ภาพในอดีต ๒ กรรณิกา วงศ์ยะรา

เล่าเรื่องจากภาพ

 

 ตำบลเจ็ดเสมียนแห่งนี้เป็นบ้านเกิดเมืองนอน ของผู้เขียนก็จริงอยู่แต่ตั้งแต่ประมาณ ปี พ.ศ.๒๕๐๓ ผู้เขียนก็ไปจากเจ็ดเสมียน (พ่อแม่และน้องๆยังอยู่ที่ตลาดเจ็ดเสมียนเหมือนเดิม) นานๆผมจึงได้กลับมาเยี่ยมบ้านได้พบกับพ่อแม่ น้องๆ และเพื่อนฝูงสักทีหนึ่ง

     ผู้เขียนได้รับรูปภาพเก่าๆใบหนึ่ง (จากคุณ อาภรณ์ ลักษิตานนท์) เป็นรูปของเด็กๆเจ็ดเสมียน น่าจะเป็นรุ่นหลังๆผู้เขียนถึงประมาณ ๑๐ – ๑๕ ปี ได้ดูรูปนั้นแล้ว มีเด็กที่รู้จักบ้างบางคนคุ้นๆแต่ก็จำชื่อไม่ได้ มีอยู่คนหนึ่งที่จำได้ ในสมัยที่เห็นๆกันนั้นเด็กหญิงผู้นี้ยังเด็กมากๆ เนื่องจากผู้เขียนไปที่บ้านของเขาบ่อยๆในตอนเย็นๆ จึงจำเด็กหญิงคนนี้ได้ค่อนข้างแม่นยำนัก  เมื่อตอนที่ผู้เขียนกำลังจะไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯนั้น เด็กหญิงผู้นี้ อายุประมาณ  ๕ – ๖ ขวบเท่านั้นเอง

 

alt

คุณกรรณิกา อยู่ในแถวยืน ตัวเล็กกว่าเพื่อน ถ่ายรูปร่วมกันกับเพื่อนๆรุ่นพี่และรุ่นน้อง ที่หน้าโรงเรียนวัดเจ็ดเสมียน (เรือนหุ่น ตอนนั้นมีคนใหญ่บอกว่าที่เรือนหุ่นนี้มีผีดุมาก พวกเรากลัวกันใหญ่ เลิกเรียนแล้วไม่กล้าเข้าใกล้อาคารนี้เลย) ขอขอบคุณภาพจาก อาภรณ์ ลักษิตานนท์
        

    ใช่แล้วครับ เด็กหญิงคนนั้นคือ เด็กหญิงกรรณิกา (น้องเล็ก) วงศ์ยะรา บุตรสาวคนเล็กของท่านกำนันโกวิท วงศ์ยะรานั่นเอง ดังนั้นในตอนนี้ผู้เขียนจะขอเขียนถึงประวัติของเขาสักเล็กน้อย  เป็นตอน   “ภาพในอดีต ๒”  นะครับ

 

alt

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอเริ่มเรื่อง  "ภาพในอดีต ๒"  จากภาพนี้กันเลย ในภาพนี้จะเห็นมีเด็กถูกสุภาพสตรีท่านหนึ่งอุ้มอยู่ เด็กหญิงกรรณิกา วงศ์ยะรา ก็คือคนที่อยู่ทางซ้ายของภาพ ส่วนเด็กทางขวาของภาพนั้น คือ เด็กชายเอนก คุ้มประวัติ อายุน่าจะยังไม่ถึงขวบดีทั้งคู่ ภาพนี้ถ่ายเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘  ที่หน้าห้องเรียน ของโรงเรียน วัดเจ็ดเสมียน (สัจจานุกูล)

แล้วผู้เขียนคนไหนมีใครรู้บ้าง      

    คุณ กรรณิกา ณ บางช้าง สกุลเดิม คือ วงศ์ยะรา ที่พวกเราชาวเจ็ดเสมียนและตำบลใกล้เคียงต่างก็รู้จักกับนามสกุลนี้กันเป็นอย่างดี  (ต่อจากนี้ไปผู้เขียนจะเรียกเธอว่า “น้องเล็ก”)

