เรื่องเล่าริมคลอง ๓ (ไร่ที่ซื้อไว้)

เรื่องราวเก่า ๆ ของชาวตลาดเจ็ดเสมียน

กรุณาอ่านตอนที่ ๒ ก่อน  (คลิ๊ก ) 

    เมื่อฉันซื้อที่จากป้าเม้ยได้ไม่นานนัก ก็ได้ข่าวว่า ป้าเม้ย แกเสียชีวิตเสียแล้ว ไม่ทราบว่าด้วยเหตุใดเพราะว่าฉันเองก็ไม่ได้อยู่ที่เจ็ดเสมียนเลย นอกจากว่านานๆจะกลับมาเยี่ยมแม่สักครั้งหนึ่ง

   ที่ของป้าเม้ยที่ฉันซื้อไว้นั้น คนที่ทำไร่อ้อยก็คงปลูกอ้อยอย่างนั้นอีกหลายปีต่อมา ที่เป็นดังนี้เพราะเหตุว่า  เมื่อฉันซื้อที่มาแล้วนั้นคนที่ทำอ้อย ก็มาขอร้องฉันว่า ถ้ายังไม่ได้ทำอะไรที่ๆแปลงนี้ก็จะขอปลูกอ้อยต่อไปอีก จนหมดสัญญาที่ป้าเม้ยได้เอาเงินของเขาไปแล้ว คิดดูแล้วฉันก็ยังไม่ได้คิดจะทำอะไรที่ตรงนี้ ก็เลยให้เขาปลูกอ้อยต่อไปอีกจนหมดสัญญาของเขา

 

 

ไร่อ้อยที่เขามาเช่าที่ป้าเม้ยปลูกไว้ยังไม่หมดสัญญา ก็เลยให้เขาปลูกต่อไปจนหมดสัญญา

  นี่ก็นับว่าเราคิดถูก ที่ให้เขาปลูกอ้อยต่อไปอีก ที่แปลงนี้จึงไม่มีต้นไม้หรือพุ่มหญ้าขึ้นมาให้รกเลย พอเขาหมดสัญญาและเลิกปลูกอ้อยที่แปลงนี้แล้วสิ เห็นฤทธิ์เลย มันเป็นเหมือนไร่ร้าง ไม่นานนักทั้งต้นหญ้า ต้นมะขามเทศ ต้นหนามพงดอ ต้นเสือหมอบ ต้นมะม่วง  เรียกว่าต้นไม้ใหญ่เล็กทั้งหลายขึ้นกันเต็มไปหมด รกทึบยิ่งกว่าป่าจริงๆบางแห่งเสียอีก

   น้องสาวของฉันแต่งงานมานานแล้ว มีลูกหลายคน และคนโตสุดนั้นก็มีครอบครัวแล้ว พวกเขากำลังคิดกันว่าจะทำอะไรกันดี กับที่ตรงนี้ให้เกิดประโยชน์บ้าง แต่ก็ยังคิดกันไม่ออก เมื่อมีเวลาว่างๆพวกเขาทั้งหลาย ก็เข้าไปในที่นั่น หักล้างถางพงกันยกใหญ่
เมื่อฉันกลับมาบ้านบ้างในวันเสาร์ ก็เห็นว่าที่อันนี้ราบเรียบดี มองดูแล้วก็ภูมิใจในตัวเองเหมือนกัน ที่เราก็มีที่กับเขาแปลงหนึ่งแล้ว เราเรียกกันว่า  “ ไร่เจ็ดเสมียน ”

    วันหนึ่งน้องสาวของฉันได้ขอปรึกษากับฉันว่า ไร่เจ็ดเสมียนนี้จะให้ลูกชายคนโต ซึ่งมีครอบครัวแล้ว ไปปลูกบ้านหลังเล็กๆอยู่กันที่ไร่ แล้วก็จะสร้างเตาเผาอิฐมอญออกขาย ซึ่งทางบ้านของภรรยาของลูกชายก็ค้าขายอิฐมอญกันอยู่ ซึ่งก็เป็นรายได้ที่ดีพอสมควร ซึ่งฉันก็เห็นดีด้วย

หลานชายของผู้เขียน คนถอดเสื้อคือหลานชายคนโตที่จะให้ไปอยู่ที่ไร่ 

    เมื่อตกลงกันว่าจะทำอย่างนั้นแล้ว ก็เริ่มมาปรับมาขุดที่กันโดยจ้างช่างปลูกบ้านและคนงานมาหลายคน ในตอนแรกก็ปลูกบ้านหลังเล็กๆก่อน อยู่ด้านหน้าติดกับคันคลองชลประทาน ซึ่งมีคูน้ำกั้น ปลูกบ้านหลังเล็กๆพออยู่กันได้แล้วก็ ดำเนินการในการขุดเตาสร้างเตาเผาอิฐมอญทันที ในนานนักก็แล้วเสร็จ

   กระท่อมของเราที่ปลูกในที่ของเรา จะมีคูน้ำกั้นอีกทีหนึ่ง จากคันคลองชลประทานจะต้องข้ามคูน้ำนี้เสียก่อนจึงเข้าที่เราได้ เราวางท่อและถมดิน เป็นถนนเพื่อจะวิ่งรถไปส่งอิฐมอญของเราได้

