป็นกระทู้ถามสดในสภาเทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน ซึ่งลุงแก่น เกาะสมบูรณ์ ได้ลุกขึ้นแสดงความเห็น ดังนี้
 
 
 เรียนท่านสมาชิกผู้ที่ตั้งกระทู้ที่นับถือ ข้าพเจ้า  “ลุงแก่น เกาะสมบูรณ์ “ ขอมีส่วนร่วมออกความเห็นในการตอบกระทู้ของท่านเจ้าของกระทู้ที่ตั้งว่า “อยากจะให้เจ็ดเสมียนของเราในอนาคตเป็นอย่างไร ”
 
ก่อนอื่นกระพ้มขอวิเคราะห์คำถามของท่านก่อน ที่ท่านถามมานั้นหมายความว่า ในปัจจุบันนี้เจ็ดเสมียนของเราจะมีพื้นฐานต่างๆ เป็นอย่างไรก็ชั่งไม่ต้องพูดถึง เอาแต่ในอนาคตก็แล้วกันว่าอยากให้ตำบลเจ็ดเสมียน เป็นอะไรหรือเป็นอย่างไร แม้ว่าในอนาคตจะเป็นได้หรือไม่ได้ก็ตาม ตามที่ท่านตั้งกระทู้มาอย่างนี้ถูกต้องไหมขอรับ
 
 กระพ้มจึงขอออกความเห็น (ซึ่งความคิดเห็นของกระพ้มนี้ จะยาวสักหน่อยและเป็นความเห็นของกระพ้มคนเดียว ใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร)
 
อย่างแรกเลยนั้น กระพ้มอยากจะให้ตำบลเจ็ดเสมียนของเรา มีเทศบาลตำบลที่เข้มแข็ง เอาใจใส่ดูแลทุกข์สุขประชาชนอย่างจริงจัง รับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนทุกเรื่องไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นพวกของใคร
 
มีปัญหาขัดข้องในสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ หรือภัยภิบัติต่างๆ เทศบาลต้องเข้าช่วยเหลือประชาชนโดยด่วนอย่างเต็มที่ ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ต้องเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนคนเจ็ดเสมียน เป็นหลัก
 
alt
 
คุณอุดมลักษณ์ กาญจนอร่ามกุล (กลาง) นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน ในปัจจุบันนี้ ส่วนคนทางซ้ายคือกำนันตำบลเจ็ดเสมีัยนในปัจจุบันนี้ 
 
ข้อสำคัญที่สุดคือผู้บริหารทุกคนที่เข้ามาบริหารเทศบาลโดยการเลือกตั้งมาจากประชาชนนี้ จะต้องไม่ทำตัวเป็นเจ้านายกับประชาชน เพราะว่าประชาชนเป็นผู้เลือกท่านเข้ามาปฏิบัติหน้าที่อันมีเกียรตินี้  ท่านต้องเห็นว่าประชาชนคือเจ้านายของท่าน
 
อันนี้เป็นข้อแรกเบื้องต้นที่กระพ้มอยากให้เป็นอย่างนี้ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตที่ท่านผู้ตั้งกระทู้ถามมา ขอให้ท่านผู้บริหารทั้งหลายปฏิบัติตัวตามนี้ (ถ้าปัจจุบันนี้ท่านปฏิบัติตัวตามนี้แล้วก็ขอให้ทำตลอดไป )
 
แล้วต่อจากนี้ไป กระพ้ม ก็จะบอกว่ากระพ้มอยากให้ เจ็ดเสมียนของเราในอนาคตนั้นเป็นอย่างไรต่อไปขอรับครับกระพ้ม..!                      
 
