เด็กวัด ๑ (อยากเป็นเด็กวัด)

เรื่องราวเก่า ๆ ของชาวตลาดเจ็ดเสมียน

alt

ผู้เขียนคนเดียวที่อยากไปเป็นเด็กวัด น้องๆของผู้เขียนไม่ได้เป็นด้วย

    เมื่อผมและเพื่อนที่เป็นเด็กตลาดด้วยกัน อายุก็รุ่นราวคราวเดียวกัน คืออายุได้ประมาณ ๑๒ ขวบเศษๆ เรียนหนังสืออยู่ชั้นมัธยมปีที่ ๒ หรือเมื่อพ.ศ. ๒๔๙๘ นั้น มีความคิดที่อยากจะไปเป็นเด็กวัดชั่วคราว เหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา

    ต่างก็ลงมติตกลงปลงใจกันว่า ต้องไปสมัครเข้าเป็นเด็กวัดเจ็ดเสมียน ในตอนเทศกาลเข้าพรรษานี้จะดีกว่าอยู่เปล่าๆ ในเรื่องของการเข้ามาเป็นเด็กวัด โดยเฉพาะในครั้งที่ผ่านๆมาแล้ว คนที่เป็นเด็กตลาดจริงๆเท่าที่จำได้ คิดว่าจะมีกันแค่ไม่กี่คนเท่านั้น

    ในตอนครั้งก่อนๆนั้นพวกผมเด็กตลาด นึกสนุกอยากไปเป็นเด็กวัด ก็ไปสมัครกันที่วัดกันหลายคน ในตอนแรกๆก็ตึกคักกันดี แต่ต่อมาบางคนนั้นก็อยู่กันได้เพียง ๑ หรือ ๒ วันเท่านั้นก็หนีกลับบ้านแล้ว เท่ากับค้างที่วัดเพียง ๒ คืน เพราะว่าทนต่อความเงียบและวังเวงของวัดไม่ไหวมียืนหยัดกันจริงๆ

    เท่าที่จำได้ก็มีผมเอง นายอู๊ด นายโห้ นายธร นายมูล เพราะคิดว่าอยู่ที่วัดเป็นลูกศิษย์พระ ก็ไม่ได้มีความลำบากอะไรดีเสียอีกที่จะได้รับรู้อะไรใหม่ๆเข้ามาในฃีวิตบ้าง หรือคิดอีกทีหนึ่งน่าจะได้บุญบ้าง ที่พวกเราได้มาช่วยพระช่วยวัดแม้ว่าจะเป็นระยะเวลาเพียงสั้นๆก็ตาม

 

alt

๑๘ มิถุนายน ๒๔๙๘ เป็นปีที่นักกล้ามเหล่านี้ไปเป็นเด็กวัด จากซ้ายโอฬาร (อู๊ด) ผู้เขียน (เก้ว) สาธร (ทอน) อโณทัย (โล) ส่วนรังสฤษดิ์ (สิทธิ์) ที่อยู่หลังสุดไม่ได้เป็น

 

     การไปโรงเรียนก็ไม่ได้มีอะไรติดขัด ในตอนเช้านายธร และนายอู๊ดกับเด็กวัดอื่นๆก็ขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟที่เรียกว่ารถเช้า ไปเรียนที่โพธารามกันส่วนผมนายโห้นายโลและนายมูล ก็เดินไปเรียนกันที่โรงเรียนวัดสนามชัย (เขาบอกเป็นทางการว่า ๑,๐๐๐ ม. หรือ ๑ กิโลเมตร ผมว่าน่าจะเลยนะครับ) ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก (มัธยมปีที่ ๒ ผมเรียนที่โรงเรียนวัดสนามชัย ขึ้น ม.๓ จึงได้ไปเรียนที่โรงเรียนโพธารามกับพวกนายธร)

