คนตลาดเจ็ดเสมียนชื่อเซี้ยม ๑

เรื่องราวเก่า ๆ ของชาวตลาดเจ็ดเสมียน

ภาพแห่งการจดจำ คนกลางในรูปนี้ที่มีใบหน้าซื่อๆคือ คุณเซี้ยม เด็กตลาดเจ็ดเสมียน คุณเซี้ยมถ่ายรูปนี้พร้อมกับเพื่อนๆเด็กตลาดด้วยกัน เมื่อสมัยยังเป็นเด็กเมื่ออายุสิบกว่าขวบ คุณกัญญา ลักษิตานนท์ (คนซ้าย) คุณแด๊ว บุตรสาวของนายซุ่ย (คนขวา)  เป็นเพื่อนเล่นกันเสมอมา ภาพนี้ถ่ายที่ข้างกำแพงโบสถ์ วัดเจ็ดเสมียน

  มื่อวันที่ ๒๔ เมย.๕๒ เจ้ติ๋ว หรือคุณอำนวย แววทอง เจ้าของผู้จัดการ ร้านไช้โป้แม่กิมฮวยเชลล์ชวนชิม ได้เช่ารถตู้นำเงินที่ได้รับบริจาค จากชาวเจ็ดเสมียน

 

   คงจะจำกันได้เมื่อครั้งที่มีการเรี่ยไรเงินกัน คนละเล็กน้อยกันในงานชุมนุม "คนเจ็ดเสมียนพบกัน ครั้งที่ ๒" เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๒ ที่ผ่านมาแล้วนั้น

ณอำนวย แววทอง และคุณมยุรี วิทยาลิขิต ได้ร่วมเดินทางไปมอบเงินให้กับคุณเซี้ยม ที่บ้านไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด ด้วยตนเอง 

    เินจำนวนนี้คุณอำนวย แววทองได้นำไปมอบให้กับ เซี้ยม แกะ เล็ก ณ บ้านไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด ประจวบคีรีขันธ์ เป็นจำนวน ๑๑,๐๗๐ บาท (หนึ่งหมื่นหนึ่งพันเจ็ดสิบบาทถ้วน)

ในวันที่ไปมอบเงินนั้นมีผู้ร่วมเดินทางไปด้วยกันกับเจ๊ติ๋ว คือ เตียง (มยุรี วิทยาลิขิต) ปุ้ย (สุมาลี น้องสาวเจ๊ติ๋ว ) และ สามีของปุ้ย รวม 4 คน การมอบเงินในครั้งนี้ผู้ที่เดินทางไปมอบทั้ง ๔ คน ได้พาเซื้ยมไปที่ธนาคารออมสิน ซึ่งอยู่ใกล้ๆบ้านที่เซี้ยมพักอยู่ สามารถเดินไปได้

 

จากซ้ายคุณแด๊ว คนกลางคุณกัญญา คือผู้ที่ถ่ายรูปกับคุณเซี้ยมในภาพข้างบนเมื่อเกือบ ๖๐ ปีมาแล้ว มาในงานคนเจ็ดเสมียนพบกันครั้งที่ ๒ ด้วย คนที่นั่งข้างหลังคุณแด๊วนั้นคือ คุณอำนวย แววทอง ที่เป็นผู้นำเงินที่พวกเราชาวเจ็ดเสมียนร่วมใจกันบริจาค ไปมอบให้กับคุณเซี้ยมถึง อำเภอสามร้อยยอด

    ซ่งเซี้ยมมีสมุดบัญชีธนาคารออมสินนี้อยู่แล้ว เพราะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเดือนละ ๕๐๐ บาท ส่วน แกะ  เล็ก ก็ได้คนละ ๕๐๐ บาท เช่นเดียวกัน โดยเซี้ยมเป็นผู้รับแทนน้องทั้ง ๒ คนนั้น

   สำหรับเจ๊ติ๋ว และ ปุ้ยได้มอบเงินส่วนตัว นอกเหนือจากเงินที่ได้เรี่ยไรมาให้เซี้ยม เพิ่มไปอีกจำนวนหนึ่งเป็นเงิน หลายพันบาท นอกจากนั้นเจ้ติ๋วยังมีของฝากไปให้กับญาติของเซี้ยม ที่เซี้ยม แกะ เล็ก อาศัยบ้านเขาอยู่จำนวนหนึ่งด้วย 

   เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นที่ปลื้มปีติของทั้งผู้ให้และผู้รับเป็นอันมาก น้ำตาอันบริสุทธิของผู้ยากไร้คนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนเจ็ดเสมียนในอดีต ต้องหลั่งไหลลงมาอาบนองแก้ม เปรียบเสมือนว่า

   เซี้ยมและน้องทั้งสองคน กำลังล่องลอยอยู่ในกระแสร์น้ำอันเชี่ยวกราก กำลังจะหมดแรงที่จะพยุงตัวต่อไปได้  ฉับพลันก็มีผู้หยิบยื่นขอนไม้มาให้เกาะ และพยุงตัวเอาไว้ได้โดยไม่คาดฝัน แม้ว่าจะไม่ได้ขึ้นตลิ่งขึ้นฝั่ง

   ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทำให้เซี้ยมและน้องทั้ง ๒ ร่ำรวยขึ้นมาก็ตาม เมื่อมีขอนไม้มาให้เกาะเท่า  นี้ก็ดีที่สุด จะหาอะไรมาเปรียบมิได้แล้ว

 

ด้านหน้าของร้าน แม่กิมฮวย เชลชวนชิม เจ็ดเสมียน มีลูกค้าต่างๆรวมทั้งนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย ขอขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.bloggang.com/yyswim

  ใการไปมอบเงินให้เซี้ยมและน้องๆทั้งสองคนนั้น ไปกันเพียง ๔ คนเท่านั้นดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ผู้เขียนเองก็ได้รับคำชวนจากคุณมยุรีด้วยเช่นกัน แต่ไม่สามารถจะเดินทางไปด้วยได้

    เนื่องจากคุณมยุรีบอกอย่างกระทันหัน แต่ผู้เขียนก็ได้บอกว่าให้ถ่ายรูปมาด้วย เพื่อมาเสนอให้ท่านผู้ที่บริจาคเงินช่วยเหลือในครั้งนี้ทราบว่าเงินที่ท่านได้บริจาค ช่วยเหลือคนเจ็ดเสมียนที่ตกทุกข์ได้ยากคนหนึ่งนั้น ได้ถึงมือของเขาเรียบร้อยแล้ว

  แต่เมื่อเอาเข้าจริงๆคุณมยุรีบอกว่า กล้องที่จะถ่ายนั้นแบตเตอรี่หมดไปเฉยๆ จึงต้องเอากล้องของผู้ที่ไปด้วยกันอีกคนหนึ่งคือ คุณสุมาลี (ปุ้ย) ถ่ายไปก่อน

    กล้องของปุ้ย เป็นกล้องโทรศัพท์มือถือ จึงไม่ทันได้เอารูปออกมา ปุ้ยก็กลับกรุงเทพฯเสียแล้ว จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้เห็นรูปเหล่านั้นเลย ดังนั้นรูปในวันไปมอบเงินให้กับ เซี้ยม ที่บ้านไร่ไหม่ อำเภอสามร้อยยอด จึงไม่มีนะครับ

   ในการนำเรื่องนี้มาเสนอของผู้เขียนนั้นไม่ได้มีรายละเอียดมากนัก เพราะในวันนั้นผู้เขียนไม่ได้ไปด้วย จึงขอเรียนให้พี่น้องชาวเจ็ดเสมียนทั้งหลายทราบว่า คณะของคุณอำนวยได้จัดการนำเงิน ไปมอบให้คุณเซี้ยมเรียบร้อยแล้ว

   และขอโมทนาในบุญกุศลครั้งนี้ของท่าน จงดลบันดาลให้ท่านทั้งหลาย ที่ช่วยเหลือครอบครัวคุณเซี้ยม จงมีความสุขความเจริญ คิดหวังสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ขอให้ท่านได้รับแต่ความสมหวังทุกประการ .... เทอญ

ด้านในของร้านแม่กิมฮวย สินค้าต่างๆก็วางกันอย่างเป็นระเบียบ ง่ายต่อการซื้อหายิ่งนัก 