        

น้องเล็กเกิดเมื่อวันที่   ๑๘   มีนาคม  พ.ศ. ๒๔๙๗  บิดาคือนายโกวิท  วงศ์ยะรา กำนันคนดังในอดีตของตำบลเจ็ดเสมียน (เรื่องของกำนันโกวิท นั้น ได้เคยเขียนลงมาหลายตอนแล้ว )

 

alt


นางจ่าง วงศ์ยะรา ยืนติดกับกำนันโกวิท (ที่คล้องพวงมาลัย)     ถ่ายรูปนี้ที่สนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่กำนันโกวิท ไปดูงานที่เมืองนอก ๔ ประเทศ   คุณกรรณิกายืนอยู่ข้างหน้า ผูกไท้ด์ยาว พร้อมด้วยพี่ๆและญาติอีกหลายคน มีใครบ้างเอาไว้บรรยายในภายหลัง

     มารดาคือ นางจ่าง วงศ์ยะรา ที่พวกเราเด็กเจ็ดเสมียนในรุ่นเดียวกับผมจะเรียกกันว่า  “ป้าจ่าง”  มีพี่น้องร่วมบิดา มารดาเดียวกัน ๘ คน ด้วยเหตุที่ว่าน้องเล็กเป็นบุตรคนสุดท้อง จึงมีชื่อเรียกกันเป็นชื่อรองคือ “ น้องเล็ก”

เมื่อตอนที่เป็นเด็กเล็กอยู่นั้นก็เหมือนกับเด็กตลาดเจ็ดเสมียนโดยทั่วไป วิ่งเล่น ซุกซนไปกับเพื่อนๆจนกระทั่งถึงเกณฑ์ที่จะเข้าโรงเรียนในพ.ศ. ๒๕๐๔ บิดาคือนายโกวิท ได้นำเด็กหญิงกรรณิกา บุตรสาวไปฝากเข้าโรงเรียน วัดเจ็ดเสมียน เหมือนๆกับเด็กเจ็ดเสมียนโดยทั่วไป


 ในขณะนั้น น้องเล็กซึ่งมีน้าสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนนี้อยู่แล้ว คือครู ตลับ สมบูรณ์สิทธิ์ ครูตลับได้อบรมสั่งสอนและดูแลน้องเล็กเป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลาที่น้องเล็กเรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้


 น้องเล็กเป็นคนที่มีจิตใจร่าเริง แจ่มใส ช่างคุย ช่างพูด ช่างถาม เป็นที่เอ็นดูของคุณครูทุกคน และเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนๆที่เรียนอยู่ด้วยกัน ที่ในโรงเรียนเจ็ดเสมียนแห่งนี้ เมื่อเรียนจนถึงชั้นประถมปีที่ ๔ แล้ว บิดาเห็นว่าควรจะไปเรียนต่อชั้นสูงๆขึ้นไปในตัวอำเภอ

  จึงได้นำไปสมัครเรียนต่อในชั้นประถมปีที่ ๕ ที่โรงเรียนราษฎร์บำรุงวิทย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนราษฎร์ (ไม่ใช่โรงเรียนรัฐบาล) ที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอโพธารามโดยมีครูวงค์ คำเนียม เป็นเจ้าของและเป็นคนที่กำนันโกวิท รู้จักสนิทกันเป็นอย่างดีด้วย มีเด็กเจ็ดเสมียนหลายรุ่นและหลายคนแล้ว ที่ได้จบชั้นสูงสุดของโรงเรียนนี้ ไปได้ดีมีอนาคตอันแจ่มใสแทบทุกคน

 การเล่าเรียนที่โรงเรียน ราษฎร์บำรุงวิทย์โพธารามนั้น น้องเล็ก เรียนอยู่ได้เพียงสองปีเท่านั้นก็จบชั้นประถมปีที่ ๖ ต่อมาบิดามารดาและญาติพี่น้องได้ปรึกษากัน เห็นควรว่าจะให้น้องเล็กเรียนอยู่ที่โรงเรียนราษฎร์จนจบชั้น ม. ๖ หรือไม่ 