มีผู้ยกมือขึ้นมา และอยากจะพูด ประธานในที่ประชุมจึงชี้และอนุญาติให้ลุกขึ้นพูด
 
เรียนท่านประธาน เรื่องของอนาคตนั้น เป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ฉะนั้น! การทำปัจจุบันให้ดี เป็นเรื่องสำคัญมากๆ
 
โดยเฉพาะ "ตลาดนัดตลาดเจ็ดเสมียน" มองภาพรวม ก็ดูดีอยู่หรอก
แต่ได้ไปเดินซื้อของแล้ว "รู้สึกรำคาญมาก"  รำคาญอะไรนะเหรอ
ก็รำคาญเสียงคนจัดนัด  ที่พูดมากเกินไป  พูดตลอดเวลา  รบกวนโสตประสาท
พูดคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะลำโพงเสียงดังมาก ฝากผู้เกี่ยวข้องปรับปรุงด้วยนะคะ
 
 
(ลุงแก่นพูดต่อ)
 
ก่อนที่กระพ้มจะกล่าวต่อไปนั้น ได้มีสมาชิกผู้ทรงเกียรติยกมือขึ้น บอกว่า ไม่ต้องเอาอนาคตหรอกนะ เอาในปัจจุบันก็แล้วกัน อันนี้กระพ้มก็เข้าใจครับท่าน แต่กระทู้นี้เป็นกระทู้แห่งอนาคตอันไกลโพ้น จึงต้องว่ากันไปแต่เรื่องในอนาคต
 
ที่จะให้เจ็ดเสมียนในอนาคตของเราเป็นอย่างไร จึงขออภัยต่อท่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับพ้ม และกระพ้มก็จะว่าต่อเลยนะครับ
 
อันแรกที่กระพ้มอยากให้ตำบลเจ็ดเสมียนของเรา ในอนาคตนั้นมีสถาบันการศึกษาที่ดี และมั่นคง การศึกษานั้นจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา สถาบันการศึกษานั้น กระพ้มก็อยากจะให้มีตั้งแต่ชั้นเล็กๆขึ้นไป ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีอยู่แล้ว
 
 แต่กระพ้มอยากจะให้มีมากกว่านั้น มีจนถึงขั้นอุดมศึกษาเลยทีเดียวที่ตำบลเจ็ดเสมียนนี้ ที่เรียกว่ามีมหาวิทยาลัยนั่นแหละขอรับ การตั้งมหาวิทยาลัยนั้นก็ไม่ยากอะไร เพียงแต่เรากำหนดที่จะตั้งนั้นให้กว้างสัก ๑๕ ไร่ หรือกว่านั้น
 
 ที่ดินที่ตำบลเจ็ดเสมียนนั้นยังมีที่ว่างอีกมาก จะเอาแถวๆโค้งพงสวายก็ได้ หรือจะมาดูทางริมน้ำแถวๆวัดตึกทิวทัศน์ก็สวยดี เหมาะสำหรับนักศึกษาจะเรียนไปและนั่งชมวิวไปครึ้มอกครึ้มใจดี
 
 เมื่อได้ที่ตั้งแล้วชาวบ้านแถวนั้นคงจะยินดีเป็นอันมาก ที่ทางจะได้มีราคาขึ้น แล้วเราก็ทำเรื่องของบประมาณการก่อสร้าง จากกระทรวงศึกษา คาดว่าทางกระทรวงคงไม่ขัดข้อง
 
 เพราะว่าเจ็ดเสมียนของเรามีชื่อเสียงโด่งดัง ใครๆทั้งประเทศก็รู้จักกันดี ในทางผลิตผักกาดหวานอยู่แล้ว แม้แต่ต่างประเทศ เช่น ประเทศที่อยู่ทางขั้วโลกเหนือและไต้ ก็ยังชื่นชมผักกาดหวาน ของแม่อะไรต่อแม่อะไรทั้งหลายแหล่ที่เจ็ดเสมียน ซึ่งมีรสชาติอร่อยไม่รู้ลืมเลยทีเดียว...
 