    เอาละเมื่อผู้เขียนได้เอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว ก็อยากจะเอ่ยให้มันสิ้นกระบวนการ คือ ความเป็นมาต่างๆของการเรี่ยไรเงิน จากเพื่อนๆชาวเจ็ดเสมียน และความเป็นมาเป็นไปของครอบครัวของคุณ เซี้ยม ด้วย จึงขอให้ท่านติดตามต่อไปครับ 

    จะขอเริ่มเรื่องดังนี้ 

   เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๒ ในตอนเย็นที่ศาลาเอนกประสงค์ ริมแม่น้ำแม่กลอง ได้มีการพบปะกันของคนเจ็ดเสมียน มีคนเจ็ดเสมียนทั้งที่อยู่ที่ตลาดในปัจจุบัน และคนเจ็ดเสมียนในอดีตที่ได้ไปตั้งรกรากอยู่ที่อื่นๆ ได้กลับมาพบกันที่ตลาดเจ็ดเสมียนอีกครั้งหนึ่ง เป็นครั้งที่ ๒

มีคนเจ็ดเสมียนเริ่มทยอยกันมาที่ ศาลาเอนกประสงค์ ตั้งแต่ยังไม่ ๖ โมงเย็นและยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่หลังจากที่ไม่ได้พบกันมานาน

บางคนมาถึงก็ยังไม่เข้าไปข้างใน แวะดูภาพเก่าๆของ เจ็ดเสมียนเสียก่อนด้วยความสนใจ

 

มีบางคนเข้าไปยืนตรงรูปของตัวเองที่ติดในบอร์ด ซึ่งรูปนั้นจ้างเขาถ่ายไว้เมื่อสมัยเกือบ ๕๐ ปีที่ผ่านมา ดูแล้วมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างหรือเปล่าล่ะ.. ท่าน !

    ในวันนั้นงานก็ดำเนินไปด้วยดี แม้ว่าจะมีชาวเจ็ดเสมียนมาพบกัน ไม่มากเท่าที่ควรดังที่ได้ตั้งใจไว้ อาจจะเป็นเพราะว่าบางคนติดธุระจึงมาไม่ได้ หรือว่าบางคนอาจจะไม่รู้เรื่อง ที่เขานัดมาพบกันในวันนั้น จึงพลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

    และมีบางคนที่ไม่ได้มาและอาจจะคิดว่า ที่มันนัดพบกันในวันนั้นก็มีแต่คนมีเงิน มียศมีศักดิ์ ทั้งนั้น ที่มันนัดพบกันนั้นมันคงจะคุยโม้โอ้อวดกันสนั่นไปเลย  แบบว่าจากเจ็ดเสมียนไปแล้วไปทำอะไร ได้ดีมาขนาดไหน ลูกเต้าเรียนกันดีๆทำงานกันเป็นใหญ่เป็นโต หรืออะไรอื่นๆอีกร้อยแปดที่จะโม้กันไป

นานๆพบกันทีเมื่อพบกันแล้วก็เปิดฉากคุยกันสนั่น แบบว่าไม่มีใครต่ำกว่าใคร จะว่าคุณเจ๊เทียนแต่งตัวสวยกว่าใครก็ว่าไม่ได้ เพราะว่าอยู่ที่ร้านขายสินค้าการเกษตรของแกที่ริมทางรถไฟที่ราชบุรี เจ๊แกก็แต่งตัวอย่างนี้เป็นประจำอยู่แล้ว คนซ้ายสุดนั้นคือ เจ๊แอ๊ว แห่งโรงน้ำปลาตลาดเจ็ดเสมียนในอดีต กี่ปีๆก็เหมือนเดิมนะเจ๊ ยังไม่แก่เลย .. แหะ แหะ