     ที่บอกว่าบางคนอยู่ได้ไม่กี่วันก็ขอกลับบ้านนั้น อาจจะเพราะว่ามีความจำเป็นบางอย่าง หรืออาจจะมีเหตุผลอื่นๆอีกที่จะอยู่ เป็นลูกศิษย์วัดหรือลูกศิษย์พระไปนานๆไม่ได้ ฉะนั้นพอร่ำลาพระเสร็จแล้วก็สะพายย่ามใส่ข้าวต้มมัด ที่ชาวบ้านมาทำบุญในเทศกาลนั้นๆ แต่ละคนหลังแอ่นเกือบเดินไม่ไหวกลับบ้านไป

     แต่ท่านผู้อ่านอย่าเข้าใจผิดคิดว่าเด็กพวกนี้ จะหยิบฉวยของพระไปเฉยๆนะ พระนั่นแหละเป็นคนจัดการให้เอาไป ท่านบอกเด็กๆว่าเอาไปให้ญาติโยมทางบ้านกินบ้างนะแจกๆกันไป เหลือค้างอยู่ที่วัดจะบูดเน่าเสียหายหมดเสียเปล่าๆ

    ในครั้งก่อนๆนั้นจะเป็นอย่างนี้แทบทุกครั้ง คือจะต้องมีคนกลับบ้านก่อนไม่รู้ว่าเป็นอะไร สงสัยในตอนกลางคืนจะทนความเงียบสงัด ของที่นอนบนกุฏิวัดไม่ไหวมั๊ง หรืออาจจะมีเหตุผลอย่างอื่นอีกก็ไม่รู้ กรุณาอย่าคิดว่าพวกนี้เข้ามาเป็นเด็กวัด เพื่อมาหาของกินกลับบ้านเท่านั้น หรือว่าจะมีส่วนจริงบ้างผมก็ไม่รู้

    การเป็นเด็กวัดแบบชั่วคราวของพวกผมนั้น จริงๆแล้วแต่ละคนก็เคยเป็นกันมาคนละหลายๆครั้งแล้ว เดี๋ยวก็เข้าเดี๋ยวก็ออกเป็นไปตามจังหวะตามเทศกาลเหมือนกัน แต่ละครั้งก็ไม่ได้อยู่กันนานเท่าไรนักหรอกยกตัวอย่างเช่นว่า

   เมื่อตอนวันขึ้นปีใหม่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาแล้วนั้น พวกผมก็ไปสมัครเป็นลูกศิษย์วัดอยู่ได้วันสองวัน จำได้ว่าไม่เกิน ๓ วันพอเทศกาลทำบุญในวันขึ้นปีใหม่หมดไปแล้ว พวกผมก็ลาออกจากเด็กวัดกลับมาเป็นเด็กบ้านอย่างเดิม

    เป็นอย่างนี้หมุนเวียนไปโดยที่ไม่มีใครว่าอะไร พระหลวงพี่ หลวงน้า หลวงอาหรือหลวงลุง องค์ที่ผมขอเข้ามาเป็นลูกศิษย์เฉพาะกิจนั้น ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เพราะว่าท่านก็มีลูกศิษย์ของท่านประจำอยู่แล้ว แต่บางครั้งก็เห็นกำนันโกวิท กำนันตำบลเจ็ดเสมียนเมื่อมาธุระที่วัด ก็มองๆพวกผมอยู่เหมือนกัน

    ไม่รู้ว่าแกจะมองผมด้วยความชื่นชมยินดี หรือมองไปเป็นอย่างอื่นหรือว่ามองพวกผมเฉยๆก็ไม่รู้ได้ เพราะว่าท่านลุงกำนันแกไม่ได้บอกแต่
    พวกผมก็ไม่ได้คิดกลัวอะไรเพราะเข้ามา เป็นเด็กวัดด้วยความบริสุทธิ์ใจแท้ๆทีเดียว เกี่ยวกับวัดเกี่ยวกับพระที่วัดเจ็ดเสมียนนี้ ผมจะขออธิบายให้กระจ่างหน่อย เพื่อให้คนที่ไม่รู้จัก ไม่เคยได้ยินชื่อวัดเจ็ดเสมียนเลย บังเอิญมาอ่านในเรื่องนี้เข้าจะได้รู้เรื่องโดยตลอด