และถ้าเป็นไปได้ก็ตั้งชื่อว่า “มหาวิทยาลัยเจ็ดเสมียน” เสียเลย เมื่อเด็กของเราจบการศึกษาที่นี่แล้ว ส่วนหนึ่งถ้าเขาไม่อยากจากบ้านไปทำงานที่อื่นๆ อยากจะอยู่ที่เจ็ดเสมียนต่อไป เขาก็จะได้เป็นกำลังสำคัญในการบริหารตำบลของเราให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปได้ในอนาคต 
 
และในเรื่องนี้เมื่อตำบลของเรามี “มหาวิทยาลัย” แล้ว ก็จะมีคนหลั่งไหลเข้ามาเรียนที่ “มหาวิทยาลัยเจ็ดเสมียน “ของเราไม่ขาดสาย เราจะมีหอพักให้นักศึกษาที่อยู่ห่างไกล ได้พักอาศัยโดยเก็บค่าเช่าอย่างถูกๆด้วย
 
 โดยจะจัดสร้างหอพักนักศึกษานี้ ในรูปแบบของอพาตเม้นต์  (ไม่อนุญาตให้เอกชนทำกิจการหอพัก ให้เทศบาลทำอย่างเดียว เพื่อการจัดระเบียบและควบคุมจะได้ง่าย)
 
 ในการควบคุมดูแลและจัดระเบียบหอพักนั้น เราจะมอบให้เทศบาลและสถานีตำรวจเจ็ดเสมียน (ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป) เป็นผู้ดูแลอย่างเข้มงวดกวดขัน ไม่ให้มีการพนัน และยาเสพติดโดยเด็ดขาด
 
 เมื่อมีผู้คนเข้ามาเรียนมาอาศัยกันมากขึ้น กิจการค้าต่างๆ เศรษฐกิจการเงินก็จะหมุนเวียนดีขึ้น เป็นเช่นนี้แล้วเรื่องอื่นๆที่เจ็ดเสมียนที่เราอยากให้เป็นก็จะตามมา.......ขอรับครับกระพ้ม.
 
 เรื่องต่อมาที่กระพ้มอยากให้มีในอนาคต ที่เจ็ดเสมียนของเราก็คือระบบในการบริหารและการปกครองของตำบลเจ็ดเสมียนนี้ การบริหารในอนาคตก็ต้องเป็นของเทศบาลตำบลแน่ๆอยู่นั่นเอง
 
สำหรับผู้บริหารที่เป็นหัวหน้า (เป็นนายกฯ) เทศบาลในอนาคตของกระพ้มนั้น ต้องเป็นผู้ที่ผ่านงานแบบนี้มาแล้วอย่างโชกโชน ต้องสำเร็จการศึกษารัฐศาสตร์การปกครอง การบริหารจัดการระดับปริญญาเอก (ดร.) มาด้วย (จบ ป.ตรี ที่มหาวิทยาลัยเจ็ดเสมียนด้วยยิ่งดี)
 
อายุต้องไม่เกิน ๕๐ ปี ต้องมีฐานะดีเป็นพิเศษ แต่ไม่ต้องรวยถึงขนาด อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยคนหนึ่ง เอาแค่รวยพอสมควร ขนาดไม่อยากจะเอาเงินของคนอื่นมาเป็นของตัวก็แล้วกัน
 
และโดยเฉพาะต้องเป็นคนเจ็ดเสมียนอย่างแท้จริง ซึ่งไม่มีใครที่จะมารักบ้านเมืองของเราเหมือนคนที่เกิดในพื้นที่หรอกขอรับ
 
 และอีกอย่างเทศบาลในอนาคตของกระพ้มนั้น จะต้องเป็นเทศบาลที่เข้มแข็งในการทำงาน ไม่มีการกินนอกกินใน ในการประมูลการก่อสร้างต่างๆ ผู้บริหารและทีมงานต้องเป็นบุคคลที่เสียสละเพื่อส่วนรวมจริงๆ
 
ไม่ใช่เสียสละแต่ปาก ชอบอม ชอบเม้มอุตลุด เรียกว่ากินกันทุกโครงการ แม้กระทั่งเงินบริจาคที่บริษัทใหญ่ๆได้บริจาคไว้ก็กินกันอย่างเปรมปรีดิ์ อย่างนั้นกระพ้มไม่เอา
 