 มีผู้ออกความเห็นว่าควรจะให้น้องเล็กไปเรียนเสียที่ โรงเรียนในตัวจังหวัดราชบุรี ที่มีแผนกเด็กนักเรียนอยู่ประจำด้วยจะดีกว่า เนื่องจากการเดินทางไปกลับโรงเรียนในสมัยนั้น ไม่สะดวกเหมือนในสมัยนี้

 ดังนั้นน้องเล็กจึงเป็นนักเรียนประจำ (กินนอน) ของโรงเรียน นารีวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนสตรีที่ใหญ่แห่งหนึ่งในตัวจังหวัด จนกระทั่งจบชั้นมัธยมปีที่ ๖ และต่อจากนั้นก็ไม่ได้ไปเรียนต่ออะไร คงอยู่บ้านประกอบอาชีพโดยสุจริตตลอดมา

  แล้วต่อมาการมีครอบครัวก็ก้าวเข้ามาถึง ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่คนธรรมดาคนหนึ่งเมื่อถึงเวลาก็จะต้องมีครอบครัว มีลูกมีหลานสืบตระกูลต่อไป ดังนั้น คุณกรรณิกา วงศ์ยะราก็ได้ทำการสมรสกับ คุณคำรณ ณ บางช้าง เป็นผลทำให้คุณกรรณิกาต้องเปลี่ยนนามสกุลจาก วงศ์ยะรา  เป็น ณ บางช้าง ตลอดไป

alt

  คุณกรรณิกา พร้อมกับลูกชายและลูกสาว ที่หอประชุม มหาวิทาลัยราชภัฎสวนดุสิต เมื่อวันไปรับโล่ห์และเกียรติบัตร (ท่านสุภาพสตรีที่นั่งอยู่ที่ ๓ จากซ้ายนั้นเป็นผู้ที่มาแสดงความยินดีด้วย

      คุณกรรณิกา มีบุตร ๒ คน คือบุตรสาวที่ชื่อว่า คุณแคทรียา ณ บางช้าง ขณะนี้ทำงานประจำอยู่ที่โรงแรม รอยัล ออคิดเชราตัน (โรงแรมที่ กษัตริย์ปิ๊กมี่ แห่งภูฐานเคยมาพัก) ส่วนคนเล็กเป็นบุตรชายคือ คุณบวร ณ บางช้าง

ทำงานอยู่รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง และเป็นนักกีฬาของจังหวัดราชบุรีด้วย ในการแข่งขันสนุกเกอร์ ราชบุรีเกมส์ ในครั้งสุดท้ายนั้น คุณบวรได้ลงแข่งสนุกเกอร์ ได้ทำเหรียญเงินเหรียญแรกให้กับจังหวัดด้วย

   แม้ว่าความเป็นอยู่ของครอบครัว จะราบรื่นและมีความสุขกันไปตามสภาพ ไม่ต้องมากระตือรือร้นอะไรกันอีกแล้ว ลูกๆที่เป็นห่วงอยู่ก็โตๆกัน มีงานการทำกันหมดแล้ว

  แต่อยู่มาวันหนึ่งเมื่อเกือบ ๕ ปีที่แล้ว จะมีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านกันขึ้นมา เนื่องจากผู้ใหญ่บ้านเก่าหมดวาระหมดสมัย จึงต้องมีการเลือกตั้งกันใหม่ ด้วยเลือดของคุณพ่อกำนันมันเต้นอยู่ในใจ อยากจะลงมาเล่นการเมืองการปกครองระดับล่างกันสักตั้งหนึ่ง คุณกรรณิกามาคิดดูว่า เราก็อยู่เฉยๆกับบ้านอย่างนี้ ถ้าจะลงสมัครแข่งขันเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านในงวดนี้ เห็นจะดีเป็นแน่ เพราะว่าในใจจริงๆนั้นเป็นผู้ที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งได้จากพ่อกำนันมา 

