เตรียมการไปล่าปลาที่ ท่าใหญ๋

เรื่องราวเก่า ๆ ของชาวตลาดเจ็ดเสมียน

          

คุณคนอง คุ้มประวัติ  (ไอ้เหม่ง)

 

         ที่ผมมาชวนไอ้เหม่งมันในวันนี้นั้น มันเสียดายมากๆที่ไปกับพวกผมไม่ได้ มันบอกว่า ตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วเป็นอะไรก็ไม่รู้เจ็บคอขึ้นมาเฉยๆเลย เมื่อหิวน้ำ กินน้ำเข้าไปในคอเหมือนมีทราย เม็ดเล็กๆเจ็บไปหมด ตื่นขึ้นมาจะไปเดินเล่นที่ตลาดนัดสักหน่อย ก็ปวดหัวและตัวร้อนจัด

          แม่บอกว่า ไข้หวัดเล่นงานมึงเสียแล้วละไอ้เหม่ง ไปซื้อยากินเสียซะไป๊ มันจึงไปซื้อยา Aspro แก้ไข้หวัดมาแผงหนึ่ง กินไปสองเม็ดแล้ว ป้าเอ็งแม่ไอ้อู๊ดร้านขายยาใกล้ๆบ้านไอ้ธร บอกว่าสัก ๓ – ๔ ชั่วโมงกินเม็ดหนึ่งแล้วพักผ่อนอย่าไปเล่นที่ไหน กินไปเรื่อยๆไข้หวัดก็จะหายไปเอง

          ฉะนั้นในวันนี้มันจึงไปกับพวกผมไม่ได้ มันเสียดายจริงๆ เรื่องไปหาปลากันนั้นผมกับไอ้เหม่งจึงจะถูก สูตรกันที่สุด กับไอ้ธรก็ไม่ค่อยได้ไปหาปลากัน แต่เรื่องที่ผมกับไอ้ธร ชวนกันจะเอาไม้ซางไปเป่าปลากันนั้น เป็นการทดลองไม้ซางกันต่างหากว่าจะแม่นยำดีและได้ผลเจ๋งดีหรือไม่

        ในตอนแรกๆนั้นคิดว่าจะไปเป่านกกันแถวๆ คอกหมูบ้านเจ๊น้อม เหมือนที่พวกผมและพวกเด็กตลาดเคยเห็นคนต่างถิ่นเอาท่อแป๊บเหล็กมาเป่าลูกดอกเป่านกพิลาปตามศาลาวัดกัน ได้ครั้งละหลายๆตัว ไม่รู้ว่ามันเป่าไปทำอะไรกัน

       เพราะว่านกพิลาปนี้จะกินก็ได้แต่มันไม่อร่อยหรอกครับเนื้อมันค่อนข้างเหนียว และกระดูกมันแข็งมากๆ กินเข้าไปดีไม่ดีกระดูกติดคอตาย ไม่เหมือนกระดูกพวกนกกระทาที่เขาเลี้ยงไว้ขาย แล้วนำมาผัดเผ็ดกินกันนั่นแหละเขาว่า กระดูกมันอ่อนดี เคี้ยวกรอบดีนักเทียว (ได้ยินเด็กรุ่นพี่บอก ผมไม่เคยกินครับ)
ในตอนหลังมาเปลี่ยนใจ จึงไม่ได้ไปเป่านกกัน หันมาทดลองกับปลาดีกว่า บางทีถ้าได้ตัวใหญ่ๆก็ได้กินปลาด้วย ป้าแชแม่ไอ้ธรทอดปลา แกงปลา กินอร่อยนักหนาเคยได้กินมาหลายครั้งแล้ว

       ผมซ่อมลูกดอกที่ได้เอาไปยิงจิ้งจกแล้วปลายเข็มมันจะหลุด เอามาซ่อมเอาด้ายตราสมอมาผูกใหม่ให้แน่นยิ่งขึ้นไปอีก แล้วทำเพิ่มขึ้นใหม่อีกหลายดอก เพราะว่าการไปเป่าปลานี้ บางทีลูกดอกจะจมน้ำหายไปเลย แต่ก็ชั่งมันหายก็หายเป็นการทดลองเท่านั้นไม่ได้คิดว่าจะจริงจังอะไร และก็เกือบจะเลิกเล่นไม้ซางเสียแล้วเมื่อตอนที่ แม่เดินมาเจอแล้วบ่นเอาเมื่อตอนกลางวันนี้
ตกค่ำผมกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไปหาไอ้เหม่งเห็นมันนอนอยู่ เข้าใจว่าไข้หวัดมันจะดีขึ้นบ้างแล้ว  ผมจึงบอกมันว่าขอยืมฉมวกแทงปลาสักอันหนึ่ง เพราะคิดว่าถ้าไม่มีอะไรติดตัวไปด้วยเลยมันจะไม่ดีแน่

