ไปเที่ยวพม่า ตอน 2

 

 alt

  สนามบินดอนเมือง

เมื่อวันเดินทางจะมาถึงในวันพรุ่งนี้ คือวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๙ ที่ผมและแม่บ้านจะต้องไปที่สนามบินดอนเมือง ตามกำหนดของทัวร์ที่เราจะไปกับเขา ซึ่งทางบริษัททัวร์ได้แจ้งมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ให้ไปพบกันที่เคาน์เตอร์ของสายการบิน แอร์เอเชีย ในเวลา 4.30 น. ก็คือตีสี่ครึ่งนั่นเอง

 

 

ที่ให้ไปเร็วหน่อยนี้ก็ต้องการจะเผื่อเวลา หากว่ามีปัญหาติดขัดจะได้แก้ไขได้ทัน และมีเวลาจะต้องไปทำเอกสารต่างๆ และพิธีการเกี่ยวกับการเดินทางออกนอกประเทศ และเอกสารการเข้าเมืองของประเทศพม่าให้เรียบร้อย  ก่อนเครื่องบินจะออกเดินทางในเวลาประมาณ ๗.๓๐ น.

ผมยังคิดว่า ทำไมจะต้องไปล่วงหน้าตั้งหลายชั่วโมงอย่างนี้  แต่เมื่อได้ไปที่สนามบินแล้ว ก็เป็นความจริงครับ ที่ต้องมาเร็วอย่างนี้ คอยดูกันต่อไปก็แล้วกัน

ย้อนไปนิดหนึ่ง ตั้งแต่ตอนบ่ายวันที่ 22 เมษายน 2559 คือเมื่อวานนี้ ก่อนเดินทาง 1 วัน ผมพร้อมด้วยคุณหวานแม่บ้านของผม จำเป็นต้องไปค้างที่บ้านลูกสาวก่อน เพราะว่าถ้าผมจะออกจากบ้านที่ต่างจังหวัด ก็กลัวว่าจะขลุกขลัก เพราะว่าต้องตื่นเร็วเกินไป  

บ้านลูกสาวของผมอยู่ที่ลำลูกกานี่เอง ในตอนดึกๆถ้ารถไม่ติด วิ่งแป๊บเดียวก็จะถึงสนามบินดอนเมืองแล้ว ไม่น่าจะเกิน 15 นาทีด้วยซ้ำไป

ผมกับคุณหวานจึงตื่นกันตั้งแต่ ตี 3 กว่าๆที่บ้านลูกสาว ลุกขึ้นมาอาบน้ำ เตรียมกระเป๋าเดินทางลูกใหญ่ลูกเดียวเพื่อไม่ให้เกะกะ ใส่เสื้อผ้าและของจำเป็นเล็กน้อย ซึ่งไม่มีอะไรมากมายรวมกันไปเลย ส่วนใหญ่ก็เป็นเสื้อผ้าไม่กี่ชุด ซึ่งได้จัดเตรียมมาก่อนล่วงหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว

alt

 ที่สนามบินดอนเมือง ตอนนี้พบกับไกด์แล้วกำลังจะทำเรื่องเอกสารการเดินทาง

ในปัจจุบันนี้การเดินทางไปประเทศอื่นๆอีกหลายๆประเทศ อย่างเช่นในครั้งนี้ผมจะเดินทางไปประเทศพม่า ก็ไม่ต้องมีการขอ วีซ่า (คือการขออนุญาติเข้าเมืองของเขา) แล้ว ใช้พาสปอร์ตของเราเพียงเล่มเดียวก็พอ

แต่ก็ยังมีอีกหลายประเทศนะครับ ที่จะต้องขอวีซ่า เพื่อขออนุญาตเข้าเมืองของเขา และก่อนที่เขาจะอนุญาตนั้น เขาก็ต้องตรวจประวัติของเราอย่างละเอียดที่สุด เพื่อความปลอดภัยของประเทศของเขา เช่น สหรัฐอเมริกา เป็นต้น

ผมและคุณหวานแม่บ้านของผมมาถึงสนามบินดอนเมือง ประมาณ ตี 4 ครึ่งพอดี ในขณะที่นั่งรถมากับลูกสาวนั้น ก็ยังคิดอยู่ในใจว่า เรามาเช้าซะขนาดนี้ ที่สนามบินก็คงจะไม่ค่อยมีคนเท่าไร คงจะบางเบาเพราะว่ายังเป็นเวลาดึกอยู่

แต่ผมคิดผิด เมื่อลูกสาวมาส่งที่ประตูของผู้โดยสารขาออกแล้ว ผ่านประตูเข้าไป โอ้โห ทำไมคนมากมายขนาดนี้ เข้าแถวทำอะไรกันสักอย่างหนึ่งยาวเหยียด แถวที่เขาเข้าคิวกันนั้น ก็หักไปหักมาจนไม่มีที่จะยืนต่อคิวอยู่แล้ว ยังคิดอยู่ว่าเมื่อถึงเวลาเครื่องบินออกแล้ว จะทำกันทันหรือเปล่าก็ไม่รู้