 

alt

นี่คือหลวงตาหุ่นเจ้าอาวาสวัดเจ็ดเสมียนตัวจริง กำลังรับภัตตาหารจากคนในตลาดเจ็ดเสมียนในเช้าวันหนึ่ง คนที่อยู่ทางซ้ายสุดเห็นนิดเดียวนั้นผมเดาไม่ออกจริงๆว่าเป็นใคร คนที่ถัดจากหลวงตามานั้นคือ คุณองุ่น ลูกสาวของป้าละม่อมที่กำลังตักข้าวใส่บาตรอยู่ข้างๆ ถัดมาก็คือคุณลัดดาน้องสาวของเจ๊แด๊ว แห่งร้านทองง่วนหลีเฮงตลาดเจ็ดเสมียน และขอเดาเอาว่ายังมีอีกหลายคนหลายคนที่ไม่เห็นในภาพนี้ที่ออกมาใส่บาตรเกือบทุกวัน

    ดังนั้นจึงขอย้อนความไปสักหน่อยก่อน เอากันตั้งแต่ครอบครัวของผม ย้ายเข้ามาอยู่ที่ห้องแถวตลาดเจ็ดเสมียนใหม่ๆนั้น เจ้าอาวาสวัดเจ็ดเสมียนในตอนนั้นก็คือ หลวงตาหุ่น คนนี้แหละ ในตอนเช้าถ้าผมตื่นทันผมก็จะเห็นหลวงตาหุ่นนี้ ออกบิณฑบาตผ่านหน้าบ้าน ซึ่งเป็นห้องแถวในตลาดแทบทุกครั้ง

    หลวงตาจะเดินหน้านำพระลูกวัดอีกหลายองค์ ลงจากบันไดวัดผ่านหอระฆังซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆบันใด มาทางหลังศาลาผ่านหลังโบสถ์ ท่านก็เดินมาเรื่อยๆตามทางเดิน ซึ่งเป็นถนนปูนซิเมนต์เล็กๆกว้างสักเมตรหนึ่ง สองข้างถนนปูนเล็กๆนี้ ทางวัดปลูกต้นมะพร้าวไว้เป็นแนวไปกับถนนนี้

 

alt

ถนนปูนซิเมนต์ ปลูกต้นมะพร้าวไว้สองข้าง ผ่านศาลาและผ่านโบสถ์ที่หลวงตาหุ่นเดินบินฑบาตรเข้าไปในตลาดเป็นประจำ

    พอเลยโบสถ์พ้นกำแพงมาถึงบ้านหัวมุมเป็นห้องแรก ซึ่งเป็นห้องของลุงโหงว ซ้อทองคำ(ผมเรียกตามแม่ผม)บ้านตีมีด ซึ่งห้องแรกนี้จะอยู่ใกล้ๆต้นโพธิ์ใหญ่เป็นต้นโพธิ์รุ่นเดียวกับต้นโพธิ์ริมน้ำในปัจจุบันนี้(โดนโค่นทิ้งไปนานแล้ว) แล้วก็เลี้ยวซ้ายรับบาตรจากชาวตลาดซึ่งยืนคอยอยู่เป็นกลุ่มๆ

 

alt

น้าแพ ร้านตัดผมลุงเขียน ปัจจุบันเสียชีวิตไปนานแล้ว

    เท่าที่เห็นใส่บาตรเป็นประจำก็มีหลายบ้าน ใส่บ้างเว้นบ้างตามแต่โอกาสก็มีหลายบ้านเหมือนกัน หลวงตาหุ่นท่านก็เดินพร้อมด้วยพระอื่นๆรับบาตรไปเรื่อยๆผ่านบ้านลุงเขียนน้าแพร้านตัดผม ผ่านห้องเจ๊อยู่ลูกสาวแป๊ะอู๋ ในภายหลังได้ขายห้องแถวนี้เสีย แล้วย้ายไปอยู่ที่แถวๆบางโพธิ์ที่กรุงเทพ กับหมอจ่างซึ่งเป็นสามี เมื่ออยู่ที่เจ็ดเสมียนนั้นจำได้ว่า เจ๊อยู่มีบุตรชายคนหนึ่งชื่อน้องสุข

