ท่าใหญ่ 2 (นายฉุย)

เรื่องราวเก่า ๆ ของชาวตลาดเจ็ดเสมียน

         ขอย้อนกลับมาที่ท่าใหญ่อีกหน่อย ผมจำได้ว่าผมเคยฝึกหัดชกมวยกันเล่นๆ ที่ท่าใหญ่แห่งนี้ กับ คุณแก่เล็ก (คุณพิศิษฐ์ ชื่นณรงค์) กันบ่อยๆและผมเคย ล้มลงไปกับพื้นจุกแน่นน่าอก เส้นขายึด แขนและมือซ้ายขวาของผมเกร็ง เหยียดไม่ออก จนแก่เล็กต้องรีบมาช่วยประคองผมให้นั่งขึ้น และช่วยนวดเฟ้นแขนขาให้ผมตั้งนานจึงเป็นปกติ ทำให้ผมเกือบจะพิการไปเสียแล้วที่ท่าใหญ่แห่งนี้ เฮียแก่เล็ก แห่งร้านขายกาแฟ แป๊ะอู๋ เคยเป็นหัวโจกของเด็กตลาดเจ็ดเสมียน ระยะหนึ่ง

ในตอนนี้ผมจะขอเอ่ย ถึงเรื่องราวของ นายฉุย สักเล็กน้อยนะครับ จริงๆแล้วก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของท่าใหญ่แห่งนี้ด้วย    

เด็กเจ็ดเสมียนรุ่นน้องของผม กำลังโดยสารเรือข้ามฟาก จากท่าตลาด ไปยังฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นหาดทรายยาวสุดสายตา ที่อยู่ด้านหน้า ปราณี,อาภรณ์, อารีย์, ลัดดา, น้องของสาธร  (ชื่ออะไรนะ)  แล้วมีเด็กหญิง นั่งข้างหน้าอารีย์นั้น คุ้นๆ เด็กไม่รู้ว่าชื่ออะไร นั่งข้างหน้าขวาสุด ยิงฟันนั้น วรรณโน น้องชาย คุณนวลปรางค์ ส่วนที่นั่งอยู่สูงกว่าเพื่อน นั่นแหละ คุณนวลปรางค์ ตัวจริง เสียงจริง อ้าวไม่ใช่เด็กรุ่นนี้นี่ รุ่นเดียวกับผมเองครับ มาเดินเล่นที่หาดทรายกับน้องๆ

 

 

เด็กตลาดเจ็ดเสมียน ในตอนเย็นชอบข้ามฝั่งไปเดินเล่นกันที่หาด ตรงข้ามตลาด กำลังยืนอยู่ที่ ท่าเรือจ้างมองเห็นบันไดท่าน้ำตลาด อยู่ตรงกันข้ามอย่างชัดเจนยืนเรียงกันไปจากซ้าย อาภรณ์,อารีย์,ปราณี,นวลปรางค์,ยืนหันข้างให้นั้น ลัดดาเด็กข้างหน้าคนซ้ายจำชื่อไม่ได้ กลาง วรรณโน,ชวลีย์ น้อง สาธร วงษ์วนิช

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ส่วนภาพล่าง กาญจนา กับ ปราณี สองเพื่อนซี้ คู่หูกัน ช่วยถ่อเรือจะเข้าท่า ที่เจ็ดเสมียน

      และแล้วมีอยู่วันหนึ่งเวลาเย็นแล้วก็เกิดเหตุการณ์ใหญ่ ผมเห็นมีคนกลุ่มหนึ่ง วิ่งตามกันมาจากทาง สถานีรถไฟอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งผ่านศาลเจ้าแม่เจ็ดเสมียน ที่มีต้นโพธิ์ใหญ่ตรงศาลนั้น ลงไปที่ท่าใหญ่แห่งนี้ มี ตาฉุย  (นายตรวจทางเขตเจ็ดเสมียน )เมียตาฉุย พี่แกละ

  

            

จากภาพนี้ พี่แกละ ลูกชายคนโตของนายฉุย อดีตนายตรวจทางรถไฟเขตเจ็ดเสมียน ปีนี้ อายุ 71 เข้าไปแล้ว ก็ยังอยู่ที่เจ็ดเสมียนและทำมาหากินที่เจ็ดเสมียนอย่างเดิม วันนี้ผมได้พบและได้คุยกับพี่แกละอีกครั้งหนึ่ง (ถ่ายเมื่อ 8 สิงหาคม 51)