เข้าไปในโซนของผู้โยสารขาออกระหว่างประเทศแล้ว ผมก็พยายามมองหากลุ่มทัวร์ของผม ซึ่งถ้ามองหาจริงๆก็คงมองไม่พบ เพราะว่าคนเดินกันขวักไขว่ แน่นมาก จึงใช้โทรศัพท์ถามกันไปมา จนหากันพบว่ามารวมกันอยู่ตรงนั้นเอง ผมแจ้งให้หัวหน้าทัวร์ทราบว่า ผมสองคนมาแล้ว

คนที่มาอำนวยความสะดวกให้กับพวกผมในเที่ยวนี้มีชื่อว่า คุณ ปิ๊ก (เป็นผู้ชาย)และมีไกด์หญิงอีกคนหนึ่งชื่อว่า คุณปอร์ ยืนคอยต้อนรับลูกทัวร์อยู่

alt

 ภายในอาคารผู้โดยสารขาออกต่างประเทศ

คุณปิ๊กคนนี้ เป็นเพียงมาดูแล อำนวยความสะดวก และแจกเอกสารต่างๆ แต่เขาไม่ได้เดินทางไปด้วยนะครับ เมื่อเสร็จจากการต้อนรับลูกทัวร์ เขาก็เป็นอันว่าเสร็จหน้าที่ แล้วก็หายไปไหนก็ไม่รู้

ส่วนคุณปอร์นั้น ทำหน้าที่ต่อ ก็คือ คอยดูแลเรื่องการทำเอกสาร และขั้นตอนอื่นๆ จนกระทั่งขึ้นเครื่อง คุณปอร์เดินทางไปกับเราด้วย จนกระทั่งถึงวันกลับก็กลับด้วยกันครับ

คิดไปแล้วคุณปอร์ก็ทำหน้าที่เป็นไกด์ผู้ช่วย นำพวกเราไปลงที่พม่า และจะเป็นหน้าที่ของไกด์พม่า (พูดไทยได้คล่อง) มารอรับพวกเราที่สนามบิน และจะอยู่กับพวกเรา จัดการ อำนวยความสะดวก ที่กิน ที่พักให้ จนกระทั่งกลับเลยครับ

ในตอนที่ผมเพิ่งมาถึง คุณปิ๊กเขาก็เอาป้ายที่เขียนชื่อผมและคุณหวาน ซึ่งเป็นของบริษัททัวร์ มาผูกไว้ที่หูกระเป๋า เพื่อป้องกันการสับสนเวลาโหลดเข้าท้องเครื่องบิน ตอนเดินทาง

ในการทำเรื่องเกี่ยวกับการเดินทาง ที่สนามบินดอนเมือง ก็ยุ่งยากพอสมควร เพราะว่าในวันที่ผมเดินทางนั้น มีคนเดินทางไปในที่ต่างๆมากมาย และเคาน์เตอร์ของสายการบิน แอร์เอเชีย หยุดทำการปรับปรุงหลายเคาน์เตอร์ด้วย

จึงทำให้มีคนที่จะเดินทางเข้าแถวกันคดเคี้ยวไปมา ยาวมากๆเลย ในขณะที่ทำพิธีการต่างๆนี้ ไกด์ของผมก็มาดูแลลูกทัวร์ทุกคนด้วย และคอยช่วยเหลืออยู่เสมอเมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น

alt

กว่าจะสแกนกระเป๋า โหลดกระเป๋า รับตั๋วเครื่องบิน แล้วก็ไปสแกนที่หน่วยตรวจคนเข้าเมืองอีก ตรวจตามร่างกายของแต่ละคน เมื่อไม่มีอะไรแล้วจึงผ่านได้ แต่ถ้ามีปัญหาจะเอาของต้องห้ามไปด้วย ก็จะเกิดปัญหาใหญ่ และคงจะไม่ได้เดินทางไปในเที่ยวนี้แน่นอน ต้องเคลียร์กันให้ได้ก่อนจึงจะเดินทางได้ หรือจะเข้าคุกเลยก็แล้วแต่กรณี