    ห้องนางสละนายหิรัญ ครูใหญ่โรงเรียนวัดเจ็ดเสมียน ลุงเนียรป้าละม่อมร้านถ่ายรูปซึ่งอยู่ติดกับห้องผม ถัดไปลุงเค่ง  อี๊น้อย อาแป๊ะเตี่ยเยี้ยนร้านขายกาแฟ(บ้านคุณมยุรี เตียง)แล้วก็เลี้ยวซ้ายผ่านห้องเจ๊เซี้ยมกลับไปที่วัด

 

alt

คุณน้อย หยู่เอี่ยม หรืออี๊น้อย เถ้าแก่ผักกาดหวานก็ออกมาทำบุญเป็นประจำ

     จะสังเกตได้ว่าชาวตลาดเจ็ดเสมียนส่วนใหญ่ จะเป็นผู้มีจิตมีใจบุญใจกุศล ยึดมั่นในพระพุทธศาสนาเป็นหลักแห่งชีวิต นอกจากนั้นพวกตลาดอีกฝั่งหนึ่งฝั่งบ้านป้าฮุ้นริมน้ำ (บ้านคุณเง็ก ริมน้ำ) บ้านเฮียสุพี เจ๊แดง ร้านทำทองทั้งสองร้านคือลุงซุ่ยกับร้านลุงปอสื่อ บ้านป้าฮวยลุงหงวน บ้านป้าแชลุงฮวง บ้านป้าเอ็งลุงเบี้ยว บ้านแป๊ะอู๋ขายกาแฟ (บ้านเฮียแก่เล็ก = ปัจจุบันเป็นร้านคุณอาทร )บ้านป้าม่วยแม่เจ๊กวย ป้าฮุ้นแม่ของอโณทัย ไทยสวัสดิ์ บ้านเจ๊ประนอม ร้านไทยเจริญ

 

alt

ครอบครัวของนายซุ่ย จากร้านทำทองในอดีตหันมาทำผักกาด จากซ้ายป้าอิน นายหนุ่ย นายซุ่ย หันหลังด้านขวามือ เจ๊แด๊ว นั่งหลังสุดกอดเด็ก ป้าม่ว

     และอีกหลายๆบ้านก็ออกมาใส่บาตรทำบุญกันแทบทุกวัน แต่ในระยะหลังๆหลวงตาห่นท่านชราภาพมากแล้ว ท่านก็หยุดบิณฑบาตไป แต่ก็ยังมีพระลูกวัดองค์อื่นๆบิณฑบาตกันมาเรื่อยๆ ในปัจจุบันนี้ไม่ทราบว่าจะมีพระมาบิณฑบาต ผ่านตลาดบ้างหรือไม่

    ที่วัดเจ็ดเสมียนนั้นพวกผมตามรายชื่อ ที่ได้กล่าวมาอย่างคร่าวๆข้างต้นแล้ว คุ้นเคยกับวัดเจ็ดเสมียนกันมาเป็นอย่างดี เพราะว่าวัดกับบ้านที่ห้องแถวในตลาดอยู่ใกล้กัน เรียกว่าติดกันเลยก็ว่าได้ เพราะว่าที่ดินที่สร้างเป็นตลาดเจ็ดเสมียนขึ้นมานี้ ก็คือที่ดินของวัดนั่นเอง หลวงตาหุ่นซึ่งเป็นเจ้าอาวาส ก็รู้จักกับพวกพ่อแม่และญาติพี่น้อง ของพวกเราในตลาดทุกคน