       มืดๆค่ำๆมีแต่ไม้ซางอันเดียวจะไปทำอะไรได้ เดี๋ยวงูก็จะกัดตายเสียเปล่าๆหรอก ไอ้เหม่งบอกว่าให้ไปหยิบเอาเองพิงไว้ที่รั้วสังกะสีหลังบ้าน ผมไปหยิบฉมวกตามที่ไอ้เหม่งบอกแล้วผมก็ออกจากบ้าน แบกลำฉมวกอันยาวประมาณ ๒ เมตรเศษๆไว้บนบ่า

        ปลายฉมวกอันนี้ทำด้วยลวดเหล็กเป็นจากซี่ลวดรถจักรยาน ฝนตรงปลายเสียแหลมเปี๊ยบประมาณ ๗ – ๘ เส้นเห็นจะได้ เอาตรงโคนมารวมกันแล้วเอาลวดทองแดงมาผูกให้แน่นยัดเข้าไปในลำไม้รวกขนาดใหญ่ๆหน่อย แล้วไอ้เหม่งมันเอาลวดทองแดงผูกถักเสียแน่นหนาอย่างดีอีกทีหนึ่ง ฉมวกอันนี้เป็นเครื่องมือหาปลาของมันอย่างหนึ่ง ซึ่งผมก็พลอยได้ใช้กับไอ้เหม่งมันหลายครั้งหลายหนจนจำไม่ได้แล้ว

ปลายฉมวกซึ่งเป็นเหล็กแหลม ของไอ้เหม่งก็เป็นคล้ายๆอย่างนี้เหมือนกัน แต่ไม่ใช่อันนี้

                                                                   ภาพจากเวบ หนังกะติ๊ก

      

         ส่วนลำไม้ซางก็ถือไปพร้อมทั้งถุงกระดาษใส่ลูกดอกด้วย เดินผิวปากเพลง  โธ่เอ๋ยแม่นางนกขมิ้น ของสมยศ ทัศนพันธ์ ทำเป็นแอ๊กท่าเสียโก้ เด็กๆตลาดหลายพวกหลายรุ่นที่กำลังวิ่งเล่นกันอยู่ โดยเฉพาะรุ่นเดียวกับพวกน้องสาวของผม หยุดหันมามองผม คงคิดว่า วันนี้เฮียเก้ว เด็กตลาดคนดังของตลาดเจ็ดเสมียน มันจะไปหาปลาที่ไหนของมัน และก็ทำหน้าแปลกใจที่ไม่เห็นเฮียเหม่งคู่หูเดินไปกับผมด้วย ซึ่งมันเหมือนกับสิ่งที่ผิดปกติเสียเหลือเกิน
       ผมไปหาไอ้ธรที่บ้านมันตามนัด คิดว่าป่านนี้มันคงรอผมอยู่ก่อนแล้ว ถึงหน้าบ้านไอ้ธรก็มืดได้ที่พอดี ป้าแช แม่ของไอ้ธร ขยับปากจะถามมัน แต่ไม่ทันเสียแล้วเมื่อมันเห็นผมมาตามนัดมันก็รีบคว้า กระบอกไฟฉายสามท่อน ซึ่งที่บ้านมันมีใช้มาด้วย ออกมาจากบ้านทันที ป้าแชแกก็คงไม่ได้ว่าอะไร เพราะพวกเราไม่เคยไปไหนไกลๆจากตลาดในยามค่ำคืนเลย 

       ไฟฉายแบบสามท่อนนั้นผมว่ายังไม่ค่อยมีบ้านไหนใช้หรอกครับ จะมีก็แต่บ้านกำนันโกวิทเท่านั้น เห็นกำนันแกถือออกตรวจตลาดในยามค่ำคืนบ่อยๆ ในยามค่ำคืนมืดๆ ไฟฉายชนิด ๓ ท่อนนั้นให้แสงที่สว่างมาก แต่เทคโนโลยีในการผลิตถ่านไฟฉายในสมัยนั้นยังไม่ดีพอ จึงทำให้กำลังไฟหมดเร็ว และมีราคาแพงด้วย
         นอกจากไฟฉายซึ่งสำคัญมากแล้วไอ้ธรก็ไม่ลืมหยิบไม้ซางและลูกดอกอีกหลายลูกซึ่ง ไอ้ธรมันก็ทำเพิ่มมาเหมือนกันกับผมเอาไปด้วย  แล้วเราก็เดินลงตรงตรอกเล็กๆใกล้ๆบ้านไอ้ธรนั่นเอง ทะลุตรอกเล็กๆนั่นแล้วก็เป็นคลอง อีกฝั่งหนึ่งตรงกันข้ามก็เป็นทางขึ้นบ้าน แป๊ะซุ่น ซิ้มหมา คนรวยของตลาดเจ็ดเสมียนในสมัยนั้นนั่นเอง