        เจ๊เหรียญเมียพี่แกละ พี่หนอม ไอ้ทน  ลูกของนายตรวจฉุย และญาติพี่น้องของนายตรวจฉุยอีกหลายคน  วิ่งลงไปทางท่าใหญ่    ผมและเพื่อนๆอีกหลายคนอยากรู้อยากเห็นว่ามันเกิดอะไรกันขึ้น จึงวิ่งตามไปดู เห็นที่ริมตลิ่งท่าใหญ่นั้น มีคนหลายคนกำลัง ดำผุด ดำว่าย กันอยู่ที่ท่าใหญ่ ผมถามคนที่ยืนดูอยู่ข้างๆผมว่ามีอะไรกัน เขาบอกว่าอี วอน ลูกสาวคนเล็กของนายตรวจทางฉุย มันมาเล่นน้ำที่ท่าใหญ่นี้สงสัยว่ามันจะจมน้ำ  เพราะว่ามีเด็กหญิงคนหนึ่งที่มาเล่นน้ำพร้อมกันกับอี วอน ได้เห็นอี วอน จมน้ำหายไปนาน มันจึงรีบขึ้นจากน้ำ แล้ววิ่งไปบอกนายฉุยที่บ้านพักนายตรวจทาง
        

       สักครู่หนึ่งก็มีชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ ซึ่งอยู่ในพวกค้นหา ตั้งแต่แรก งมไปใกล้ๆดงต้นอ้อซึ่งขึ้นเป็นพุ่มใหญ่ ข้างๆบ้านป้าฮุ้นแม่ของคุณ เง็ก ซึ่งอยู่ริมน้ำติดกับท่าใหญ่ บังเอิญมือไปคว้าเอาเด็กเข้าจึงรีบอุ้มขึ้นมาจากน้ำ ผมเห็นเป็นอี วอน นั่นเอง อี วอน ลูกสาวคนเล็กของตาฉุย นายตรวจทางเขตเจ็ดเสมียน หมดสติแน่นิ่งร่างกายอ่อนปวกเปียก ไปหมดแล้ว พวกผู้ใหญ่ที่อยู่บนตลิ่งนั้น จึงพากันรีบช่วยทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นกัน โดยอุ้มขึ้นพาดบ่าคว่ำหน้าลง แล้ววิ่งวนเวียนให้กระเทือนไปในบริเวณท่าใหญ่นั้น ผมเห็นน้ำจากปากของ อีวอน  พุ่งออกมาอย่างกับท่อประปาแตกอย่างมากมาย แต่ว่าพวกเขาจะทำการปฐมพยาบาลกันอย่างไร ก็หาได้ฟื้น คืนชีวิตของอีวอนไม่ เพราะว่ามันจมมาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว 

        อี วอนคนนี้เป็นลูกสาวคนสุดท้องของนายฉุย นายตรวจทาง ของการรถไฟเขตเจ็ดเสมียน อายุเพิ่งจะประมาณ 7 - 8 ขวบเห็นจะได้ อยู่โรงเรียนวัดเจ็ดเสมียน คงจะอยู่เพียงชั้นประถมปีที่ 1 หรือ 2 เท่านั้น และคงจะเป็นลูกศิษฐ์ของ ครูเทียน นักดนตรี หรือไม่ก็เป็นลูกศิษฐ์ของครูประวิทย์ ไทยแช่ม เป็นเด็กที่น่ารัก ร่าเริง แจ่มใส ชอบถักเปีย 2 เปีย ซ้ายขวา และเมื่ออี วอน มามีอันเป็นเสียเช่นนี้ก็เป็นธรรมดาที่ พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง ต้องเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก
       
