เรื่องเล่าริมคลอง ๑ (ฉันเป็นเด็กเจ็ดเสมียน)

เรื่องราวเก่า ๆ ของชาวตลาดเจ็ดเสมียน

  ฉันเป็นเด็กเจ็ดเสมียน เรียนที่โรงเรียนวัดเจ็ดเสมียนเป็นแห่งแรก 

   ฉันเกิดที่เจ็ดเสมียนนี้เอง ฉันจึงเป็นเด็กเจ็ดเสมียนตัวจริงอีกคนหนึ่ง เหมือนกับที่เพื่อนรุ่นพี่และรุ่นน้องของฉันหลายๆคน เคยพูดว่า เรานี่แหละเป็นเด็กเจ็ดเสมียนตัวจริง

   พ่อของฉันเคยบอกว่าเมื่อตอนฉันเกิดนั้น ครอบครัวของเรายังไม่มีบ้านของเราเอง ยังต้องเช่าเขาอยู่ และที่บ้านเช่าหลังหนึ่งซึ่งอยู่ที่หลังตลาดเจ็ดเสมียนแถวเก่า ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้ก็คงจะอยู่หลังๆตลาดนั่นแหละ

ผู้เขียนตอนเด็กที่ตลาดเจ็ดเสมียน 

    ฉันเกิดที่นั่น ฉันก็เลยเป็นเด็กเจ็ดเสมียนตัวจริงเหมือนคนอื่นๆ ที่วิ่งเล่นอยู่แถวตลาดเจ็ดเสมียนนั้น ถัดจากนั้นมาอีกสักสองปี พ่อของฉันจึงได้มีที่อยู่ในห้องแถวใหม่ ที่กำนันโกวิท วงศ์ยะราเป็นผู้สร้างขึ้น 

   ต่อมาเมื่อโตขึ้นได้เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดเจ็ดเสมียน เหมือนเด็กที่เจ็ดเสมียนทุกคน ที่จะต้องผ่านโรงเรียนนี้ก่อนแล้วจึงจะไปเรียนต่อที่อื่น มันเหมือนเป็นประเพณีที่สืบต่อกันมาเรื่อยๆ ตั้งแต่รุ่นโบราณถึงรุ่นฉันแล้วก็จะสืบต่อกันไปเรื่อยๆ ในรุ่นต่อไปอีก

  แม่ของผู้เขียนกำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว

    เด็กๆที่เจ็ดเสมียนนั้นพอมีเวลาว่าง หรือเลิกจากโรงเรียนแล้วกลับมาบ้าน บางคนยังไม่ทันเปลี่ยนเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวนักเรียนเลย ก็วิ่งปร๋อออกไปเล่นกับเพื่อน หรือไม่ก็ไปเล่นกันที่สนามหญ้าหน้าโรงเรียนเสียแล้ว

   ส่วนฉันนั้นก็เคยนึกสนุกไปกับเขาเหมือนกัน ก็เข้ากับพวกกับหมู่ในเด็กหญิงรุ่นๆเดียวกันได้ แต่ก็ไม่มากนักหรอก เพราะในนิสัยของฉันจริงๆ แล้วชอบแต่จะอ่านหนังสืออยู่กับบ้าน ไม่ค่อยออกไปวิ่งเล่นหรือรวมกลุ่มอะไรกับเพื่อนๆ เลย

   จะคุยให้ท่านผู้อ่านทราบอีกสักเล็กน้อยนะ เมื่อโตขึ้นมาหน่อยก็ได้ไปเรียนต่อที่ “โพธาราม” ในระยะนั้นฉันก็บ้าอ่านหนังสือหนักมากขึ้นอีก นอกจากหนังสือเรียนที่ต้องอ่านต้องทวนเป็นประจำแล้ว พวกหนังสืออ่านเล่นเล่มใหญ่ๆหนาปึก จำได้ว่ามีเรื่องผู้ชนะสิบทิศซึ่งแต่งโดย “ยาขอบ”  เรื่องสามก๊ก หนังสือสารคดี หนังสือวิชาการและหนังสือต่างๆ สารพัดที่พ่อของฉัน ซึ่งเป็นคนชอบเขียนหนังสือ และเป็นนักอ่านหนังสือเก็บสะสมไว้เต็มตู้ใหญ่ที่บ้าน ฉันอ่านจนแทบหมดตู้

        

เมื่อครั้งเรียนหนังสืออยู่ที่โพธาราม "โรงเรียนโพธาราม โพธาวัฒนาเสนี "

   ดังนั้นฉันจึงไม่ค่อยได้ออกไปเล่นกับเพื่อนๆ เมื่อกลับจากโรงเรียนแล้ว ก็เอาหนังสือมาอ่านที่หน้าบ้านบ้างหลังบ้านบ้าง พอแสงแดดหมดแล้ว และมืดลงก็เข้าไปอ่านในบ้าน เป็นอย่างนี้ตลอดมา

