ตลาดนัด2 (ตาผ้าขาว)

เรื่องราวเก่า ๆ ของชาวตลาดเจ็ดเสมียน

Imageย้อนมาเรื่องตลาดนัดเจ็ดเสมียน กันอีกที ป้าแจ่มแกรออยู่ตั้งนานแล้ว ถึงคิวออกเสียที แกก็จะมาตั้งหาบขนมจีนของแก อยู่ตรงต้นก้ามปูต้นที่สองนี้เป็นประจำ ขนมจีนน้ำพริก น้ำยาของป้าแจ่ม อร่อยมากๆ น้ำยาเป็นน้ำยาป่า คือไม่ใส่กะทิ ปลาก็เป็นปลาช่อนแม่น้ำแม่กลองแท้ๆ ไม่มีปลาเลี้ยงเหมือนสมัยนี้เลย ผมคนหนึ่งละที่กินขนมจีน ร้านป้าแจ่ม เป็นประจำในวันมีตลาดนัด

        ก่อนถึงวันมีตลาดนัดหนึ่งวัน ในบางทีตอนบ่ายๆ มักจะมีรถขายยาวิ่งเข้าไปหากำนันโกวิท วงศ์ยะรา ก่อนเพื่อขออนุญาตทำการโฆษณาขายยาและฉายหนังที่กลางตลาด ซึ่งกำนันท่านก็อนุญาต (ไม่บอกกำนันก่อนไม่ได้เด็ดขาด อันนี้สำคัญมาก) และเมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าพ่อเจ้าของท้องที่แล้ว ทุกอย่างก็ราบรื่น

        ทีนี้รถขายยาคันนี้ ก็วิ่งโฆษณาไปทั่วตำบลเจ็ดเสมียน และตำบลใกล้เคียงได้ ว่าในค่ำคืนวันนี้ขอเชิญ พ่อแม่พี่น้องที่เสร็จงานเสร็จการจากการทำไร่ไถนาแล้ว ขอให้หอบลูกจูงหลานไปชมภาพยนตร์กันที่ ตลาดเจ็ดเสมียน 

 

 

 

        "ในค่ำของคืนวันนี้จะขอเสนอภาพยนตร์ไทย เรื่อง อกสามศอก ซึ่งนำแสดงโดย  พระเอกยอดนิยม  แสน สุรศักดิ์  (เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อ วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๑) และผู้แสดงร่วมอีกมากมาย จัดเสนอโดย บริษัท ยาหอมชนะลม จำกัด อย่าลืมอย่าพลาดนะครับ พ่อแม่พี่น้อง......"

 

        แล้วเขาก็โฆษณา ไปเรื่อยๆ ไปไกลๆ หลายหมู่บ้าน พอตกเย็นรถขายยาคันนี้ก็กลับมาจอดที่หน้า ตลาดเจ็ดเสมียนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเตรียมกางจอ สำหรับฉายหนังในคืนวันนั้น

        พอค่ำลง รถขายยาคันนี้ก็เริ่มโหมโรง โดยเปิดแผ่นเสียงดังลั่นไปหมด สลับกับโฆษณาขายสินค้าไปด้วย ถึงตอนนี้คนก็เริ่มทยอยกันมาจับจองหาที่นั่งกันแล้ว มาจากทางวัดท่าวัว (วัดสนามชัย) วัดตึก วัดใหม่ชำนาญ วัดบ้านซ่อง และอีกหลายหมู่บ้าน บ้างก็เอาเสื่อมา บ้างก็เอากล่องกระดาษหนาๆ มาฉีก ปูลงไปตรงหน้าจอ พยายามเลือกที่นั่งให้ดีที่สุด (ไม่มีเก้าอี้ให้นั่ง) เรียกว่ามาก่อนได้ก่อน ไม่มีการแย่งกัน

        พวกผมเป็นเด็กที่บ้านอยู่ในตลาดอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องจองที่กับเขา นั่งดูหนังที่หน้าบ้านนั่นแหละ แต่โดยมากแล้วไม่ได้ดูหนังหรอก คืนที่มีหนังขายยามาฉายเช่นนี้ เป็นคืนที่พวกเรารุ่นๆเดียวกัน ชอบมาชุมนุมกันนั่งคุยเฮฮากันมากกว่า บางครั้งก็ที่หน้าบ้านกำนัน บางทีก็ที่ร้านขายกาแฟเฮียไล้ (พี่ชาย แก่เล็ก) เจ๊กิ๊ต แต่บางครั้งก็ที่หน้าบ้านผมเอง คิดดูแล้ววัยรุ่นสมัยไหนๆ ก็เป็นอย่างนี้เหมือนกันหมด  พวกเราไม่ได้สนใจหนังเลย เป็นเช่นนี้บ่อยๆ ก่อนวันมีตลาดนัด จะต้องมีรถขายยามาฉายหนังเสมอ จึงเรียกพวกหนังเร่พวกนี้ว่า  หนังขายยา นอกจากในตอนนั้นจะเป็นหน้าฝนหนังขายยาก็จะห่างๆ ไปสักหน่อย

        ในวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันนัดผมและเด็กๆ เจ็ดเสมียน รุ่นผม หรือบางทีอาจจะทุกรุ่น ต้องรีบตื่นกันแต่เช้า เพื่อเดินดูของที่พ่อค้าแม่ค้าเอามาขาย ตั้งแต่ริมแม่น้ำ ผ่านหน้าตลาด เลี้ยวออกไปทางหน้าโบสถ์ ตรงศาลตาผ้าขาว

        ศาลตาผ้าขาว นี้ตอนแรกนั้นอยู่ที่กำแพงโบสถ์หลังเก่า ใกล้ประตูทางเข้าโบสถ์ด้านหน้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ผมเห็นอยู่ที่ตรงนี้ตั้งแต่ผมเกิดแล้ว และมีอยู่หลายครั้งที่ผมไปวิ่งเล่นรอบๆโบสถ์ และปีนกำแพงโบสถ์เล่น คลับคล้ายคลับคลาว่า จะโดนตาผ้าขาว ที่เฝ้าสถานที่นี้ผลักผม ตกจากกำแพงโบสถ์หลายหนแล้ว หล่นลงมาจุกแทบแย่ แต่ตอนหลังที่ผมไม่ได้อยู่ที่เจ็ดเสมียนแล้ว เขามีการย้ายศาลตาผ้าขาวมาอยู่ที่ปัจจุบันนี้ ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบ คงตั้งแต่ทางวัดสร้างโบสถ์ขึ้นใหม่นั่นเอง ?

        เมื่อย้ายศาลตาผ้าขาวมาอยู่ที่ใหม่ ในเมื่อต้องย้ายมาทั้งที จึงต้องสร้างศาลให้ท่านใหม่ซึ่งทำอย่างโอ่อ่า ตามมาตรฐานของศาลสากลทั้งหลาย เมื่อมาอยู่ที่ใหม่แล้วจึงจำเป็นต้องมีผู้ดูแล และอุทิศตัวให้กับศาลอย่างจริงจัง ผมได้ทราบว่า ลุงเกีย พ่อ ของไอ้มูล เป็นผู้ดูแลเป็นคนแรก คอยเก็บกวาดเช็ดถู ทำความสอาด เก็บขยะที่ผู้มาเยี่ยมเยือนทิ้งเอาไว้ อย่างจริงจังแต่ในปัจจุบันนี้ ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ดูแลอยู่ เพราะว่า ลุงเกีย พ่อไอ้มูลนั้นได้เสียชีวิตไปนานแล้ว 

 

 alt

ศาลตาผ้าขาวปัจจุบันนี้ ก่อนจะบนบาน ต้องอ่านประกาศเสียก่อน (ถ่ายเมื่อ 8 สิงหาคม 51)

 

        ตาผ้าขาวนี้เป็นที่นับถือของชาวเจ็ดเสมียน และชาวตำบลใกล้เคียงมาก จะเห็นว่ามีผู้ที่บนบานประสงค์สิ่งใดแล้ว ประสบผลสำเร็จ ก็จะมาแก้บนกันเนืองๆ มีรอยจุดประทัดกันเกลื่อน

        แต่ขอบอกไว้อย่างหนึ่งนะ อย่ามาบนตาผ้าขาวไม่ให้ถูกทหารโดยเด็ดขาด  ลูกหลานคนที่เจ็ดเสมียนหลายรายแล้ว เคยบนให้ตาผ้าขาวช่วยไม่ให้ถูกทหาร พอรุ่งเช้าไปคัดเลือกที่หน้าอำเภอโพธาราม จับได้ใบแดงทุกราย ดีหนึ่ง ประเภท หนึ่ง แล้วก็ไปผลัดหนึ่งเสียด้วย จำไว้นะ จะบอกให้  

        ตลาดนัดเจ็ดเสมียนยามเช้าอย่างนี้ มีผู้คนเต็มพืดไปหมด ผมไม่ได้ซื้อของอะไรหรอกครับ เพราะวันมีตลาดนัดเช่นนี้ แม่เขาก็จะซื้อของกินของใช้มากมายไว้แล้ว อาจจะมีที่เราชอบซื้อมาบ้างก็เป็นพวกขนม มีขนมชั้น ขนมเปียกปูนที่มีสีดำๆ ขนมเบื้องที่ทอดเหมือนไข่สีเหลืองๆ แล้วใส่ไส้ ลงไปเสร็จแล้วพับเป็นสี่เหลี่ยม  ขนมหวานต่างๆ ที่ขาดไม่ได้ก็คือขนมที่เป็นลูกกลมๆ ทำจากแป้งสาลีมีไส้ที่ทำจากถั่วเหลือง เคลือบน้ำตาลปี๊บไว้เป็นเกร็ดๆ มีทั้งไส้เค็มและไส้หวาน กินอร่อยดี ขนมนี้ชาวบ้านเขาเรียกว่า ขนม ไข่เหี้ย นั่นเองครับ แต่บางคนก็ดัดจริต เรียกขนมนี้ว่า ขนมไข่หงส์ ไม่ใช่นะครับ และขนมนี้มีตำนานด้วย แล้วผมจะค้นหาตำนานมาให้ครับ