ตาฉุย และลูกๆ พร้อมด้วยญาติๆ ของตาฉุยจึงร้องไห้ พลางรำพัน คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา  ยังความเศร้าโศกเสียใจมาสู่นายฉุย และญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก   ในเวลานี้จะหาใครที่มีทุกข์มากมายเท่ากับนายฉุย และญาติๆเห็นจะไม่มีอีกแล้ว  อีวอนมันนอนหลับตาพริ้มคล้ายกับคนนอนหลับ  นายฉุยยิ่งเพ่งพิศดูหน้าของลูกสาวแล้วก็ยิ่งเศร้าโศกเสียใจ น้ำตาของลูกผู้ชาย ที่มีจิตใจแข็งแกร่งเช่นนายฉุย ยังต้องน้ำตาร่วงพรู

          นายฉุยและเมียของแกคร่ำครวญ แทบว่าจะขาดใจตาย มิใยที่มีญาติอีกหลายคนของนายฉุยจะมาปลอบใจ แกก็ไม่อาจจะหยุดความเสียใจไปได้ ญาติเหล่านั้นจึงบอกนายฉุยและเมียของแกให้ทำใจดีๆเข้าไว้ จะทำอย่างไรได้เมื่อมันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้เข้าแล้ว สงบจิตสงบใจเสียบ้าง ตั้งสติให้ดี

       เมื่อเห็นว่าปฐมพยาบาลกันอย่างไร  ก็ไม่สามารถเอาดวงวิญญาณของอี วอน กลับคืนมาได้สำเร็จ ทุกคนจึงออกความเห็นกันว่า ควรเอากลับไปบ้านก่อน ขั้นตอนต่อไปจะเอาอย่างไรค่อยว่ากันอีกที ดังนั้นลูกน้องของนายฉุยคนหนึ่งก็เลยอุ้ม อี วอน กลับไปที่บ้านของนายตรวจทาง ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับ  สถานีรถไฟ เจ็ดเสมียน  ตาฉุยและญาติพี่น้องจึงได้เดินขึ้นจากท่าใหญ่ไปเป็นแถว

         พวกผมไม่ได้ตามไปดูหรอกครับ เพราะรู้สึกว่าน่าสงสารมาก อี วอนเป็นลูกนายตรวจทางฉุย คนเล็ก เป็นเด็กรุ่นเล็กกว่าผมมาก เคยเห็นมันมาเล่นน้ำกันที่ท่าใหญ่ กับเพื่อนๆมันเป็นฝูงบ่อยๆเหมือนกัน อี วอนเป็นเด็กหญิงหน้าตาน่ารัก ร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ทำไมอายุจึงช่างสั้นเสียจริงหนอ และทำไมผู้ใหญ่จึงปล่อยปะ ละเลยให้ลงมาเล่นน้ำที่ท่าใหญ่นี้ได้

         หรือจะคิดว่าเด็กเจ็ดเสมียนทุกคน โดยมากมักจะว่ายน้ำเป็นกันทุกคน ตั้งแต่เล็กๆทั้งนั้น อี วอนมันจึงไม่น่าจะจมน้ำตายเลย บางคนว่า เจ้าแม่เจ็ดเสมียนคงอยากเอามันไปเลี้ยงดู จึงได้บันดาลให้จมน้ำตาย มันก็ไม่ค่อยเป็นเรื่องดีหรอกนะครับ ขอให้ท่านเจ้าแม่เจ็ดเสมียนจงอย่าบันดาลบ่อยๆ ก็แล้วกันนะท่านนะ เล่นเอาไปแบบนี้ไม่ดีแน่ ในทางกลับกันขอให้ท่านช่วยมาปกปักรักษา ลูกหลานของชาวเจ็ดเสมียน ให้ปลอดภัยจากภยันอันตรายต่างๆจะดีกว่า

         และแล้วท่าใหญ่แห่งนี้ในตอนนั้นก็เลยเงียบเหงาไปพักใหญ่ๆ เพราะพวกผมย้ายไปเล่นน้ำกันที่ ท่าวัด ไม่ได้กลัวอะไรหรอกครับ    แต่มันแหยงๆ ชอบกล แฮะ !
         