    หลวงตารู้ด้วยว่าใครเด็กคนไหนเป็นลูกหลานของใครทั่วทั้งตลาด และทั่วทั้งตำบลท่านก็รู้หมด เกือบจะรู้วันเดือนปีเกิดของพวกผมเสียด้วย จริงๆไม่ได้โม้ โดยเฉพาะพวกผม ซึ่งในเทศกาลเข้าพรรษาในปีนี้ จะมาสมัครเป็นเด็กวัดกันหลายคน พ่อแม่ของพวกผมก็ได้บอกกับหลวงตาไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลวงตาหุ่นก็รู้จักพวกผม และพ่อแม่ของพวกผมเป็นอย่างดีตามที่ได้กล่าวมาแล้ว

    ดังนั้นเมื่อก่อนจะถึงวันเข้าพรรษาสองสามวัน พวกผมก็ไปสมัครเป็นลูกศิษย์วัดสังกัดวัดเจ็ดเสมียน ล่วงหน้าเอาไว้ตามที่ได้ตั้งใจกันไว้แล้ว จะปฏิบัติงานกันจริงๆก็ต้องเช้ามืดวันเข้าพรรษานั่นแหละ ฉะนั้นพอถึงตอนเช้ามืดของวันแรก ที่มีการทำบุญเทศกาลเข้าพรรษา พวกผมก็จะกลายเป็นเด็กวัดตั้งแต่นาทีนั้นโดยอัตโนมัติ

 

alt

เทศกาลใหญ่ๆจะมีญาติโยมและชาวบ้านทั้งหลายมาทำบุญกันแน่นขนัดไปหมด ในแต่ละครั้งจึงต้องมีเด็กวัดมากเป็นพิเศษ

     เข้าพรรษาในปีนี้มีคนมาบวชเป็นพระและจำพรรษาที่วัดเจ็ดเสมียนนี้มากกว่าทุกๆปี พระเก่าพระบวชใหม่ในพรรษานี้และรวมทั้งสามเณรด้วยจะมีจำนวนมากเกือบ ๓๐ องค์ทีเดียว

     ที่เล่ามานี้ก็จะขอบอกว่าพวกผมจะเข้าจะออกจากการเป็นเด็กวัดนั้น ง่ายๆมากๆเพราะว่าพวกผมมีเส้นมีสาย และก็เส้นใหญ่เสียด้วยที่อยู่ที่วัดนี้เอง บอกได้ไหมว่าเป็นใคร อ๋อ บอกก็ได้ ก็หลวงตาหุ่นเจ้าอาวาสวัดนี้นี่เองเส้นใหญ่ของพวกผมละครับ

     แต่ในปีนี้เทศกาลเข้าพรรษา ที่พวกผมเข้ามาสมัครเป็นลูกศิษย์วัดอีกนั้น ไม่ได้สนุกสนานอย่างที่คิดไว้เสียแล้ว เพราะว่าในปีนี้เด็กวัดทุกคนทั้งเก่าและใหม่จะไม่ได้อยู่ในความควบคุมดูแลของหลวงตา หุ่น เจ้าอาวาสอีกแล้ว แต่จะอยู่ในความควบคุมดูแลของพระอีกองค์หนึ่งชื่อว่า หลวงตาเพชร ซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองเจ้าอาวาส

     หลวงตาเพชรองค์นี้มีอายุประมาณเกิน ๕๐ ขึ้นไปแล้ว พื้นเพเดิมแกเป็นคนทางบ้านโรงนาค ซึ่งอยู่ไปทางวัดบางโตนด เดินออกจากวัดบางโตนดตัดทุ่งไปอีกหลายชั่วโมงจึงจะถึงบ้านโรงนาค หลวงตาเพชรนี้เป็นพระที่บวชมานานแล้ว แต่แกเพิ่งมาจำพรรษาอยู่ที่วัดเจ็ดเสมียนนี้ได้ปีกว่าๆเท่านั้น

     ท่านเป็นพระที่คงแก่เรียนมีความรู้มากในทางธรรม ลักษณะท่าทางดี สอบได้ชั้นเปรียญหลายประโยค และเป็นนักธรรมชั้นเอกด้วย ญาติโยมบางคนเรียกท่านว่า มหาเพชร ซึ่งจริงๆแล้วก็ควรจะเรียกอย่างนั้น ถึงอายุอานามนั้นจะน้อยกว่าหลวงตาหุ่น แต่แกก็มีลักษณะเป็นผู้นำในตัวท่านอย่างมาก