เทศบาลในอนาคตของกระพ้ม ต้องมีความจริงใจในการบริหารตำบลของเรา หายใจเข้าออกแต่ละที มีแต่เรื่องทำอย่างไรจึงจะพัฒนาตำบลเจ็ดเสมียนให้เจริญรุ่งเรืองมากๆยิ่งขึ้นไปได้
 
 รับเรื่องราวร้องทุกข์ เรื่องเดือดร้อนของประชาชน และต้องขจัดปัญหานั้นๆอย่างรีบด่วนและด้วยความยุติธรรม ถึงแม้เจอตอก็ไม่กลัว ต้องยึดถือคำสอนของ กำนันโกวิท วงษ์ยะรา เอาไว้ว่า ไม่ต้องกลัวใครถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิด จะไม่มีการลูบหน้าปะจมูกโดยเด็ดขาด
 
  นอกจากจะมีเทศบาลตำบล มีผู้บริหารโดยประชาชนเลือกเข้ามาตามกฎหมายแล้ว กระพ้มยังอยากจะให้มีสภาของประชาชนอีกด้วย
 
alt
 
อาคารเอนกประสงค์ (หอประชุม) ของตำบลเจ็ดเสมียน ตั้งอยู่ที่
 
กล่าวคือ เราต้องมีหอประชุมใหญ่เพื่อการประชุม ของประชาชนของตำบลนี้ทุกๆเดือนๆละครั้ง ๒ ครั้งแล้วแต่จะกำหนดกันไป และบางครั้งอาจจะมีการประชุมอย่างเร่งด่วนเมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่ดีในตำบลของเราเกิดขึ้น
 
ที่ต้องมีสภาตำบลนี้เกิดขึ้น ก็ด้วยมีความประสงค์ที่จะคอยดูแลการทำงานของหน่วยงานของรัฐ ที่อยู่ในตำบลเจ็ดเสมียนนี้ เช่นเทศบาล สถานีตำรวจ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัยเจ็ดเสมียน และหน่วยงานอื่นๆ
 
เป็นการกระตุ้นและคอยปราม เมื่อมีข้าราชการบางคนทำไม่ดีเกิดขึ้น  ในตอนแรกๆนี้จะใช้ ศาลาเอนกประสงค์ริมน้ำ หรือที่หอประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัยเจ็ดเสมียนก็ได้
 
โดยประชาชนทุกๆคนในตำบลเจ็ดเสมียนนี้ มีสิทธิลงชื่อเข้าร่วมประชุมทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ ๒๑ ปีขึ้นไป ในการนี้ต้องได้รับการอุดหนุนเรื่องการเงิน ในการดำเนินการประชุมจากเทศบาลตำบล โดยประชาชนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย.
 
มาถึงตอนนี้เมื่อยังไม่มีสมาชิกท่านใดยกมือขึ้นมาประท้วง กระพ้มก็จะขออภิปรายต่อไปอีกสักเล็กน้อยนะขอรับ
 
อีกประการหนึ่งที่กระพ้ม อยากจะให้มีในอนาคตที่ท่านถามมา ก็คือในเรื่องความปลอดภัย ในตัวบุคคลและทรัพย์สิน เมื่อในอนาคตตำบลของเราพัฒนาใหญ่โตขึ้นมา มีพลเมืองในพื้นที่ และพลเมืองที่เข้ามาทำธุระกิจ หรือเข้ามาท่องเที่ยวมากมายแล้ว ก็จะต้องมีโจรผู้ร้าย และการระบาดของยาเสพติดมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
 
ดังนั้นตำบลเจ็ดเสมียนของเราในอนาคต ก็จะต้องมีระบบการรักษาความปลอดภัย โดยตั้งสถานีตำรวจขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงป้อมตำรวจมีตำรวจชั้นประทวนนั่งหลับหัวโด่อยู่นายเดียว
 
 โดยมีหัวหน้าสถานีตำรวจเจ็ดเสมียนระดับผู้กำกับการ (พันตำรวจเอก) ซึ่งจะขอทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นกรณีพิเศษ โดยขอเอาผู้ที่มีชื่อเสียงในทางมือปราบปืนโหด ส่งโดยตรงมาจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่กรุงเทพฯเลยทีเดียว
 
