เรื่องเกิดขึ้นที่บ้านป้าม่อม

เรื่องราวเก่า ๆ ของชาวตลาดเจ็ดเสมียน

  งานบวชนายแดง (ชูชาติ เทพหัส) บุตรชายของป้าม่อม เมื่อกว่า ๔๐ ปีมาแล้ว ผู้ที่มาช่วยงานโดยเฉพาะที่อยู่ภายในโบสถ์นี้ เป็นคนในตลาดเจ็ดเสมียนทั้งนั้น และคิดว่าเรื่องที่เกิดที่บ้านป้าม่อมในครั้งนั้น คงจะรู้กันหมดทุกคน มีใครกันบ้างจะไปอธิบายในอัลบั้มภาพเก่าในอดีต (ภาพประกอบ คุณชูชาติ เทพหัส ให้ขอยืมมา)

    รถขายยาหรือขายสินค้าอื่นๆที่เข้ามาฉายหนังที่ตลาดเจ็ดเสมียนนี้ เท่าที่ผมเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะว่าผมเกิดที่นี่ ก็จะดำเนินการคล้ายๆกัน ผมจะเรียบเรียงตัวอย่างดังนี้

    เริ่มกันตั้งแต่ในตอนเย็นๆเมื่อพนักงานขายยาช่วยกันตั้งจอหนังเสร็จแล้ว ก็จะเลื่อนรถให้ได้ระยะที่จะทำการฉายหนัง แล้วก็ทิ้งรถไว้อย่างนั้นไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยเสียก่อน เช่นอาบน้ำ แต่งตัว  กินข้าว

   บางคนมาฉายหนังที่เจ็ดเสมียนหลายเที่ยวแล้ว ก็มักจะคุ้นเคยกับคนที่เจ็ดเสมียน เช่นบ้านกำนันโกวิท และบ้านอื่นๆ ก็จะใช้สถานที่เหล่านั้นอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเสียเลย

   เมื่อปฏิบัติธุรกิจส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว หน้าตาก็อิ่มเอิบแจ่มใสพร้อมที่จะทำงานทันที  ในหน้าหนาวนี้อากาศค่อนข้างจะมืดเร็ว ดวงอาทิตย์เกือบจะลับกอไผ่ ฟากทางโน้นอยู่แล้ว พนักงานรถขายยาจึงต้องเริ่มงานเร็วหน่อย ๕ โมงกว่าๆก็เริ่มเปิดแผ่นเสียงเรียกคนแล้ว

   เปิดแผ่นเสียงดังลั่นจนเกือบ ๖ โมงเย็นจึงได้ยินเสียงโฆษก พูดขึ้นมาเป็นครั้งแรก

    “อาโหล อาโหล  แอะ แอะ”  เสียงโฆษกลองเสียงและกระแอม หลายครั้ง เพื่อให้ลำคอโล่ง เสียงจะได้ใสขึ้น แล้วก็เริ่มทักทาย  “สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้อง นี่เป็นเสียงจากหน่วยรถขายยา ของ บริษัท...........ในคืนวันนี้เป็นโอกาสอันดี ที่เราได้กลับมาพบกันอีกแล้วครับ หลังจากที่หน่วยรถขายยาของเราไม่ได้มาเสียนาน  ”

    แล้วโฆษกรถขายยานั้นก็พูดจาไปอีก พร้อมกับบอกด้วยว่าในคืนวันนี้มีหนังดีๆ ใหม่ๆ จากกรุงเทพฯมาฉายให้พี่น้องได้ชม พอโฆษกคนนั้นบอกชื่อเรื่องของหนัง ก็มีเสียงฮือฮาของผู้คนที่ทยอยเข้ามาในบริเวณหน้าตลาด ลั่นไปหมด