      ก่อนจะถึงวันเข้าพรรษาและก่อนที่จะมาอยู่วัด ผมได้คุยกับเด็กวัดที่อยู่ประจำได้ความว่า หลวงตาเพชรนี้เป็นผู้มีความละเอียดละออ เด็กวัดทุกคนกลัวหลวงตาเพชรองค์นี้มาก แกเป็นพระที่ทำให้เด็กวัดจะต้องมีระเบียบวินัย อันเข้มแข็งของการเป็นเด็กวัด และแถมด้วยการมีกฎมีเกณฑ์สำหรับเด็กวัดโดยเฉพาะอีกมากมาย

     สรรพคุณของพระรองเจ้าอาวาส คือมหาเพชร องค์นี้เอากันแค่นี้ก่อน เมื่อพวกผมสมัครเข้ามาเป็นเด็กวัดกันแล้ว ก็ต้องมาเจอดีจากหลวงพ่อเพชรแน่ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เสียแล้ว ผมจะสาธยายให้ทราบอีกทีหนึ่งเมื่อถึงวันที่จะต้องมาอยู่ที่วัดจริงๆ

     เมื่อหลายคราวที่ผ่านมาแล้วนั้น พวกผมทุกคนมาเป็นลูกศิษย์วัดก็จะต้องมีสังกัดด้วย คือจะต้องเป็นลูกศิษย์ของพระองค์ใดองค์หนึ่ง ถ้าอยากเป็นเด็กวัดก็ต้องหาให้ได้ ในคราวที่แล้วมาผมและเพื่อนๆ ก็มีสังกัดที่ได้เป็นลูกศิษย์คือ หลวงตาโก๋ และปริมาณของลูกศิษย์กับพระนั้นคือ พระ ๑ องค์จะมีลูกศิษย์ได้เพียง ๒คนเท่านั้น (อันนี้ไม่ค่อยจะแน่นอน ผมเห็นพระบางองค์มีลูกศิษย์เพียบในเวลาที่มีเทศกาลต่างๆ)

 

   ขออภัยไม่สามารถหาภาพของหลวงตาโก๋มาได้

     หลวงตาโก๋ หรือพระโก๋องค์นี้ มีอายุประมาณคร่าวๆก็เกือบจะ ๕๐ ปี หรือว่าคงจะใกล้เคียงกับหลวงตาเพชรนั่นแหละ จะมากน้อยกว่านี้ก็คงไม่เท่าไร ผมเกิดมาผมก็เห็นแกอยู่ในเครื่องแบบพระแล้ว แสดงว่าแกอาจจะบวชมานานแล้วโดยไม่ได้สึกเลยแกถือไม้กวาดๆลานวัดอยู่บ่อยๆ เท่าที่รู้มาแกเป็นญาติกับครอบครัวของ ไอ้หนุ่ย (คงเป็นญาติกับลุงซุ่ย ร้านขายทอง) เพื่อนรุ่นน้องของผม ซึ่งเป็นร้านทำทองอยู่ในตลาด แต่จะเป็นญาติข้างไหนอย่างไรนั้นผมก็ยังไม่เคยถามไอ้หนุ่ยมันสักที ก็เลยยังไม่ทราบแน่ชัดจนเดี๋ยวนี้

    หลวงตาโก๋องค์นี้ไม่ได้มียศถาบรรดาศักดิ์อะไร ในทางพระที่วัดเจ็ดเสมียนนี้เลย แกก็เป็นพระลูกวัดธรรมดาๆองค์หนึ่งมาช้านานแล้ว มีหลายครั้งที่เจ้าอาวาสอยากจะแต่งตั้ง ให้แกเป็นพระผู้ช่วยเจ้าอาวาสแกก็ไม่รับ โดยกราบเรียนท่านเจ้าอาวาสว่า แกยังไม่มีความสามารถถึงเพียงนั้น

