ร้อยตรีอุทัย ๑ ทำบุญบ้าน

เรื่องราวเก่า ๆ ของชาวตลาดเจ็ดเสมียน

คุณศุภรา โอภาภิรัตน์ (เสื้อชมภู) บริเวณหน้าบ้านที่ปลูกใหม่

เมื่อไม่นานมานี้น้องกุ้ง หรือคุณศุภรา โอภาภิรัตน์ บุตรสาวคนหนึ่งของ ร้อยตรีอุทัย สนกระแสร์ ซึ่งเป็นน้าของผม ได้โทรศัพท์มาบอกผมว่าจะทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ที่ถนนสายเขางู – บ้านโป่ง ไม่ไกลจากตัวเมืองราชบุรีเท่าไรนัก ถ้าหากว่าว่างก็ขอให้ไปร่วมงานกันด้วย

บ้านที่จะทำบุญนี้ผมทราบคร่าวๆว่าคุณกุ้งและคุณโด่ง(สามีคุณกุ้ง)ได้ซื้อที่ดินผืนนี้จากเจ้าของเดิมซึ่งมีพื้นที่ถึง๖ ไร่ ภายในที่ดินผืนนี้เจ้าของเก่าเขาปลูกอาคารไว้หลายหลัง

 

บริเวณบ้านน้องกุ้งเป็นบริเวณที่กว้างมาก ยังไม่ค่อยมีต้นไม้เพราะว่ากำลังปรับปรุงอยู่

เขาทำกิจการเกี่ยวกับอู่ซ่อมรถขนาดใหญ่ เป็นโรงงานซ่อมรถหนึ่งหลังใหญ่มาก มีบ้านพักคนงาน โรงจอดรถส่วนตัว และบ้านซึ่งเป็นที่อยู่ของเจ้าของเดิม ต่อมาในภายหลังคิดว่าเจ้าของเดิมของบ้านหลังนี้คงจะเลิกทำกิจการอู่ซ่อมรถแล้วหันไปทำอย่างอื่น จึงได้ขายที่ดินผืนนี้ให้กับน้องกุ้งและคุณโด่งสามีในราคาที่ไม่แพงนัก

เมื่อน้องกุ้งได้ซื้อที่ทางเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ปรับปรุงพื้นที่และปลูกบ้านขึ้นมาใหม่หลังหนึ่ง เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยอย่างถาวร จนกระทั่งบ้านเสร็จจึงได้ย้ายจากบ้านที่เคยอยู่หลังเดิม ที่แยกวังมะนาวซึ่งอยู่มาหลายปี แล้วก็จัดแจงทำบุญขึ้นบ้านใหม่ขึ้นมาทันที

ดังนั้นเมื่อถึงวันกำหนด ตามที่น้องกุ้งเชื้อเชิญมา ผมจึงได้มีโอกาสไปในงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ของน้องกุ้ง ซึ่งเป็นบุตรสาวของน้าของผมคือร้อยตรีอุทัยและคุณนิตยา สนกระแสร์ ที่ถนนสายเขางู ในตัวจังหวัดราชบุรี

การทำบุญบ้านของน้องกุ้งนี้ น้องกุ้งแกบอกว่าไม่ได้เชิญท่านผู้ใดมามากมายหรอก เอาญาติพี่น้องและเพื่อนที่สนิทๆกันอีกไม่มากเท่าไร อาจจะมีเพื่อนเก่าของพ่อ  และอาจจะมีเพื่อนร่วมงานของคุณกุ้งแต่คงไม่มากนัก เพราะเหตุว่าไม่ใช่วันหยุดของพนักงานเหล่านั้น

ผมพร้อมด้วยครอบครัวลูกหลานเตรียมตัวเสร็จแล้วก็ออกจากบ้านที่สุพรรณแต่เช้า

เมื่อถึงวันผมและลูกหลาน ก็ออกจากบ้านที่สุพรรณแต่เช้า แต่เนื่องด้วยระยะทางไกลและต้องแวะไปรับน้องสาว คือคุณอารีย์ที่บ้านพักของเขาในซอยวิศวะ ตรงข้ามกับเขาวังราชบุรีจึงทำให้ช้ากันไปใหญ่

เมื่อพวกผมมาถึงจึงสายไปสักหน่อยมองเห็นคนมากันมากแล้ว แต่ก็ยังดีที่มาทันเวลาพอดี ได้ยินพระกำลังสวดมนต์อยู่แปลว่างานกำลังเพิ่งเริ่ม

