มอเตอร์ไซค์ให้เปล่า ๖ รถยนต์คันใหม่

เรื่องราวเก่า ๆ ของชาวตลาดเจ็ดเสมียน

โต๊ะทำงานของคุณหวาน เมื่อครั้งอยู่ที่บริษัทเก่า

    จากวันที่ลูกค้าเก่าของผมมาแนะนำ ในเรื่องการทำมาหากินให้ผมแล้ว ผมก็จัดแจงเริ่มตั้งตัวเป็นผู้จำหน่าย (ขาย) สินค้าของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ไม่ใช่เป็นตัวแทนจำหน่ายหรือที่เรียกว่าเอเย่นต์) ในอีกไม่กี่วันต่อมา

      สินค้าที่ผมซื้อมาขายให้ลูกค้าของผมนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นกระเบื้องมุงหลังคาโมเนีย และบล็อกประดับพื้นต่างๆของบริษัทในเครือปูนซิเมนต์ไทย ทั้งนั้น ไม่ได้ขายสินค้าของบริษัทอื่นๆเลย

     ซึ่งในระยะนั้นสินค้าสองอย่างนี้ ขายดีมากผู้คนกำลังนิยมชมชอบสินค้าเหล่านี้ ผมก็ซื้อสินค้าเหล่านี้จากผู้แทนจำหน่าย (เอเย่นต์) ของบริษัทใหญ่โดยตรงอีกทีหนึ่ง โดยซื้อเขามาเป็นเงินสดในประเภทรับสินค้าเองที่โรงงาน

    คือเมื่อไปซื้อสินค้าเหล่านี้แล้ว ก็จะได้เพียงกระดาษใบหนึ่งเท่านั้น ที่เรียกกันติดปากว่า “ ตั๋ว “ เมื่อได้ตั๋วมาแล้วจะไปรับสินค้า ก็ต้องจ้างรถรับจ้างขนส่งสินค้าเหล่านี้ ให้ไปส่งยังหน่วยงานอีกทีหนึ่ง

    แต่โดยส่วนใหญ่แล้วผมก็จะนำตั๋วนั้น ไปขายให้กับลูกค้าอีกทีหนึ่งเลย ให้เขา นำตั๋วนี้ไปบรรทุกสินค้าที่โรงงานเอาเอง โดยการลดราคาไปบ้างเพื่อเป็นค่าขนส่งของเขา

    ลูกค้าคนที่ช่วยเหลืออุดหนุนสินค้าของผม มากที่สุดก็คือคุณจำลอง ผู้รับเหมามุงกระเบื้องหลังคาซีแพคโมเนีย และพี่เชน ก็มาช่วยอุดหนุนผมในเรื่องบล็อกประดับพื้น (ลูกค้าที่ซื้อกันเป็นประจำผมจะขายเป็นเงินเชื่อ  ๑๕ วัน ถึง ๑ เดือน)

    นอกจากนั้นเมื่อผมได้มาขายสินค้าเองอย่างนี้ คนที่เคยรู้จักก็ติดตามมาซื้อกันอีกหลายคน ทำให้ผมมีลูกค้าที่ซื้อกันเป็นประจำเกินพอเสียอีก

   บางทีผมมาคิดดูแล้วก็คุยกับคุณหวานภรรยาของผมว่า รู้สึกว่าเราจะปล่อยสินค้าเป็นเงินเชื่อมากเกินไปเสียแล้ว เมื่อรวบรวมดูแล้วก็เป็นเงินก้อนใหญ่มากพอสมควร ภรรยาของผมบอกว่าให้ใจเย็นๆ

    เพราะลูกค้าของเราแต่ละคน ก็ยังไม่เคยมาเบี้ยวเราให้เราได้รับความเสียหาย และเมื่อถึงเวลาที่เขาต้องจ่ายเงิน เขาก็จ่ายดีตรงตามเวลากันทุกคน

    เมื่อเราปล่อยสินค้ามากขึ้น เงินที่มีอยู่ก็หมดไปเพราะเงินหมุนเวียนไม่ทัน ผมจึงต้องวิ่งหาเงินเพิ่มอีกโดยไปเจรจากับธนาคาร ไทยพาณิช สาขาสนามบินน้ำ เจ้าเดิมที่ผมเคยกู้เงินเขามาแล้วอีกครั้งหนึ่ง 