 ต้องมีอายุไม่เกิน ๔๕ ปี พวกผู้กำกับแก่ๆไม่เอา ท่านจะทำหน้าที่เป็นตัวสั่งงาน และมีระดับสารวัตร อีกไม่ต่ำกว่า ๕ คน ต้องสำเร็จมาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานเท่านั้น ซึ่งรองผู้กำกับไม่ต้องเอาก็ได้ เพราะว่ามีสารวัตรอยู่แล้ว ระดับ รอง ผกกจึงไม่ต้อง เปลืองเงินเดือน
 
  มีตำรวจระดับชั้นประทวนอีกไม่ต่ำกว่า ๕๐ คน คัดมาจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (คอมมานโด) และหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ ใน ๕๐ คนนี้ จะต้องพูดภาษาอังกฤษได้คล่องหลายๆคน เพื่อดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยว มาซื้อหัวไชโป๊ที่ตลาดเจ็ดเสมียน ๑๕๐ ปี (ในอนาคต)ของเรา
 
 โดยสถานีตำรวจนี้จะขึ้นกับ กองบังคับการที่ราชบุรีเลยทีเดียว มีฐานะเทียบเท่ากับสถานีตำรวจโพธาราม แต่มีหน้าที่ดูแลเพียงตำบลเจ็ดเสมียนเท่านั้น
 
สถานีตำรวจนี้มีหน้าที่หลัก จะต้องคอยปกป้องคุ้มครองทรัพย์สิน ของประชาชนในพื้นที่และผู้ที่เข้ามาเยี่ยมเยือน ซึ่งได้แก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่เข้ามาทำธุรกิจต่างๆ ตลอดจนต้องปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาดรุนแรง ไม่ให้มียาเสพติดมาโผล่ในพื้นที่ของตำบลเจ็ดเสมียนให้จงได้
 
 และหากปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือตำรวจค้ายาเสพติดเสียเอง ถ้าจับได้ก็จะต้องถูกทำโทษอย่างรุนแรง จากสภาประชาชนเสียก่อน (เขาจะมีวิธีการของเขา) แล้วจึงจะส่งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจัดการต่อไป ขั้นสุดท้ายต้องเนรเทศไม่ให้กลับเข้ามาเหยียบแผ่นดินตำบลเจ็ดเสมียอีกเลย.
 
ต่อมาเกี่ยวกับการอุตสาหกรรมในตำบลของเราในอนาคต กระพ้มจะขอพูดเรื่องเดียวคือ เรื่องผลิตภัณฑ์ผักกาดสำเร็จรูป กระพ้มอยากจะให้มีการขยายกิจการโรงงานการทำผักกาด หรือหัวไชโป๊ ให้มีมากขึ้น มากๆ
 
 จนกระทั่งเป็นศูนย์รวมโรงงานทำผักกาดที่มากที่สุดในประเทศ มีการพัฒนาการผลิตผักกาดให้ดีและทันสมัยยิ่งขึ้น มีเครื่องมือเครื่องจักรที่ทันสมัย ต่อไปเจ็ดเสมียนของเราก็จะเป็นยักษ์ใหญ่ในเรื่องผักกาดแบบไม่มีที่อื่นๆเทียบได้ แม้กระทั่งจังหวัดสุรินทร์ 
 
ที่เจ็ดเสมียนนี้นอกจากจะมี มหาวิทยาลัยเจ็ดเสมียน แล้ว ก็อยากจะให้จัดตั้งโรงเรียน ผลิตผักกาดเจ็ดเสมียน ขึ้น จุดมุ่งหมายก็คือการผลิตบุคลากรในการทำผักกาดให้เชี่ยวชาญยิ่งขึ้น 
ในขั้นแรกนี้
 
alt
 
แม่ตังกวย (ไช้โป๊วหวานแม่ตังกวย) แห่งตลาดเจ็ดเสมียน ผู้อยู่ในวงการผักกาดมานาน (คนกลาง) คือผู้ที่จะเชิญมาเป็น ผู้อำนวยการ โรงเรียนผลิตผักกาด แห่งตลาดเจ็ดเสมียน
 