ลูกหลานของผู้เขียนมาถึงก็หิวน้ำกันแล้ว ด้านหลังที่มีเต๊นท์นั้นมีการแสดงของละครชาตรี ๑ โรงด้วย

พื้นที่ภายในบริเวณบ้านของน้องกุ้งนั้นกว้างขวางเราจึงหาที่จอดรถได้ง่าย เมื่อเข้าไปในงานแล้วได้พบกับเจ้าภาพต่างคนก็ดีใจ แต่ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไรเพราะ เจ้าภาพทุกคนต่างก็ยุ่ง

ร้อยตรีอุทัย (เสื้อยืดลาย) เดินทักทายผู้ที่มาเป็นเกียรติ

ร้อยตรีอุทัย อายุ ๗๕ ปีแล้วยังแข็งแรงอยู่ กำลังคุยกับหลานคือคุณอารีย์ สุวรรณมัจฉา ที่ในงาน

กับเพื่อนตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นทหารด้วยกัน วันนี้ก็มาพบกันอีกครั้งหนึ่ง

จากตรงที่ตั้งเต๊นท์หน้าบ้านถึงประตูรั้วไกลมาก นับว่าพื้นที่ใหญ่จริงๆ บรรดาแขกผู้มีเกียรติกำลังนั่งประจำโต๊ะแล้ว งานครั้งนี้น้องกุ้งเลี้ยงโต๊ะจีนประมาณ ๒๐ โต๊ะ คิดว่าคงแพงเพราะว่ามีแต่อาหารดีๆทั้งนั้น ในขณะนี้พระยังทำพิธีไม่เสร็จ

พิธีการทางพระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มีการแจกของดีให้กับผู้ที่มาในงานในวันนี้ด้วย

ร้อยตรีอุทัยบอกคุณโด่ง (บุตรเขยผู้เป็นเจ้าของบ้าน) ให้แจกของที่ระลึกให้ทั่วถึง

ผู้เขียนก็ได้รับของดีที่ระลึกจากพระอาจารย์ในงานนี้ด้วยเหมือนคนอื่นๆ

แจกของเสร็จแล้วก็นิมนต์พระขึ้นไปเจิมห้องต่างๆข้างบนก่อน เพื่อเป็นศิริมงคลแก่บ้าน

หลังจากเจิมที่ประตูห้องมาหลายห้องแล้ว คุณโด่งและน้องกุ้งที่เป็นเจ้าของบ้าน ก็นิมนต์พระมาถึงห้องนี้ พระท่านคงคิดในใจว่า ทำไมบ้านหลังนี้จึงมีห้องเยอะจริงๆ

ชั้นบนนี้ห้องนี้คงเจิมกันเป็นห้องสุดท้ายแล้วใช่ไหม .... โยม..!

ห้องสุดท้ายแล้วครับอาจารย์ (ใส่เสื้อลายด้านซ้ายนั้นคือ คุณเก่งน้องสาวน้องกุ้ง และคนถือพานในสุดนั้นคือสามีคุณเก่ง)

เจิมประตูหน้าบ้านเป็นแห่งสุดท้าย ประตูใหญ่หน้าบ้านสูงไปหน่อย ตอนพระเจิมต้องมีบันไดปีนขึ้นไป แล้วก็ให้ลูกศิษย์จับให้ดีอย่าให้พระหงายหลังลงมาได้ มิฉะนั้นจะเสียฤกษ์หมด "รับรองครับอาจารย์ การันตีที่น้ำหนักตัวของผม ไม่หงายแน่นอนครับ"

เมื่อพระกลับไปหมดเรียบร้อยแล้ว การรับประทานอาหารโต๊ะจีนก็ดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งบ่ายผู้คนก็ทยอยกันเดินทางกลับ ครอบครัวของผมก็เช่นกัน เมื่อได้เวลาแล้วก็เข้าไปร่ำลาญาติพี่น้อง ออกจากบ้านน้องกุ้งแล้ว ไปส่งคุณอารีย์ที่บ้านแล้วก็เดินทางกลับบ้านโดยปลอดภัย

เรื่องการทำบุญบ้านใหม่ของคุณกุ้งนั้นก็จบลงแม้ว่าจะไม่ละเอียดเท่าไรนัก ถัดจากนี้ไปผมก็จะมาเล่าเรื่องของนายร้อยตรีอุทัย สนกระแสร์กันต่อไป.......!