   คิดถึงพ่อเมื่อสมัยพ่อเป็นกำนันนั้นก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสามารถ จนมีชื่อเสียงก้องระบือไปไกล บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้แก่ชาวบ้าน ไม่มีภัยจากโจรผู้ร้ายมารบกวน เป็นที่เชื่อถือจากชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง ความดีความชอบของพ่อกำนันก็เยอะ คิดแล้วจารนัยไม่หวัดไหว ได้รับรางวัลต่างๆก็มาก 

  ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากจะลงสมัครแข่งขันชิงชัยกัน โดยจะเอาชื่อเสียงของพ่อมาเป็นหลักประกันในการหาเสียง จึงได้ปรึกษากับสามีและลูกๆอีกครั้งหนึ่งทุกคนเห็นชอบเหมือนกัน แต่ไม่วายที่คุณ คำรณ ณ บางช้าง  ผู้ที่เป็นสามีนั้นก็เตือนๆกันด้วยความเป็นห่วง

  ว่าถ้าหากว่าได้เป็นผู้ใหญ่บ้านแล้ว ก็ต้องมีความรับผิดชอบสูงและมีความอดทนเป็นเบื้องแรก ส่วนปลีกย่อยอีกนั้นคุณ คำรณ บอกให้คุณกรรณิกาฟังกว้างๆว่า “อย่าให้เด่นนักจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน ”  และทุกอย่างจะอยู่ที่ตัวเราเองทั้งนั้น  พยายามอดทนต่อแรงเสียดทานต่างๆ จากในวงการนี้ ถ้าคิดว่าไม่เป็นปัญหาอะไร และพอสู้ไหวก็ลงสมัครได้เลย
     

เมื่อธงเขียวสบัดขึ้นเหมือนให้สัญญาณดังนี้แล้ว คุณกรรณิกาจึงได้ลงสมัครรับเลือกตั้งกับเขาด้วย ในเวลาต่อมาจึงได้รับเลือกตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๒ แทนจากผู้ใหญ่คนเก่าสืบต่อมาสมใจที่คิดไว้

  คุณกรรณิกาปฏิบัติหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๒ อย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยมาเข้าสมัยที่ ๒ แล้ว ท่ามกลางความเชื่อถือของชาวบ้าน ที่ได้เลือกคุณกรรณิกาเข้ามาเป็นผู้นำที่หมู่ ๒  และด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจของ ผู้บังคับบัญชา ที่มีต่อคุณกรรณิกา  สโลแกนที่ยึดถือไว้ในใจมาตลอดคือ กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ และกล้าตัดสินใจ

  เหมือนกับบิดาของท่านคือ กำนันโกวิทในสมัยที่ท่านยังปกครองลูกบ้านอยู่ ท่านพูดอบรมลูกน้องของท่านบ่อยๆว่า "ใหญ่แค่ไหนก็ไม่ต้องกลัว ถ้าเราไม่ผิด ขอให้ทำสิ่งที่ถูกต้องก็แล้วกัน" 

 

 คุณกรรณิกาทำตัวเป็นผู้ให้ เป็นผู้บริการ เหมือนกับกลอนที่ยึดถือประจำใจมาตลอด 

เรียกง่าย ใช้คล่อง ต้องว่าง
หนทาง  ลำบาก  แค่ไหน
กิจกรรม ทุกที่  ต้องไป
ทั้งนี้  ทำได้  (ด้วย)ใจรัก   


  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านการดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านมา อย่างยาวนานจนเข้าสมัยที่ ๒ นี้ คุณกรรณิกา ได้ทำผลงานไว้มากมาย จนจารนัยไม่หมด แต่ผู้เขียนจะขอยกแต่ผลงานที่ทำประโยชน์ไว้ให้กับชาวบ้านจริงๆ สักหน่อยหนึ่งเท่านั้น

  เอาเรื่องของการดำรงตำแหน่งต่างๆในปัจจุบันนี้ก่อน  ผู้เขียนได้รับเอกสารเหล่านี้มองดูแล้วตาลาย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เป็นเพียงผู้ใหญ่บ้านตัวเล็กๆจะมีตำแหน่งมากมายถึงเพียงนี้ เอาคร่าวๆก็แล้วกันนะ ส่วนการได้รับรางวัลต่างๆอีกมากมายนั้นก็จะมาเสนอในคราวต่อไป