    ผมเจรจากับทางธนาคารขอกู้เงินเพิ่ม จากที่เคยกู้ไว้ ๓๕๐,๐๐๐ บาท มาเป็น ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นทุนในการค้าขายของผม ในที่สุดธนาคารก็ยอมให้ เพราะว่าหลักประกันคือที่ดิน และบ้านของผมในตอนนั้นมีค่ามากพอที่จะประกันเงิน ๑ ล้านบาทได้

    ผมได้เงินมาแล้วก็นำเงินนั้น มาลงทุนค้าขายมากยิ่งขึ้น  แต่ก็ขายแต่สินค้าของปูนซิเมนต์ไทยบางอย่างบางชนิดตามที่ได้กล่าวมาแล้วเท่านั้น 

   ส่วนใหญ่ลูกค้าของผม จะเป็นผู้รับเหมาทั้งสิ้น เพื่อความสะดวกในการค้าขายและการเสียภาษี ผมจึงได้จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ขึ้นมา

นามบัตรของผู้เขียนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พิมพ์แจกลูกค้าที่มาติดต่อซื้อสินค้า 

   กิจการก็ค้าของผมก้าวหน้าไปด้วยดี คุณจำลองมาเป็นลูกค้ารายใหญ่ของผม และพาคนอื่นๆที่เป็นพวกของเขา มาเป็นลูกค้าของผมด้วย  เพราะความชอบกันเป็นส่วนตัวนั่นเอง จึงทำให้ครอบครัวของคุณจำลอง และครอบครัวของผมได้สนิทสนมกันเป็นเหมือนญาติพี่น้องกันไปแล้ว

     มีการไปมาหาสู่กันโดยตลอด เพราะว่าบ้านพักของคุณจำลองไม่ไกลจากบ้านของผมมากนัก เมื่อมีเวลาว่างๆเราก็ขับรถไปเที่ยวกัน จากเหนือ อิสาน และทางภาคไต้ด้วย

ผู้เขียน คุณจำลอง คุณสมจิต ภรรยาคุณจำลอง และคุณรุ่งญาติของคุณจำลอง ขึ้นไปเที่ยวกันที่ตอยตุง จังหวัดเชียงราย 

คุณหวาน ที่วัดมหาธาตุ (พระพุทธชินราช) จังหวัดพิษณุโลก

หาดสมิหรา จังหวัดสงขลา ที่ไปเป็นครั้งแรกแล้วหลังจากนั้น ก็ไปเที่ยวทางภาคไต้กันอีกหลายครั้งหลายจังหวัด

    แม้กระทั่ง ๓ จังหวัดชายแดนภาคไต้ในสมัยก่อนนั้น ผมและคุณจำลองพร้อมด้วยคนอื่นๆก็เคยขับรถไปเที่ยวกันมาหมดแล้ว

    ในเรื่องการค้าขายของผมนั้น มันเป็นเรื่องยุ่งยากมากมาย และก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างแท้จริงด้วย จึงขอหยุดเรื่องการค้าขายไว้ก่อน

   เมื่อครั้งก่อนนั้นผมได้ซื้อรถยนต์กะบะนิสสัน ตามคำที่คุณจำลองแกแนะนำแล้ว ซื้อรถได้ไม่นานต่อมาผมได้ลาออกจากบริษัท ที่ผมทำงานมานานกว่า ๑๐ ปี ด้วยเหตุเพียงเล็กๆน้อยๆ 

    เมื่อมาทำงานส่วนตัวได้ไม่นานนัก คุณจำลองแกก็แนะนำว่า " พี่ทำกิจการที่ต้องติดต่อกับลูกค้าอย่างนี้ควรจะซื้อรถเก๋งขับได้แล้ว "  โดยให้เหตุผลว่าเมื่อเราไปติดต่องานที่ไหนก็จะมีภาษีดีกว่าขับรถปิกอัพไปหลายเท่า

   ในเรื่องนี้คุณจำลองมีประสบการณ์ผ่านมาเยอะ คุณจำลองจึงยกตัวอย่างให้ผมฟังเรื่องหนึ่ง คือที่หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง (ไม่ต้องออกชื่อหมู่บ้านนะครับ) 

    ซึ่งที่นั่นเป็นหน่วยงานหนึ่งของคุณจำลอง อยู่แถวๆพุทธมลฑลสาย ๖ ซึ่งคุณจำลองไปรับเหมามุงหลังคากระเบื้องซีแพคโมเนีย หมดทั้งโครงการ เป็นร้อยๆหลัง  ในวันหนึ่งๆคุณจำลองจะต้องเข้าไปดูงานซึ่งลูกน้องกำลังทำอยู่อย่างน้อยก็ ๑ ครั้ง