 

น้าของผมคือร้อยตรีอุทัยนี้ (ต่อไปผมจะเรียกว่าน้าทัย ที่จริงแล้วก็เรียกอย่างนี้มาตลอด) ปีนี้อายุได้ ๗๕ ปีแล้ว เกษียณอายุราชการมาได้ ๑๕ ปี ก็อยู่กับน้านิดและน้องกุ้งลูกสาวของเขามาตลอดอย่างมีความสุขซึ่งในตอนแรกๆนั้นน้าทัยพร้อมกับครอบครัว พักกันอยู่ที่บ้านพักบริเวณสามแยกวังมะนาว

เมื่อครั้งตอนที่น้าทัยยังรับราชการนั้น น้าทัยมีบ้านพักอยู่ในค่ายทหารที่เขากรวด เหตุที่มีบ้านพักอยู่ที่นี่ก็เพราะว่า น้าทัยนั้นเป็นทหารสังกัด ทหารข่าง ช.พัน ๑๑๑ ฐานของกองพัน ช.๑๑๑ นั้นก็อยู่ที่ค่ายเขากรวด น้าทัยจึงมีบ้านพักอยู่ที่นั่นตลอดมา น้าทัยอยู่ที่บ้านพักของทหารมาตลอดหลายสิบปี ที่เขากรวดตั้งแต่มียศเป็นสิบเอกเห็นจะได้

น้องกุ้ง (คุณศุภรา) เมื่อครั้งยังเด็กก็ไปอยู่กับป้าที่ตลาดเจ็ดเสมียน ในภาพกำลังนั่งเรือจ้างข้ามฝั่งไปเดินเล่นที่หาดทราย ข้างหลังน้องกุ้งนั้นคือ คุณอารีย์ สุวรรณมัจฉา คุณวรรโณนั่งอยู่ข้างหน้า ทำหน้าบอกไม่ถูก..!

น้องกุ้ง (ตัวเล็ก กว่าเพื่อน) และเพื่อนชาวเจ็ดเสมียน ยืนอยู่บนสะพานท่าเรือจ้าง คุณอาภรณ์ ลักษิตานนท์ ยื่นมือมาจับไว้กลัวน้องกุ้งจะตกน้ำ

น้องกุ้ง (เอามือเสยผม) และเพื่อนเด็กตลาดเจ็ดเสมียน กำลังเดินเล่นที่หาดทรายตรงกันข้ามกับตลาดเจ็ดเสมียน แถวเดียวกับน้องกุ้งนั้นคือ คุณชวลีย์ วงษ์วานิช และคุณวรรโณ คุ้มประวัติ

ในตอนนั้นลูกๆของน้าทัยยังเล็กๆอยู่ มีบางครั้งที่น้าทัยและน้านิด เอาลูกเล็กๆเหล่านี้โดยเฉพาะน้องกุ้ง ไปฝากให้อยู่กับพี่สาวคือนางสละ (แม่ของผมเอง) ซึ่งอยู่ที่ตลาดเจ็ดเสมียน จะได้มีเพื่อนเล่นไม่เงียบเหงา ไปอยู่กันครั้งละนานๆน้าทัยและน้านิดจึงมารับกลับไป

น้าทัยและน้านิดนั้นมีลูกทั้งหมด ๔ คน เป็นผู้หญิงทั้งนั้น ซึ่งผมก็รู้จักทุกคน เป็นที่น่าเสียดายที่ลูกสาวคนโต ๒ คนของน้าทัยและน้านิดนั้น ได้เสียชีวิตไปก่อนตั้งแต่เด็กๆ ทั้งๆที่ควรจะอยู่กับพ่อและแม่ให้นานๆไปกว่านี้

ปัจจุบันน้าทัยและน้านิดจึงเหลือลูกเพียง ๒ คน ซึ่ง ๒ คนนี้ก็ไม่ได้ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง คุณกุ้งหรือน้องกุ้งนั้นปัจจุบันทำงานบริษัทผลิตอาหารสัตว์ และฟาร์มสัตว์ขนาดใหญ่ แถวๆวังมะนาว มีตำแหน่งเป็นถึง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และสามีของน้องกุ้งนั้นคือคุณโด่ง ก็ทำงานที่เดียวกับคุณกุ้ง

ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นคือคุณเก่ง เป็นน้องสาวของน้องกุ้งเป็นลูกสาวคนเล็กของน้าทัย ไม่ได้อยู่กับน้าทัยมานานแล้วตั้งแต่มีครอบครัวไป มีบ้านอยู่ที่กรุงเทพฯ  คุณเก่งนั้นทำงานที่บริษัท AIA  ประกันชีวิต ด้วยความสามารถในการทำงาน คุณเก่งจึงได้รับรางวัลมากมายจากบริษัท จนไม่มีที่เก็บ หลังจากแจกไปตามที่ต่างๆที่เขาต้องการแล้ว ก็ยังขนมาไว้ที่บ้านนี้อีกมากมาย..