  ถ้าคิดอย่างนั้นจริงๆ ผู้เขียนก็จะขอบอกว่าน่าเสียดายครับ เพราะในวันนั้นเราชาวเจ็ดเสมียนที่มาพบกันทั้งหมด มีศักดิ์ศรีเท่ากันทุกประการครับ  ขณะที่พบกันอยู่ในงานนั้น ไม่มีคนจนไม่มีคนรวย พวกเราเท่าเทียมกันหมด เรื่องเหล่านั้นไม่มีใครน่าจะพูดถึง และไม่ปรากฎว่าจะมีใครพูดจาโอ้อวดต่อกัน ที่ผู้เขียนรู้เพราะว่าผู้เขียนเดินร่อนไปทุกกลุ่มทุกโต๊ะทักทายกัน แต่ก็ไม่แน่อาจมีบ้างเล็กน้อย ตามประสาผู้ที่เกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมต้องมีหลากหลายลีลาเป็นธรรมดา สรุปแล้วเห็นแต่ว่า ทุกคนมีแต่ความดีใจที่ได้พบกัน ถามทุกข์สุขกันเสียงเซ็งแซ่ไปหมด หลายคนที่มานั้นก็ด้วยตั้งใจหมายว่าจะได้พบกับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ เก่าแก่ที่เคยวิ่งเล่นที่เจ็ดเสมียนด้วยกัน หรือที่เคยเดินไปโรงเรียนที่วัดเจ็ดเสมียนด้วยกัน

  มีเพื่อนคนเจ็ดเสมียนที่อยู่ไกลที่สุดอย่างน้อยก็ ๒ คนที่เดินทางมาจาก นิวยอร์ค (new york) และลอสแอนเจลิส (Los Angeles)  ประเทศ สหรัฐอเมริกาโน่น ก็ยังอุตส่าห์มา

 คนขวาสุด คุณบุปผา ทองเจริญ (ลักษิตานนท์) อยู่ถึงสหรัฐอเมริกา พอรู้ข่าวก็รีบมาทันเวลาพอดี ส่วนคนซ้ายนั้นขวัญใจคนตลาดเจ็ดเสมียนเมื่อเกือบ ๖๐ ปีมาแล้ว ก็ไม่ได้พลาดงานนี้ทั้ง ๒ ครั้ง แต่ละครั้งก็มีเพลงมาร้องขับกล่อมด้วย

   นอกจากนี้ก็ยังมีคนที่อยู่ไกลๆมากๆอยู่ถึงระยอง คือคุณทวี ทินตระกูล และนิพนธ์ ชาญชาติณรงค์ เมื่อได้ข่าวแล้วก็รีบมากันทันที เสียดายที่คุณศักดา วงศ์ยะรา ก็อยู่ระยองเช่นเดียวกันที่งวดนี้ไม่ได้มา เมื่องาน คนเจ็ดเสมียนพบกันครั้งที่ ๑ ก็มาด้วย

   ในงานก็มีเพื่อนๆพี่ๆคนเจ็ดเสมียนที่มีน้ำใจ นำอาหารมาจัดเป็นแบบออกร้าน ให้พวกเราได้รับประทานกันฟรีๆ อย่างอิ่มหนำสำราญ ใครที่นิยมหรือเป็นคอ "แอลกอฮอล์" ที่ในงานก็มีเบียร์สดตราสิงห์ จากบริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จัดมาตั้งเรียงกันหลายถังแบบบริการไม่อั้น ทำให้คิดถึง พ.อ.คนึง คุ้มประวัติ และภรรยาที่ครั้งนี้ไม่ได้มา (ครั้งที่ ๑ มา)

ขนมจีนน้ำยานี้ของซุ้มตราชฎา ติดกับปอเปี๊ยะทอดของคุณเจ๊ประนอมนำมาบริการ คนที่ใส่เสื้อสีแดงนั่นแหละจ้า...คนสวยแห่งตลาดเจ็ดเสมียนในอดีต

   ีขนมจีนน้ำพริกน้ำยา และแกงไก่ ข้าวราดแกง ข้าวเหนียวไก่ย่าง รับประทานกันปากไม่ว่างมันแว๊บไปเลย ตลอดจนกาแฟเย็น และเฉาก๊วย ของอุษา ชาญชาติณรงค์ และอื่นๆอีก ก็มาบริการฟรีแบบไม่อั้น

ซุ้มกาแฟของอุษา ชาญชาติณรงค์ ลูกค้าเพียบเลยจ้า

  คุณรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ อดีตเด็กเจ็ดเสมียนรุ่นเก๋ากึ๊ก และเป็นน้องชายของคุณโอฬาร ลักษิตานนท์เป็นผู้จัดงานนี้ขึ้นมาเป็นครั้งที่ ๒  นอกจากจะขึ้นปราศรัยบนเวทีแล้ว ก็ยังเล่นเกมส์ ร้องเพลงลูกทุ่งซึ่งเหมาะกับบรรยากาศเสียจริงจริ๊ง.. !  เสร็จแล้วเดินลงมาทักทายแบบกันเอง ในฐานะคนเจ็ดเสมียนคนหนึ่ง และเป็นผู้จัดงานตลอดงานด้วย