 

ภาพบ้านหลังเล็กนี้ (เรียกว่า กระท่อม เสียมากกว่า ) เป็นสิ่งก่อสร้างแรกที่ได้ปลูกขึ้นไว้ในที่นี้ เพื่อเป็นที่พักของหลานๆที่มาเฝ้าเตาเผาอิฐกัน

 ถนนเข้าในที่ไร่ที่ซื้อไว้เชื่อมกับคันคลองชลประทาน เพื่อให้รถขนอิฐมอญที่ทำอยู่วิ่งเข้าออกได้

    สำหรับการเผาอิฐมอญของหลานๆ ในที่ของฉันนั้น ฉันจะไม่เล่ารายละเอียดหรอกนะ เพราะว่าฉันก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องการทำอิฐมอญเลย เพียงแต่ว่านานๆทีเมื่อฉันกลับมาบ้านก็แวะเข้าไปดูเสียหน่อย ว่าเขาทำอะไรกันไปถึงไหนแล้ว
  วันหนึ่ง  เมื่อลูกของน้องสาว คือพวกหลานๆของฉันตั้งหลักในการค้าขายอิฐมอญพอจะได้บ้างแล้ว วันนั้นฉันกลับมาจากกรุงเทพฯ ไปหาน้องสาวของฉันที่ในตลาด แล้วก็ชวนกันขี่จักรยานไปที่ ไร่เจ็ดเสมียนของเรา

  เมื่อใกล้จะถึงที่ก็มองเห็นควันของแกลบที่สุมไฟเผาอิฐอยู่นั้นลอยกรุ่น ฉันก็ดีใจที่เขาทำสำเร็จและกำลังก่อร่างสร้างตัวกันขึ้นมา ถ้ากิจการไปได้ดีก็จะมีความสุขสบายกันในวันข้างหน้า

  ในเย็นวันนั้นฉันบอกกับน้องสาวของฉันว่า อยากจะพักค้างคืนในไร่เจ็ดเสมียนของเรานี้สักคืนหนึ่ง ดูซิว่าจะดีไหม โดยนอนกันในบ้านเล็กหลังนั้น คงจะมีที่ให้นอนได้เพราะว่า ที่บ้านหลังเล็กนี้มีคนนอนกันสองคนคือหลานของฉันและภรรยาของเขาเท่านั้น

   เมื่อฉันมีความประสงค์เช่นนั้น น้องสาวของฉันก็กลับเข้าไปที่บ้านในตลาดคนเดียว ปล่อยให้ฉันอยู่ที่ไร่กับหลานๆอีกสองคนเท่านั้นตกตอนเย็นอากาศใกล้ค่ำที่ไร่นี้ค่อนข้างเย็นสบายดี เพราะว่าเป็นต้นๆหน้าหนาวแล้ว และวันนี้ก็ใกล้จะ ขึ้น ๑๕ ค่ำ กลางเดือนพอดี พระจันทร์ขึ้นแต่หัวค่ำทีเดียว  พอดึกๆอีกสักหน่อยแสงของพระจันทร์ก็สว่างจ้า ยิ่งเข้าหน้าหนาวด้วยแล้ว บนท้องฟ้าไม่มีเมฆหมอกมาบังเลย มองเห็นพระจันทร์ขึ้นทางทิศตะวันออกดวงกลมดิก

ใกล้จะขึ้น ๑๕ ค่ำ พระจันทร์ส่องแสงสว่างจ้าเลย

  ตอนนี้กินข้าวปลาอาหารกัน หลานสะใภ้เป็นคนทำอาหารให้กิน เสร็จแล้วก็นั่งเล่นกันอยู่ตรงหน้าบ้าน เดือนขึ้นหงายแจ่มสว่างไปทั่ว นานๆจะมีโอกาสมาพักในป่าในไร่อย่างนี้สักที

     ที่ฉันยังเรียกว่าป่านี้ก็คือ ด้านหลังๆของไร่เข้าไปข้างในอีกนั้น เด็กๆลูกหลานยังไม่ได้ไปถางต้นไม้น้อยใหญ่ให้เตียนโล่ง เพียงแต่ถากถางตรงที่เผาอิฐและ ตรงปลูกบ้านหลังเล็กเท่านั้น ฉันจึงบอกว่ายังเป็นป่าอยู่

    ค่ำมากแล้ว ยุงชักจะชุม หลานชายจะเอายากันยุงที่เป็นขดกลมๆมาจุดให้ ฉันก็บอกว่าไม่ต้องหรอกจะนั่งที่นี่อีกสักประเดี๋ยวเท่านั้น ก็จะเข้าไปข้างในแล้ว  ฉันนั่งมองไปรอบๆบริเวณแล้วคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เกี่ยวกับในอนาคตข้างหน้า ถ้าถึงเวลาที่ออกจากงานแล้ว หรือว่าชราภาพแล้ว ก็จะมาทำอะไรบ้างในสถานที่แห่งนี้.......มีต่อ

 อุ่นเรือน ผู้เขียน  " ไร่ที่ซื้อไว้ "

จำนวนผู้เข้าชม: 1839
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้131 
 เมื่อวานนี้163 
 สัปดาห์นี้902 
 เดือนนี้3406 
 ทั้งหมด651682 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 9 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่