         ที่เรียกว่าคลองเจ็ดเสมียน คลองนี้ในหน้านี้ไม่มีน้ำหรอกครับ เพราะว่าในตอนนี้ก็เพิ่งจะผ่านหน้าแล้ง มาแหมบๆ  เพิ่งจะมาเข้าหน้าฝนในตอนใกล้เข้าพรรษานี่เอง โน่นแหละเมื่อถึงเดือนสิบเอ็ดสิบสองนั่นแหละน้ำถึงจะไหลเข้าเจิ่งนองในลำคลองเจ็ดเสมียนนี้
เมื่อน้ำท่วมขึ้นมามากๆน้ำก็จะไหลเข้าคลอง ผ่านหลังตลาดเจ็ดเสมียนไปลอดไต้สะพานทางรถไฟที่เรียกว่าสะพานดำ แล้วชนบ้านนายทั้ง พ่อไอ้ตี๋ (เทียมชัย) แฉลบไปทางขวาผ่านบ้านเรือนต่างๆที่อยู่แถวนั้น รวมทั้งบ้านไอ้หร่งด้วย ออกทุ่งนาไป

ผู้เขียนกับ นายสาธร วงษ์วานิช ในปัจจุบันนี้ ภาพนี้ไปนั่งชมวิวทิวทัศน์กันที่ เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

        

           ผมกับไอ้ธรเดินทะลุตรอกตื้นๆข้างๆบ้านมันแล้ว ก็ลงคลองเลี้ยวขวาผ่านศาลเจ้า ซึ่งอยู่ติดกับต้นโพธิ์ใหญ่
(ตอนนั้นศาลนี้ยังไม่มีชื่อว่าอะไร ใครๆก็เรียกกันว่า  ”ศาลเจ้า” เฉยๆ เมื่อผมกลับมาเยี่ยมเจ็ดเสมียนอีกครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ เห็นเขาตั้งชื่อว่า “ศาลเจ้าแม่เจ็ดเสมียน” เสียแล้ว คนที่ตั้งชื่ออย่างนี้รู้แล้วจริงๆหรือว่า ศาลนี้เป็นเจ้าพ่อหรือเจ้าแม่กันแน่  เรื่องของศาลเจ้าที่ท่าใหญ่หลังตลาดเจ็ดเสมียนนี้ ผมจำได้ว่าเคยได้เขียนรายละเอียดบ้างเล็กน้อย เกี่ยวกับศาลเจ้านี้แล้ว แต่ผมจำไม่ได้ว่าเขียนไว้อยู่เรื่องไหน ถ้าเขียนอีกก็จะเป็นการซ้ำกันจึงขอผ่านเรื่องนี้ไปก่อน)

          เสียงเรือโยงในลำแม่น้ำดังแว่วเข้ามาแล้ว แสดงว่าใกล้ท่าใหญ่แล้ว ไอ้ธรยกไฟฉายขึ้นฉายไปที่ปากทางลงน้ำที่ท่าใหญ่ แสงสว่างขาวนวลเป็นลำของไฟฉายกระบอกนี้ทำให้เราเห็นท่าใหญ่ได้ชัดเจนขึ้น ปกติที่ท่าใหญ่เวลาประมาณทุ่มหรือทุ่มกว่าๆนี้บางทีก็ยังมีคนลงอาบน้ำอยู่ บางคนก็กำลังซักเสื้อผ้า ล้างจานชามกัน (เวลานั้นน้ำประปาในหมู่บ้านและตลาดยังไม่มี) แต่ในวันนี้ผิดปกติไปนิดหน่อย อาจจะเป็นเพราะว่าฝนในหน้าใกล้เข้าพรรษานี้ตั้งเค้าดำทะมึน มาจากทางเขางูราชบุรีก็เป็นได้

        ผู้คนจึงได้รีบทำธุรกิจให้เสร็จเร็วๆแล้วขึ้นไปจากท่าใหญ่จนหมด แม้ว่าฝนจะตกหรือไม่ตกก็ตาม........

 

โปรดติดตาม        ท่าใหญ่ในความมืด         ได้เลยครับ 

 

 

 

 

 

 จากเป็นเด็กที่ซุกซนตามประสาเด็กๆที่เจ็ดเสมียนแล้ว โตขึ้นอีกหน่อยมีงานทำแล้ว นายแก้ว กับนายสาธร ก็ยังมีโอกาสได้พบกันบ้าง เรื่อยๆมา

 

จำนวนผู้เข้าชม: 3440
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้146 
 เมื่อวานนี้142 
 สัปดาห์นี้1059 
 เดือนนี้3563 
 ทั้งหมด651839 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 78 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่