ผู้ที่จัดงานนี้เพื่อให้คนเจ็ดเสมียนที่จากกันไปนานๆได้มาพบกัน ยืนอยู่บนเวทีกับน้องๆ คือคนที่สวมเสื้อยืดเอามือล้วงกระเป๋า นั่นแหละครับคุณรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ เด็กตลาดเจ็ดเสมียนในอดีต

    พวกเราก็รับประทานกันไปคุยกันไป ให้สมกับนานๆจะได้เจอกันสักที การดำเนินงานในวันนั้นก็เรียบร้อยดีสมกับความตั้งใจ (รายละเอียดในเรื่องนี้กรุณากลับไปดู  คลิ๊กที่  “คนเจ็ดเสมียนพบกัน ) ได้เลยครับ
 
   ก่อนจะเลิกงานในวันนั้นได้มีการเรี่ยไรเงินกันด้วย โดยได้ประกาศเรื่องนี้บนเวทีและเล่าเรื่องราวต่างๆของการเรี่ยไรในครั้งนี้ว่า เพราะอะไรและเรี่ยไรเงินไปทำไม 
เมื่อทุกคนในงานนั้นรู้เรื่องแล้วก็ควักกระเป๋านำเงินคนละร้อยบ้างห้าร้อยบ้างมาลงขันกันอย่างไม่รีรอ สรุปแล้วในวันนั้นมีผู้ใจบุญที่บริจาคเงินในครั้งนี้เป็นจำนวนเงินถึง ๑๑,๐๗๐ บาท

  ผู้อาวุโสของตลาดเจ็ดเสมียนชั้นสูงสุดกำลังปรึกษาหารือกันในวันงาน "คนเจ็ดเสมียนพบกัน ครั้งที่ ๒ " คุณพเยาว์ ศิลปวิลาวัลย์ (ซ้าย) คุณอำนวย แววทอง (ขวา) ส่วนท่านที่นั่งตรงกลางนั้นคือ คุณปราณีต ลักษิตานนท์ ในขณะนี้นับว่าเป็นผู้ที่มีอายุมาก อาวุโสที่สุดของคนเจ็ดเสมียน ท่านมาพบกับลูกหลานเป็นครั้งที่ ๒ แล้ว  

                หลายท่านที่อ่านบทความของผู้เขียนนี้ และไม่ได้ไปในงาน “คนเจ็ดเสมียนพบกันครั้งที่ ๒”.ในวันนั้น จะไม่ได้รู้กันมาก่อนเลยว่า ตอนที่จะเลิกงานกันในวันนั้นมีการเรี่ยไรเงินกันด้วย พวกเขาเรี่ยไรกันไปทำไมไม่ทราบ

   ผู้เขียนกำลังจะบอกว่าพวกเราคนเจ็ดเสมียน ที่มาพบกันในวันนั้นได้ร่วมใจและเต็มใจ ที่จะบริจาคเงินกันคนละเล็กน้อย เพื่อมอบให้แก่คนๆหนึ่ง ซึ่งเป็นคนเจ็ดเสมียนเหมือนกันกับพวกเราที่มาชุมนุมกันในวันนั้น  (ตัวเขาไม่ได้มา)

   แต่บังเอิญโชคชะตาวาสนาของเขา ได้ชักจูงให้เขาตกอับอย่างที่สุด  บางท่านอาจจะไม่รู้จักคนๆนี้ คนที่เราจะนำเงินไปช่วยเหลือเขา ดังนั้นผู้เขียนก็จะขอเล่าให้ท่านได้ทราบ เท่าที่รู้และพอจะจำได้ ดังนี้ .... ยังมีต่อ

 

ขียนโดย สุริยะ สิงหา พุธ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๓

          ต้องการอ่านตอนที่ ๒     คลิ๊ก

 

จำนวนผู้เข้าชม: 2087
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้146 
 เมื่อวานนี้142 
 สัปดาห์นี้1059 
 เดือนนี้3563 
 ทั้งหมด651839 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 97 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่