เพราะฉะนั้น ถ้าเราเป็นสุจริตชนก็ไม่มีปัญหาอะไร ของเล็กๆน้อยๆก็เอาไปได้  เช่น กล้องถ่ายรูป กล้องวีดิโอ โทรศัพท์มือถือ ยารักษาโรคประจำตัว มีดโกนหนวด ยาสีฟัน แปรงสีฟัน อะไรพวกนี้ แต่ยกเว้นของมีคมต่างๆนะครับ เอาใส่กระเป๋าถือไปไม่ได้ เครื่องสแกนจะร้องดังเวลาเข้าเครื่องสแกน ถ้าจะเอาไปจริงๆก็ต้องเอาใส่กระเป๋าใหญ่โหลดเข้าไต้ท้องเครื่องบินซึ่งเป็นที่เก็บกระเป๋าเดินทางต่างๆครับ

รูปข้างล่างนี้ เมื่อผ่านกระบวนการของผู้โดยสารที่จะเดินทางไปต่างประเทศแล้ว ทุกคนก็จะมารอขึ้นเครื่อง สังเกตุดูจะมีคนรอมากเหลือเกินครับ

 

alt

alt

 

 

alt

 

alt

 

และสิ่งของต้องห้ามที่ห้ามนำขึ้นเครื่องบิน ยังมีอีกมากมาย ตามที่มีประกาศเอาไว้ ในที่ต่างๆของห้องผู้โดยสารขาออก ต้องไปอ่านดูเอาเองนะครับ

กว่าจะเสร็จพิธีการต่างๆกินเวลาไปตั้งสองชั่วโมง ก็ใกล้เวลาเครื่องบินจะออกพอดี ข้าวปลาไม่ต้องกินเกินกันละ แต่ก็มีบางคนแวะซื้อกาแฟ ขนมปังกินรองท้องกันไปก่อนเพราะทนหิวไม่ไหว ต่างก็บ่นกันอู้เหมือนกันว่า ของกินที่สนามบินแพงจังเลย

มีหลายๆคนที่คุยกันกับผม กะว่าจะไปกินข้าวเที่ยงที่พม่ากันเลยทีเดียว ยังดีนะที่ผมและคุณหวานติดขนมปังและนมกล่อง มาตอนที่นั่งรถมากับลูกสาวด้วย จึงกินกันในรถแล้วก็พอประทังไปได้บ้าง

(บนเครื่องบินเขาห้ามนำเอาอาหารหรือน้ำดื่มขึ้นไปอย่างเด็ดขาด มีอะไรเหลืออยู่ในมือให้ทิ้งลงถังขยะให้หมด แล้วไปหากินเอาดาบหน้า เมื่อเครื่องลงแล้ว)

ตามกำหนดการเครื่องบินจะออกในเวลา 7.30 น. และจะบินไปถึงประเทศพม่า ลงที่สนามบิน มิงกาลาดง  ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติของพม่า อยู่ที่เมืองย่างกุ้ง ใช้เวลาในการบิน ประมาณ 45 นาทีเท่านั้นเอง

alt

 ก่อนจะถึงเวลาเครื่องบินออก พวกที่จะเดินทางไปต่างประเทศก็เข้ามารอกันที่ห้องใหญ่ของผู้โดยสารขาออก รออยู่ไม่นานเขาก็ประกาศว่า ให้ผู้โดยสารที่จะไปพม่า เที่ยวบิน เท่านั้นเท่านี้ ไปขึ้นรถบัสที่จะพาไปขึ้นเครื่องที่จอดอยู่ในสนามบินไกลๆโน้น

ขึ้นรถบัสของแอร์เอเชียกันเรียบร้อยแล้ว รถบัสก็พาวกวนอยู่ในสนามบินนานพอสมควรกว่าจะถึงตัวเครื่องบิน แล้วก็ขึ้นเครื่องบินลำปานกลาง คาดคะเนเอาว่า จุได้ประมาณ 200 คน

alt

 

เที่ยวนี้ของการบินไปพม่า มีผู้โดยสารเต็มทุกที่นั่ง  เครื่องบินขึ้นจากสนามบินดอนเมืองแล้ว บินมุ่งตรงไปยัง ประเทศพม่า จะลงจอดที่สนามบิน “มิงกาลาดง” ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติของประเทศพม่าครับ

 

alt

 เครื่องบินกำลังบินขึ้น จากสนามบินดอนเมือง ยังมองเห็นอาคารบ้านเรือนอยู่ข้างล่าง

 

alt

 ขึ้นถึงเพดานบินของเขาแล้ว มองไม่เห็นข้างล่างและเมฆเลย เห็นแต่ท้องฟ้า เพราะว่าบินสูงกว่าเมฆ 

โปรดติดตามตอนต่อไป เร็วๆนี้ ที่นี่เท่านั้น

 alt

นายแก้ว ผู้เขียน ๑๕ พฤษภาคม  ๒๕๕๙

 

 

บทความล่าสุด

จำนวนผู้เยี่ยมชม

วันนี้89
เมื่อวานนี้267
สัปดาห์นี้1449
เดือนนี้3589
ทั้งหมด698978

ผู้เยี่ยมชมในขณะนี้

1
Online