    โฆษกพูดไปหยุดเปิดเพลงสลับไปเรื่อยๆ รอเวลาให้ชาวบ้านที่อยู่ไกลๆได้มาพร้อมเพรียงกันเสียก่อน ก็ตกประมาณทุ่มนึงนั่นแหละ จึงจะฉายหนังประกอบ (หนังเรื่องฉายทีหลังสุด) เช่นหนังข่าวในหลวงเสด็จไปโน่นนี่  สารคดีต่างๆซึ่งเป็นหนังของต่างประเทศ  หนังการ์ตูนขาวดำ นี่เรียกว่าเป็นขั้นตอนของการมาฉายหนังของรถขายยา ในตลาดเจ็ดเสมียนเมื่อกว่า ๕๐ ปีมาแล้ว

    ในคืนวันนี้ก็เช่นกันพรุ่งนี้จะเป็นวันนัด ดังนั้นคืนวันนี้จึงมีรถขายยามาฉายหนัง ที่หน้าตลาดเจ็ดเสมียนเจ้าหนึ่ง ดังที่ผมได้บอกมาในตอนแรกแล้ว ยังไม่ทัน ๖ โมงเย็นดีผู้คนเริ่มทยอยกันเข้ามาที่หน้าตลาดกันมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ยังเป็นหน้าหนาวอยู่ อากาศมืดเร็วกว่าปกติ

นายแก้วกับคุณสาธร เพื่อนเด็กตลาดเจ็ดเสมียนเมื่อ ๖๐ ปีที่ผ่านมาก็ยังพบกันและติดต่อกันอยู่เสมอ (ภาพปัจจุบันนี้)

     ๖ โมงเย็นกว่าๆอากาศก็เริ่มมืดเสียแล้ว ผมกับเพื่อนๆบางคนคุยกันอยู่ที่หน้าบ้านของคุณสาธร ซึ่งอยู่ในตลาดแต่คนละฝั่งเยื้องๆกับบ้านผม ในขณะที่คุยกันอยู่นั้น ผมมองไปทางฝั่งบ้านของผมด้วย และสังเกตเห็นว่า ป้าม่อม (ขายปูน) แม่ของเจ๊จรัส ลูกสาวคนโตของป้าม่อม

   ยืนคุยกับแม่ของผมอยู่ตรงหน้าบ้าน มันเป็นธรรมดาที่ป้าม่อมแกมาที่บ้านผมแล้วก็มาคุยกับใครต่อใครที่ในตลาดอยู่เสมอแทบทุกๆวันจึงไม่น่าที่จะผิดปกติอะไร

    แต่ที่ผมและเพื่อนๆของผมที่นั่งคุยกัน อยู่ที่หน้าบ้านคุณสาธรนั้นแปลกใจเป็นนักหนา ก็คือ นอกจากป้าม่อมแกจะคุยกับแม่ผมแล้ว ยังมีคนอื่นอีกหลายคน เช่นอี๊น้อย นายจำเนียร ตาชุ่ม พวกช่างทำผมเสริมสวยเช่นเจ๊จรัส พี่สะอางค์ กับพี่สะอาด ก็มายืนล้อมวงฟังเขาคุยกันด้วย นอกจากนั้นก็ยังมีคนอื่นๆอีกหลายคน ที่มาจากทางบ้านนอกเพื่อมาดูหนังยืนรุมล้อมป้าม่อมอยู่ แต่ละคนมองเห็นได้เลยว่าทำหน้าแปลกๆพิกลๆ

   ผมสะกิดให้คุณสาธรดู และบอกกับนายโลและ ทวี เพื่อนของผมที่นั่งคุยอยู่ด้วยกันด้วยว่า สงสัยว่าจะมีเรื่องอะไรกันแล้วที่ทางฝั่งบ้านของผม ผมกับเพื่อนๆอีกหลายคนจึงผลุนผลันข้ามมาที่ป้าม่อมยืนอยู่ทันที เมื่อมาถึงได้ยินเสียงป้าม่อมพูดว่า