   วันนั้นพอจะผ่านป้อม รปภ.ของหมู่บ้านเข้าไป คนที่อยู่ในป้อมนั้นที่เรียกกันว่า รปภ. รีบออกมาทำความเคารพกันพึบพับ เพราะว่าวันนั้นคุณจำลองขับรถเก๋ง VOLVO 940 GL ไป แถมมีรูปดาวเป็นแฉกๆสีทองเป็นตราของกระทรวงมหาดไทยติดอยู่ที่ตะแกรงหน้ารถด้วย

รถยนต์วอลโว 940 GL ของคุณจำลอง สองภาพนี้กำลังถอยลงแพขนานยนต์ ข้ามแม่น้ำโขงที่อำเภอโขงเจียม เมื่อคราวที่ไปเที่ยวด้วยกัน เมื่อผู้เขียนได้ซื้อรถเก๋งมาเรียบร้อยแล้ว และไปด้วยกันอีกหลายคันเป็นขบวนใหญ่ เรื่องนี้จะนำมาเล่าในภายหลัง และขออภัยที่รูปไม่ชัดเจนเนื่องจากว่า เมื่อสมัยที่ไปเที่ยวด้วยกันหลายๆที่นั้นจะถ่ายด้วยกล้องวิดีโอ ภาพเหล่านี้จึงก๊อบปี้มาจากกล้องวีดิโอ อีกทีหนึ่ง จึงได้ภาพไม่ดีนัก

   แต่พออีกสองสามวันต่อมา คุณจำลองคนเดียวกันนี้แหละ มีความจำเป็นที่จะต้องขับรถปิกอัพ บรรทุกอุปกรณ์ในการมุงหลังคา เข้าไปในหมู่บ้านจัดสรรเดิมที่เข้าไปเมื่อสองสามวันมานี้

  พอถึงป้อมยามที่รักษาความปลอดภัย คนที่ยืนอยู่ข้างป้อมเดินออกมายกมือห้ามพรืด แล้วก็ยื่นมือมาขอดูใบผ่าน

   เมื่อคุณจำลองลดกระจกลง คุณจำลองบอกว่าจำผมไม่ได้หรือ บัตรผ่านของผมอยู่ที่รถอีกคันหนึ่ง ผมเข้ามาบ่อยๆเป็นผู้รับเหมามุงหลังคาในหมู่บ้านนี้ ที่จริงผมไม่ต้องมีบัตรผ่านยังได้เลย

    คุณจำลองจะพูดเท่าไร รปภ.นั้นก็ไม่ยอมให้เข้าอยู่ดี จะต้องเอาบัตรผ่านที่โครงการออกให้ไว้ให้ได้เลย ทั้งๆที่ในระหว่างพูดคุยกับ รปภ.คนนั้น ก็มีรถเก๋งวิ่งเข้าออกไปในที่จัดสรรนี้หลายคัน

  คุณจำลองต่อรองจน รปภ.คนนั้นขอยึดบัตรประชาชนเอาไว้ คุณจำลองบอกว่า ถามจริงๆเถอะ คุณจำผมไม่ได้เลยเชียวหรือ เมื่อสองสามวันมานี้ผมก็มา

   รปภ.นั้นทำเป็นงง แล้วก็ทำเป็นโทรศัพท์เข้าไปที่สำนักงานขาย จนในที่สุดก็เข้าไปได้  เสียงรปภ.คนนั้นพูดไล่หลังมาว่า อย่าลืมขอสติ๊กเกอร์ผ่านเข้าออกมาติดกระจกด้วยล่ะ จะได้สะดวกกันทั้งสองฝ่าย เออ...! มันก็ไม่ยอมแพ้จริงๆเลยนะ นี่แหละ รปภ.ไทยละ..!