    พระโก๋มีนิสัยเงียบๆไม่ค่อยสุงสิงกับพระองค์ไหน อยู่วัดก็ปฏิบัติธรรมมะอ่านหนังสือศึกษาบาลีในเรื่องพระศาสนา ท่องบทสวดมนต์ต่างๆก็ได้อย่างแม่นยำ จะเห็นได้จากเวลาถูกนิมนต์ไปสวดในงานต่างๆเช่น งานแต่ง งานศพ งานบวช และงานที่มีพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ

    เมื่อครั้งที่ผมมาเป็นลูกศิษย์ในคราวก่อนนั้น เมื่อแกถูกนิมนต์ไปในงานต่างๆผมก็เคยไปกับแกด้วย แกนั่งอยู่หัวแถวสวดนำพระองค์อื่นๆอีกหลายองค์โดยไม่ติดขัด แต่จะเก่งกาจในการสวดมนต์อย่างแม่นยำถึงขนาดไหน

    เมื่ออยู่ในระหว่างเข้าพรรษาในตอน ๖ โมงเย็นเสียงระฆังบนหอระฆังดังกังวานขึ้น อันเป็นสัญญาณว่าพระทุกรูปต้องลงโบสถ์ แล้วปั่นปฏิโมกข์ (สวดทบทวนศีล ๒๒๗ ข้อ) ได้หรือเปล่านั้นผมก็ไม่ทราบ เพราะว่าผมไม่ได้ลงโบสถ์ด้วย เคยได้ยินเด็กวัดเก่าๆบางคนบอกว่า ที่วัดเจ็ดเสมียนนี้นอกจากท่านเจ้าอาวาสแล้ว จะมีพระที่สวด ปฏิโมกข์ได้ก็มีพระหลวงตาเพชรเพียงองค์เดียวเท่านั้น

    บางครั้งในตอนบ่ายๆหลวงตาโก๋แกก็ลงมาจากกุฎิ ยืดเส้นยืดสายด้วยการกวาดลานวัด พร้อมด้วยลูกศิษย์บางคน เช่นผมกับนายสาธรเป็นต้น ดูๆแล้วเป็นพระที่น่าเคารพนับถือมากทีเดียว ผมกับนายสาธรมาเป็นลูกศิษย์หลวงตาโก๋นี้หลายรอบแล้ว เข้าๆออกๆแกก็ไม่เคยว่าอะไร เมื่อออกก็ออกไปและเมื่อมาอยู่ใหม่แกก็ยินดี และมีเมตตาให้เสมอ.. !

 

alt

 

นายแก้ว เด็กวัดเจ็ดเสมียนเฉพาะกิจในอดีต

 www.chetsamian.orgขอสงวนลิขสิทธิ์ข้อมูลและรูปภาพบนเว็บไซต์ทั้งหมด โดยไม่อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ ทำซ้ำ แก้ไข หรือ ดัดแปลง ไม่ว่าจะเป็นบางส่วนหรือทั้งหมด หากท่านใดต้องการข้อมูลบนเว็บไซต์ www.chetsamian.orgกรุณาติดต่อ นายแก้ว โดยส่ง email ไปที่ CLOAKING เพื่อขออนุญาติเสียก่อน เนื่องจากข้อมูลและรูปภาพบางเรื่องและบางชิ้น เป็นของท่านผู้เขียนและท่านสมาชิกที่ได้เขียนเรื่องต่างๆ และให้ขอยืมภาพต่างๆมาลงไว้ ซึ่งทางผู้จัดทำเว็บไซต์จำเป็นจะต้องขออนุญาตจากทางเจ้าของผลงานก่อนทุกครั้ง จึงเรียนมาเพื่อทราบ

จำนวนผู้เข้าชม: 2703
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้101 
 เมื่อวานนี้173 
 สัปดาห์นี้864 
 เดือนนี้4250 
 ทั้งหมด629656 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 74 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่