   “ไป ไป อีหละ  (แม่ของผม ป้าม่อมแกเรียกแม่ของผมอย่างนี้) ไปดูที่บ้านข้าหน่อยซี มันแปลกจริงๆเลย ข้าเกิดมาอายุจนป่านนี้แล้วก็ยังไม่เคยเห็น ” ป้าม่อมแกพูดกับแม่ของผม

   ผมกับพวกมาทีหลังจึงยังไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไรกัน  ผมเห็นเจ๊จรัสลูกสาวคนโตของป้าม่อม ซึ่งมีอายุมากกว่าผมประมาณ ๑๐ ปี ยืนอยู่ใกล้ๆ ผมจึงยื่นหน้าเข้าไปถามเจ๊จรัสด้วยความอยากรู้ว่าเขามีเรื่องอะไรกัน ที่บ้านป้าม่อม

     เจ๊จรัสจึงเล่าให้ผมและเพื่อนๆของผมฟังคร่าวๆว่า

    ป้าม่อมแม่ของเขาหน้าตาตื่นมาบอกว่า ที่บ้านมีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้น  คือตอนเย็นวันนี้ ป้าม่อมแกบอกให้หลานสาวคนหนึ่งชื่อ ชะลอ  ซึ่งมาอยู่กับแกเมื่อไม่นานมานี้ ให้หุงข้าวเร็วขึ้นกว่าเดิมหน่อยหนึ่ง จะได้กินข้าวเย็นเร็วขึ้น เสร็จแล้วก็จะออกมาดูหนังขายยาที่หน้าตลาดด้วยกัน

    เมื่อเด็กชะลอตั้งหม้อหุงข้าวไปตามปกติ จนข้าวเดือดมองดูก็เห็นว่าเม็ดข้าวสุกดีแล้ว ก็จัดแจงปิดฝาหม้อเอาไม้ขัดหม้อขัดไว้ แล้วจัดแจงตะแคงหม้อเพื่อเทน้ำออก (เรียกว่าเช็ดน้ำ ) ลงในกระถาง เพื่อเก็บเอาน้ำข้าวนี้ไปเลี้ยงหมาอีกทีหนึ่ง

    เมื่อเห็นว่าน้ำแห้งพอแล้ว ก็จัดแจงจะยกเอาหม้อข้าวนั้นมาขึ้นเตาอีก แต่ไฟในเตาซึ่งใช้ไม้ฟืนมันไฟลุกแรงไปหน่อย ก็ชักไม้ออกเพื่อให้ไฟมันเบาลงบ้าง เมื่อไฟเบาลงมากแล้วจึงยกหม้อข้าวขึ้นตั้งบนเตาแล้วตะแคงเอียงไปเอียงมา เหมือนกับว่าเป็นการย่างข้าวให้ทั่วถึง (เรียกว่าการดงข้าว)

     เมื่อเด็กชะลอเห็นว่าน้ำคงจะแห้งแล้ว จึงยกหม้อลงตั้งเอาไว้เพื่อให้ข้าวในหม้อนั้นเย็นลง  แล้วก็เอาฟืนใส่เร่งไฟขึ้นมาอีก เพื่อว่าชะลอเขาต้องการจะต้มไข่เป็ด เพื่อจะได้เป็นกับข้าวในมื้อนี้

    ตกค่ำป้าม่อมก็อาบน้ำเตรียมตัวขึ้นบ้านมากินข้าว เสร็จแล้วจะได้ออกไปดูหนังที่หน้าตลาด แกตะโกนเรียกชะลอ และนายแดงลูกชายของแกอีกคนหนึ่งให้มากินข้าวพร้อมกัน  เด็กชะลอจัดแจงเข้าไปในครัวจับหม้อข้าวมา ดึงไม้ขัดหม้อที่ขัดไว้ตั้งแต่ตอนที่ดงข้าวแล้วยังไม่ได้ชักออก จัดการดึงไม้ขัดออกเสีย ภายในหม้อยังมีไอกรุ่นๆอยู่ลอยลอดออกมา