รางวัลการทำงานของคุณเก่งส่วนหนึ่ง

โปรดอ่านตอนต่อไป ชีวิตในวัยเด็กของร้อยตรีอุทัย สนกระแสร์ เร็วๆนี้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น..

จำนวนผู้เข้าชม: 1933
ความเห็น (1)Add Comment
ศุภรา  โอภาภิรัตน์
...
เขียนโดย ศุภรา โอภาภิรัตน์ , กรกฎาคม 01, 2010
ความภูมิใจกับบ้านหลังแรกในชีวิตด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง กับการทำงาน 25 ปี แล้วในที่สุดเราก็บ้านเป็นของตนเองซะที แต่ก่อนตอนยังเป็นเด็ก พ่อเป็นข้าราชการทหารก็อยู่บ้านพักสวัสดิการของทหาร พอโตขึ้นมีงานทำ ก็อยู่บ้านพักสวัสดิการของบริษัท พออายุมากเข้าก็ทางบริษัทเขาจะไล่ออก ไม่รู้ว่าจะไปซุกหัวนอนอยู่ที่ไหน ลูก ๆ ก็โตกันหมดแล้ว เงินเก็บก็พอจะเริ่มมีบ้าง หาที่หาทางปลูกบ้านเป็นของตนเองดีกว่า บอกตามตรงดีใจสุด ๆ ในที่สุดเราก็ทำได้ ฝันมานานแล้วว่าอยากมีบ้าน มีบริเวณมากพอที่เราจะทำอะไรได้ แล้วในที่สุดความฝันก็เป็นจริง นึกถึงอดีตเมื่อตอนเป็นเด็ก จำได้ดีเสมอเวลาปิดเทอมแม่จะส่งให้ขึ้นรถไฟมาลงที่สถานนีรถไฟบ้านเจ็ดเสมียน กุ้งกับพี่สาวจะถูกส่งมาอยู่ที่เจ็ดเสมียน กับป้าสละ เราจะวิ่งเล่นไปทั่ว มีเพื่อนเล่นด้วยกันหลายคน แต่จำไม่ได้ว่ามีใครบ้าง ใครจำกุ้งได้ก็เข้ามาทักทายกันบ้างที่ CLOAKING '> CLOAKING รู้แต่ว่าตอนเด็ก ๆ สนุกมาก ๆ เล่นปิดแอบตอนกลางคืน แอบกับไปถึงวัดตึก เล่นตี่จับ ขี่ม้าส่งเมือง ถ้าลานตลาดหน้าบ้าน บ้านที่กุ้งพอจะจำได้ ก็เห็นจะเป็นบ้านป้าหม่อมที่อยู่ติดกัน บ้านป้าแพที่ทำขนมหวาน บ้านที่อยู่ริมน้ำ ที่กุ้งชอบแอบไปปีนเก็บลูกหว้ากินกันจนปากดำ สงกรานต์ก็จะสรงน้ำพระที่วัดเจ็ดเสมียน ลงเล่นน้ำที่ท่าวัด เวลาที่น้ำลงพวกเราก็จะเดินข้ามฟากไปอีกฝั่ง มันสนุกอย่างบอกไม่ถูกจริง ๆ ตอนนี้พยายามจะหารูปเก่า ๆ มาให้พี่แก้วลง แต่ตอนย้ายบ้านไม่รู้ว่าเอาไปเก็บเอาไว้ที่ไหน หาเจอเมื่อไหร่จะส่งไปให้ก็แล้วกัน วันนี้คงแค่นี้ก่อนนะค๊ะ
report abuse
vote down
vote up
Votes: -1

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้146 
 เมื่อวานนี้142 
 สัปดาห์นี้1059 
 เดือนนี้3563 
 ทั้งหมด651839 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 82 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่