   ผมได้คุยกับคุณจำลองในวันนั้น แล้วก็มาคิดดูก็เห็นจะจริง จึงปรึกษากันกับภรรยาว่า “ตอนนี้เราก็พอมีเงินบ้างแล้ว เราซื้อรถเก๋งจะดีกว่า เพื่อประโยชน์ของธุรกิจของเราด้วย “

   เมื่อเราลงความเห็นตรงกันแล้ว ก็มาคิดว่าเราจะซื้อรถอะไรดี จะเอารถยี่ห้อ วอลโว่ อย่างคุณจำลองก็ไม่ไหว มันแพงเกินไปเกินฐานะเราไปหน่อย ราคาเงินสดรุ่นของคุณจำลองนี้ มันตั้ง ๑,๓๕๐,๐๐๐ บาท (ราคาในขณะนั้น)

    คุยไปคุยมาก็ตกลงกันว่าเอารถ โตโยต้าดีกว่าราคาก็ปานกลาง ซ่อมก็ง่ายอะไหล่ก็มีเยอะ มีศูนย์ทั่วประเทศ แต่จะเอารุ่นไหนแบบไหนเราค่อยๆปรึกษากันก่อน

    ผมเคยบอกแล้วว่าคุณจำลองนั้น เป็นคนกว้างขวางรู้จักคนหลายสาขามากมาย (ถ้าจะคุยเรื่องคุณจำลองก็ต้องเริ่มต้นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก)  ดังนั้นในเรื่องจะซื้อรถเก๋งนี้ ก็ไม่พ้นคุณจำลองซึ่งได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออีก เมื่อแกได้รู้เรื่องที่ผมจะซื้อรถเก๋งนี้

    ไม่กี่วันต่อมาอยู่ๆก็มีสุภาพสตรีคนหนึ่ง แต่งตัวแบบทันสมัย มาร้องเรียกที่หน้าบ้าน ผมมองออกไปแล้วก็ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะว่ายังไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

   เมื่อผมเดินไปถึงประตูเหล็ก  สุภาพสตรีคนนั้นพูดอยู่ข้างนอกประตู บอกว่าคุณจำลองให้มาหา พร้อมกับยื่นนามบัตรให้ ผมรับนามบัตรมาอ่านดูแล้วจึงทราบว่า สุภาพสตรีคนนี้เป็นพนักงานขายรถยนต์

 

    มาจากศูนย์จำหน่ายรถยนต์โตโยต้า ปทุมธานี ถนนวิภาวดีรังสิต ชื่อว่า คุณสงกรานต์ ทิพย์เสถียร ผมจึงเลื่อนประตูเหล็กให้เขาเข้ามาข้างในบ้าน

     หลังจากแนะนำตัวกันแล้วเราก็คุยเรื่องรถกัน คุณสงกรานต์ก็ยื่นโบชัวร์ของรถโตโยต้า หลายๆรุ่นมาให้ผมและภรรยาดู  ในที่สุดก็เลือกได้รุ่นหนึ่ง

      เป็นรถยนต์เก๋งโตโยต้ารุ่นที่ออกใหม่สุดในปีนั้น คือ โตโยต้า 1.6 GLi ในราคา เงินสด ๕๒๐,๐๐๐ บาท เราตกลงยืนยันเอารถรุ่นนี้ และคุณหวานภรรยาของผมจะขอเอาเป็นสีแดงด้วย

คนที่มาหาหรือมาติดต่องานก็จะมานั่งคุยกันที่ โต๊ะหินขัดชุดนี้ คุณสงกรานต์ก็เช่นเดียวกัน

     คุณสงกรานต์บอกว่า ถ้าระบุเอาสีก็จะต้องจองไว้ก่อน ประมาณ ๑ เดือนจึงจะได้ และขอเงินค่าจองจำนวนเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทด้วย 

    ผมกับภรรยามองหน้ากัน ผมนึกในใจว่ามันก็แปลกดีนะ มีเงินก็จริงแต่ซื้อของไม่ได้ ภรรยาผมเข้าไปในบ้านหยิบเงินมา ๑๐,๐๐๐ บาท ยื่นให้คุณสงกรานต์ ในขณะที่คุณสงกรานต์กำลังเขียนใบรับเงินให้นั้น ภรรยาของผมบอกว่า 

     “ไม่เป็นไรเดือนก็เดือน ขอจองไว้ก่อนก็แล้วกัน ”

เขียนโดยปฏิพัทธ์  ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๓
อ่าน มอเตอร์ไซค์ให้เปล่า ๗ (วันสุดท้าย) ซึ่งเป็นตอนจบ   คลิ๊กที่นี่  

จำนวนผู้เข้าชม: 1797
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้165 
 เมื่อวานนี้162 
 สัปดาห์นี้327 
 เดือนนี้4095 
 ทั้งหมด652371 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 85 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่