    ต่อจากนั้นชะลอก็ยกหม้อออกมาที่กลางเรือน  มาวางไว้ตรงที่มีสำรับกับข้าวที่ชะลอนำมาวางไว้แล้ว เหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติมาทุกครั้ง เมื่อมาพร้อมกันแล้ว ชะลอซึ่งมีหน้าที่คดข้าวก็เปิดฝาหม้อออกมา ไอร้อนๆลอยกรุ่นวูบขึ้นมา ชะลอถือทับพีจะคดข้าวขึ้นมาใส่จานซึ่งถือเอาไว้ ก็ต้องตกตะลึงจานเกือบจะหลุดมือ เมื่อมองเข้าไปในหม้อ ก็เห็นในหม้อนั้นไม่เป็นเหมือนอย่างที่เคยเป็นเลย

    ข้างในหม้อนั้นเกลี้ยงเกลาเหมือนไม่ได้หุงข้าวมาก่อน  ตรงกลางหม้อนั้นเป็นลูกกลมๆ (ไม่ได้กลมอย่างลูกบิลเลียด แต่กลมๆรีๆอย่างลูกรักบี้) ขนาดไม่ใหญ่มากนัก ชะลอเห็นแล้วจึงรีบบอกป้าม่อมด้วยอาการปากคอสั่น

    ป้าม่อมเห็นแล้วก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน จึงวางหม้อปิดฝาไว้อย่างนั้น แล้วรีบวิ่งออกมาที่ตลาด มาคุยให้แม่ผมฟัง พร้อมทั้งมีคนอื่นๆยืนฟังอยู่ด้วย

    ผมได้ยินพวกผู้ใหญ่หลายคน ที่ป้าม่อมมาเล่าให้ฟังรวมทั้งแม่ผมด้วยนั้น บอกกันว่า ไปดูของจริงที่บ้านป้าม่อมกันดีกว่าไปกันเดี๋ยวนี้เลย เมื่อได้ฟังดังนั้นพวกผมจึงติดตามไปด้วย ดังนั้นคนกลุ่มใหญ่ รวมทั้งคนที่อยากรู้อยากเห็น จึงเดินฝ่าความมืดกันเป็นพรวน   ไปยังบ้านป้าม่อมที่อยู่ข้างโรงสีริมน้ำกันทันที .......

ติดตามตอนต่อไป คลิ๊ก "เทวดาส่งมาให้ " อ่านต่อดูซิว่าเรื่องจะเป็นอย่างไร .....!

นายแก้ว ผู้เขียน

 www.chetsamian.org  ขอสงวนลิขสิทธิ์ข้อมูลและรูปภาพบนเว็บไซต์ทั้งหมด โดยไม่อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ ทำซ้ำ แก้ไข หรือ ดัดแปลง ไม่ว่าจะเป็นบางส่วนหรือทั้งหมด หากท่านใดต้องการข้อมูลบนเว็บไซต์ www.chetsamian.org กรุณาติดต่อ นายแก้ว โดยส่ง email ไปที่    CLOAKING   เพื่อขออนุญาติเสียก่อน เนื่องจากข้อมูลและรูปภาพบางเรื่องและบางชิ้น เป็นของท่านผู้เขียนและท่านสมาชิกที่ได้เขียนเรื่องต่างๆ และให้ขอยืมภาพต่างๆมาลงไว้ ซึ่งทางผู้จัดทำเว็บไซต์จำเป็นจะต้องขออนุญาตจากทางเจ้าของผลงานก่อนทุกครั้ง จึงเรียนมาเพื่อทราบ .

จำนวนผู้เข้าชม: 2525
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้84 
 เมื่อวานนี้118 
 สัปดาห์นี้84 
 เดือนนี้3575 
 ทั้งหมด641636 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 31 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่