 

1. ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๒ ตำบลเจ็ดเสมียน
2. ประธานโครงการ SML (คืออะไรศึกษาดูกันเอาเองนะ)
3. กรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
4. กรรมการชุมชนบ้านเจ็ดเสมียนนอก
5. ประธานโครงการเจ็ดเสมียนแข็งแรง
6. กรรมการแผนแม่บทชุมชนตำบลเจ็ดเสมียน
7. กรรมการศูนย์สงเคราะห์ช่วยเหลือผู้สูงอายุ
8. กรรมการชมรมผู้สูงอายุ “ร่มโพธิ์ทอง” หมู่ ๒ (อันเดียวกันกับข้อ 7 หรือเปล่า)
9. เลขาศูนย์เทคโนโลยีการเกษตร
10. ประธานโครงการ ยุทธศาสตร์ “อยู่ดี มีสุข”
11. อป.พร. เทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน (อป.พร.คืออะไรคงรู้กันแล้วนะ)
12. ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดิน

 

 

เอาแค่สิบสองอย่างก่อนก็แล้วกัน  ยังมีอีกหลายตำแหน่งที่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๒ ผู้นี้ดำรงตำแหน่งอยู่อีกมากมายในปัจจุบันนี้

  ติดต่อพูดคุยกับผู้ใหญ่ กรรณิกา วงศ์ยะรา ได้ทุกเวลายินดีต้อนรับเสมอ ที่

โทร  087 - 1691135, 032 - 397659

และสุดท้ายคุณกรรณิกา ขอฝากข้อคิด ข้อปฎิบัติ ที่ต้องจดจำไว้ให้ดีสำหรับผู้นำทั้งหลาย

เป็นผู้นำ  มีอำนาจ  นั้นล้นฟ้า
หากไม่สร้าง  ความศรัทธา   ให้เกิดผล
ไม่สนใจ  ชาวประชา  ผู้ทุกข์ทน
อำนาจที่  มากเหลือล้น  ย่อมหมดไป
ประชาชน  ไม่เคยตาย  ในความคิด
ประชาชน  เขาคือมิตร  ผู้ยิ่งใหญ่
จงช่วยกัน  พัฒนา   ให้ก้าวไกล
เพื่อผองไทย  สุขสถิต  นิจนิรันดร์
เป็นผู้นำ  ต้องมีธรรม  ประจำจิต
เป็นผู้นำ  ต้องนึกคิด  เรื่องศักดิ์ศรี
เป็นผู้นำ  ต้องเลิศล้ำ  ด้วยความดี
เป็นผู้นำ  มีไมตรี  กับทุกคน
เป็นผู้นำ  ต้องสนใจ  และศึกษา
เป็นผู้นำ  ใช้ปัญญา  หาเหตุผล
เป็นผู้นำ  ต้องอุทิศ  คิดช่วยคน
เป็นผู้นำ  ต้องหลีกพ้น  การคดโกง (กิน)

alt

 ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๒ ตำบลเจ็ดเสมียน คุณกรรณิกา ณ บางช้าง ได้รับรางวัล เป็นเข็มและใบประกาศเกียรติบัตร "ผู้ปฏิบัติพลังแผ่นดินดีเด่น" จากนายบัญญัติ จันทเสนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (ในสมัยนั้น)

 alt

คุณสาธร และคุณวนิดา วงษ์วานิช ได้มาเยี่ยมเยียนที่บ้าน ในฐานะเป็นเด็กเจ็ดเสมียนด้วยกัน เมื่อไม่นานมานี้  

 

alt

นายแก้ว ผู้บันทึก                                           

 

จำนวนผู้เข้าชม: 4570
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้80 
 เมื่อวานนี้173 
 สัปดาห์นี้843 
 เดือนนี้4229 
 ทั้งหมด629635 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 12 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่