  มีครั้งหนึ่งพี่ชายของฉันซึ่งไปทำงานที่กรุงเทพฯแล้ว ได้เอาหนังสือเรื่อง มังกรหยก ติดมือกลับมาบ้าน มังกรหยกเป็นนิยายจีนยอดฮิตในสมัยนั้น เล่มใหญ่ๆ ขนาดเล่มละเกือบ 1,000 หน้า ซึ่งแปลมาจากเรื่องของจีนโดยจำลอง และประยูร พิศนาคะ เป็นเรื่องที่สนุกมาก ในตอนนั้นฉันจึงเหมือนคนที่บ้าอ่านหนังสือจริงๆ ถึงเวลากินเวลานอนก็แทบจะไม่ได้กินได้นอนเลย ฉันจึงโดนแม่เอ็ดเอาอยู่บ่อยๆ

  นั่นเป็นนิสัยของฉันเมื่อตอนที่ฉันยังเด็ก และยังอยู่ที่ตลาดเจ็ดเสมียนแห่งนี้  แต่ว่าถึงฉันจะเป็นเด็กเจ็ดเสมียนตัวจริงก็ตาม แต่ฉันก็ได้อยู่ที่เจ็ดเสมียนเพียงน้อยนิดเท่านั้น ถ้าเทียบกับเวลาทั้งหมดของฉันที่ผ่านมา

ผู้เขียนเรียนจบแล้วก็ได้เข้ารับราชการเรื่อยมา

  จากนั้นเมื่อผ่านการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมที่ โพธารามแล้วจึงได้เข้าไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ และได้จากเจ็ดเสมียนไปตั้งแต่นั้นมา ถึงแม้ว่าได้เข้าไปอยู่ที่กรุงเทพฯแล้วแต่ก็ยังได้กลับมาเที่ยวบ้าน เพื่อมาเยี่ยมแม่และพี่น้องที่ยังอยู่ที่เจ็ดเสมียนแห่งนี้ แต่ก็ไม่บ่อยนัก และไม่เคยได้กลับมาอยู่ที่เจ็ดเสมียนอย่างถาวรอีกเลย 

  ในความคิดของฉันนั้น คิดว่าถึงอย่างไร เจ็ดเสมียนก็ยังเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของฉันอย่างแท้จริง แล้วคิดว่าสักวันหนึ่งข้างหน้า อยากจะกลับมาอยู่ที่เจ็ดเสมียนอย่างถาวรอีกครั้งหนึ่ง เหมือนเมื่อตอนสมัยเด็กๆที่ผ่านมาแล้วนั้น แต่ก็ยังหาโอกาสไม่ได้ 

   เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๘  ความฝันของฉันก็ได้กลายเป็นความจริงขึ้นมา เมื่อน้องสาวของฉันคนหนึ่ง ซึ่งมีอาชีพรับราชการเป็นครู และก็ยังอยู่ที่ห้องแถวในตลาดเจ็ดเสมียน ยังไม่ได้ย้ายไปไหน ได้โทรศัพท์ไปบอกฉันถึงที่ทำงานที่กรุงเทพฯ 

  บอกว่ามีคนที่เจ็ดเสมียนนี้เอง จะขายที่จำนวนประมาณ ๓ ไร่ครึ่ง อยู่ริมคลองชลประทาน ซึ่งเป็นคลองส่งน้ำตามโครงการของกรมชลประทาน แต่พื้นที่ไม่ค่อยสวยเท่าไรนักหรอก ด้านหน้าแคบมากและมีลักษณะเป็นรูปตัว แอล (L) เจ้าของเขาจะขายถูกๆ สนใจไหม 

  ฉันก็เลยถามว่า ไกลจากตลาดเจ็ดเสมียนมากไหม น้องสาวฉันบอกว่า ไม่ไกลนักหรอก จากตลาดมาก็ประมาณกิโลเดียวเท่านั้น การไปมาก็สะดวกพอสมควร เพราะว่าที่อยู่ติดถนนริมคลอง

   เห็น ป้าเม้ยและลุงมูล เจ้าของที่นั้น เขาเที่ยวบอกใครต่อใครหลายรายแล้วถ้าช้าเดี๋ยวเราจะอด รีบกลับมาบ้านมาคุยกับเขา มาต่อรองราคากันทีเดียวเลย คงไม่แพงนักหรอกเพราะดูท่าเขามีความจำเป็นจะต้องรีบขายเสียด้วย

  ฉันได้ยินน้องสาวของฉันบอกแล้ว ในใจนั้นก็คิดอยากได้ขึ้นมาทันที เพราะเคยคิดไว้นานแล้วว่าในอนาคตข้างหน้าอยากจะกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง ดังที่ได้บอกในตอนแรกแล้ว ดังนั้นในวันรุ่งขึ้นตรงกับวันเสาร์ที่ทำงานหยุด ฉันจึงรีบกลับมาที่เจ็ดเสมียนทันที เมื่อมาถึงบ้านที่เจ็ดเสมียนในตอนบ่าย น้องสาวของฉันรออยู่ก่อนแล้ว..มีต่อ

อุ่นเรือน เขียน เรื่องเล่าริมคลอง ๑

จำนวนผู้เข้าชม: 3159
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้93 
 เมื่อวานนี้147 
 สัปดาห์นี้358 
 เดือนนี้3849 
 ทั้งหมด641910 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 13 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่