ก็จะเชิญผู้ที่คลุกคลีกับหัวผักกาดมาเป็นเวลานาน เช่นแม่ตังกวย ท่านผู้นี้เหมาะสำหรับที่จะเป็นผู้อำนวยการใหญ่ของโรงเรียนนี้ เพราะความเชี่ยวชาญของท่าน แล้วก็จะเชิญอีกหลายๆท่านที่คลุกคลีในกิจการหัวไชโป๊นี้มาเป็นเวลานาน มาเป็นอาจารย์ด้วย โดยผู้ที่จะมาเข้าโรงเรียนทำผักกาดนี้จะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
 
 แล้วก็รวมตัวกันก่อตั้งเป็นสมาคมชาวผักกาดนะขอรับ เพื่อความสามัคคีปรองดองในหมู่ของผู้ประกอบการด้วยกัน นอกจากนั้นจะมีการคัดเลือก คณะกรรมการผู้ควบคุมราคา และควบคุมมาตรฐานในการผลิต ตลอดจนควบคุมกติกา มารยาท ในเรื่องเกี่ยวกับผักกาด
 
โดยเลือกตั้งมาจากสมาชิกสมาคมของเรา จากผู้ที่ได้รับความเชื่อถือ ปรับปรุงกำหนดราคาขายปลีกราคาขายส่งให้เป็นราคาเดียวกันทั้งหมด สินค้าผักกาดทุกชนิดนี้จะต้องผ่านตลาดกลางของสมาคม เพื่อดูแลเรื่องคุณภาพ และราคาด้วย ไม่ใช่ว่าต่างคนต่างขายกันอยู่เหมือนในปัจจุบันนี้
 
แล้วถ้าถามว่า ผู้ผลิตผู้ประกอบการจะได้อะไร จากการที่ทำอย่างนี้ กระพ้มขอตอบว่าสินค้าของเราจะมีคุณภาพและราคาที่สม่ำเสมอ เนื่องจากมีคณะกรรมการคอยควบคุม ทำให้ลูกค้ารายใหญ่ๆที่รับไปขายต่อ
 
และลูกค้ารายย่อยๆที่เข้ามาท่องเที่ยวที่เจ็ดเสมียน หลั่งไหลแห่กันมาซื้อผักกาดของเจ็ดเสมียนขนาดผลิตไม่ทัน เพราะว่าผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในสินค้าของเราอย่างถาวรและชื่อเสียงที่ดังไปทั่วโลกนั่นเอง
 
กระพ้มขอจบการตอบคำถามที่ถามว่า คุณอยากให้เจ็ดเสมียนในอนาคตของเราเป็นอย่างไร เพียงเท่านี้ก่อนนะขอรับ จริงๆแล้วกระพ้มก็ยังอยากให้เจ็ดเสมียนในอนาคตของเรา เป็นอย่างนั้นอย่างนี้อีก ตั้งมากมาย
 
เช่น ตลาดนัดเจ็ดเสมียน อยากจะเปลี่ยนใหม่ตามแนวความคิดของกระพ้ม ผมคิดอย่างไรกับตลาดนัดอย่างทุกวันนี้ ซึ่งที่ไหนๆก็มี ก็ต้องติดตามขอรับ ในตอนนี้กระพ้มก็จะเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกผู้อื่นได้อภิปรายออกความเห็นในเรื่องนี้อีกต่อไป
 
กระพ้มจะมาแสดงความเห็นอีกในรอบหน้านะขอรับ...ครับกระพ้ม . 
 
alt
 
นายแก้ว ผู้บันทึก 
 
 
จำนวนผู้เข้าชม: 2121
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้101 
 เมื่อวานนี้173 
 สัปดาห์นี้864 
 เดือนนี้4250 
 ทั้งหมด629656 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 47 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่