         และถัดไปทางริมแม่น้ำแม่กลอง ประมาณตรงหน้าบ้านของนายซุ่ย ร้านทำทองปัจจุบันนี้ได้เลิกกิจการร้านทองไปนานแล้ว ก็มีต้นก้ามปูใหญ่อีกหนึ่งต้น

        ก่อนจะเลยตรงนี้ไป ผมขอแทรกเรื่องที่ไม่ดี เสียหน่อย ไม่อยากให้เด็กๆทั้งหลายเอาเป็นตัวอย่างครับ

        คือ เมื่อตอนที่นายซุ่ยยังทำทองอยู่นั้น ผมจำได้ว่า ผมได้แอบหยิบเอาเงิน ที่เป็นก้อนกลมๆ ที่เขาเรียกว่า เงินพดด้วง  ซึ่งเป็นเงินบริสุทธิ์ ขนาดราคา 1 บาท (เงินก้อนนี้น้ำหนักก็ต้อง 1 บาทด้วย ประมาณ 14.50 กรัม)  ของแม่ผม เอาไปจ้างให้นายซุ่ยทำเป็นสายสร้อยเงิน หนัก 1 บาท ทีแรกนายซุ่ยมองหน้าผม แล้วไม่ยอมทำให้ แล้วบอกผมว่า เอาเก็บเอาไว้ดีกว่าเพราะว่าเป็นของเก่าหายากมาก แล้วแม่ลื้อรู้หรือเปล่า แต่ผมไม่ยอม ความที่อยากได้มีสร้อยใส่ และอยากหล่อ อยากอวดกับพรรคพวก  แม้เป็นเพียงสายสร้อยเงินก็ยังดี อ้อนวอนนาย ซุ่ย นานๆ เข้า เขาจึงยอมรับทำ แล้วพอมาได้ใส่สายสร้อยนี้จริงๆ ไม่นานก็เบื่อ เพราะว่ามันเส้นใหญ่เกินไป หนักตั้ง 1 บาท เลยถอดวางทิ้งไว้ที่โน่นที่นี่ นานเข้าจึงไม่ได้หยิบใส่เลย และมันก็หายไปหาไม่เจออีกจนบัดนี้ นั่นเป็นความคิดของเด็กๆ ซึ่งเป็นความคิดที่เสียหาย และน่าเสียดายของเก่านั้นเป็นอันมาก
 
 

 

 

alt

 
       
ผู้ที่นั่งทางขวามือสุดนั้น คือ นายซุ่ย เจ้าของร้านทำทอง ง่วนหลีเฮง (พ่อของเฮีย งอก) คนที่นั่งทางด้านซ้ายมือนั้น คือ คุณวิรัช วงษ์วานิช (พ่อของคุณ สาธร วงษ์วานิช) เพื่อนของผู้เขียนเอง ยืนข้างหลังคือ ผู้ใหญ่เสงี่ยม สกุลนา (มือปราบปืนโหด) ผู้ใหญ่บ้านสมัยกำนันโกวิท  วงศ์ยะรา ถ่ายกันที่ข้างศาลาใหญ่ของวัดเจ็ดเสมียนหลังเก่า ปัจจุบันนี้รื้อแล้วสร้างใหม่มาหลายสิบปีแล้ว

 

 

 alt

alt

ภาพข้างบนนี้  ถาพบนสุดแถวหน้า จากซ้าย พี่องุ่น คุ้มประวัติ   นั่งตรงกลางที่ไส่ชุดสวยๆนั้น ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ยังตามตัวอยู่ (ทราบข่าวแล้วตอบด้วย) นั่งขวาสุดนั้น นักเรียนจาก โรงเรียน ศึกษานารี วงเวียนเล็ก ฝั่งธนบุรี คุณนวลปรางค์ คุ้มประวัติ  ข้างบน ด้านขวามือ เจ๊สะอาด alt

 

 

    ส่วนภาพเล็ก 2 ภาพล่างนั้น โปรดดูชื่อกันเอาเองครับ เพราะ เจ้าของภาพเขียนเอาไว้กันลืม เมื่อนานมาแล้วครับ สำหรับ เซี้ยม นั้น เดี๋ยวนี้อยู่ที่ไหนครับ ยังอยู่ที่เจ็ดเสมียนหรือเปล่า  ถ้าใครทราบ ช่วยบอกลูกหลานเขา ให้เปิดภาพเหล่านี้ ให้  เซี๊ยม   ดูภาพเหล่านี้ด้วยนะ แต่ผมยังสงสัยภาพ บน ที่มีคนนั่งอยู่กับ เจ๊สะอาดนั้น เป็นใครกันครับ

 

 

โปรดติดตามในตอน ต้นก้ามปู (ตายเพราะอะไร) ที่นี่ที่เดียว เร็วๆนี้

 

 

จำนวนผู้เข้าชม: 3804
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 

คุณอาจจะสนใจบทความนี้

คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้95 
 เมื่อวานนี้147 
 สัปดาห์นี้360 
 เดือนนี้3851 
 ทั้งหมด641912 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 62 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่