บ้านพักนายตรวจ สถานีรถไฟเจ็ดเสมียน

       ตาฉุยเป็นนายตรวจทางเจ็ดเสมียนนานมาก ลูกๆของนายฉุยทุกคนเกิดที่เจ็ดเสมียนนี้ทั้งนั้น ขนาดพี่ แกละ ลูกชายคนโตของนายฉุยปีนี้อายุ 70 กว่าๆแล้ว ป่านนี้นายฉุยผู้เป็นพ่อก็คงต้องตายไปนานแล้ว  เมื่อผมจากเจ็ดเสมียนไปตอนนั้น นายฉุยก็ยังเป็นนายตรวจทางอยู่ ต่อมาผมกลับมาเที่ยวเจ็ดเสมียน มาหาพรรคพวกอีก ก็ได้ข่าวว่า นายฉุย ย้ายไปเป็นนายตรวจทาง ที่ สถานีเชียงรากน้อยเสียแล้ว บางท่านอาจจะไม่รู้จัก หรือไม่เคยได้ยินสถานีรถไฟเชียงรากน้อย  สถานีรถไฟนี้ อยู่เลยสถานีรถไฟรังสิตไปหน่อย แต่อยู่ไม่ถึงสถานี บางปะอิน

      เมื่อนายฉุยย้ายไปอยู่ที่เชียงรากน้อยแล้ว ลูกๆบางคนก็ย้ายตามนายฉุยไป แต่อีกหลายคนไม่ได้ย้ายตามพ่อแม่ไปด้วย เพราะทุกอย่างฝังรากลึกที่เจ็ดเสมียนเสียแล้ว พี่แกละบอกผมในวันนั้นว่า

ผมรักเจ็ดเสมียน ผมเกิดที่เจ็ดเสมียน  ผมก็จะขอตายที่เจ็ดเสมียนนี้แหละ
         แล้วผมถามว่า พี่หนอม กับไอ้ทนล่ะ พี่แกละว่า โฮ้ย มันตายไปหมด ตายมาหลายปีแล้ว ผมมองหน้าพี่แกละเห็นแกมีแววตาเศร้าๆ ผมจึงไม่กล้าถามต่อว่า แล้วมันเป็นอะไรตาย แม้กระทั่ง เจ๊เหรียญ เมียพี่แกละผมก็ยังไม่กล้าถามเลย ว่า อยู่หรือไปแล้ว ?


                                            

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 เด็กหญิงปราณี สุวรรณมัจฉา ยืนอยู่ที่ป้ายเจ็ดเสมียน ของสถานีรถไฟเจ็ดเสมียน เมื่อกว่า ๕๐ ปีมาแล้ว

       พี่หนอมที่ผมถามถึงนั้น  พออายุที่พอจะทำงานได้ ก็ได้ทำงานเป็นลูกกุลี  อยู่กับนายตรวจทางฉุย โดยกินเงินเดือนจากการรถไฟนั่นเอง พี่หนอมเป็นคนรูปร่างใหญ่ เป็นคนจริง ใจนักเลง มีความชอบถูกใจกันกับผม ถูกใจกันเป็นส่วนตัว อายุน่าจะแก่กว่าผมสัก 3 หรือ 4 ปี เห็นจะได้ พี่หนอมแกตาเสียข้างหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็นมาตั้งแต่กำเนิด หรือประสบอุบัติเหตุอะไรในตอนที่โตแล้ว  
       พี่หนอมเคยท้าพนันกับใครคนหนึ่ง ผมก็นึกๆไม่ออกแล้ว ว่าเขาจะกระโดดลงจากรถไฟในขณะที่รถไฟ ออกจากสถานีเจ็ดเสมียน แล้วให้รถไฟวิ่งไปถึงเสาธงสัญญาณไฟ เสียก่อน (ประมาณ 1 กิโลเมตร) แล้วจะกระโดดลงจากรถไฟ ตู้สุดท้ายให้เห็นกันจะจะไปเลย  ว่าเขาจะกล้ากระโดดลงมาจากตู้โดยสารหรือไม่ ถ้ากล้ากระโดดลงมาแล้ว จะล้มหกคะเมน ตีลังกาลงไปตามแรงดูดของรถไฟหรือเปล่า
         เมื่อรับคำท้ากันเรียบร้อยแล้ว ในตอนเพลของวันนั้น มีรถโดยสารขาล่องออกจากสถานีรถไฟบางกอกน้อย ถึงสถานีเจ็ดเสมียน  สิบเอ็ดโมงกว่าๆ พี่หนอมก็จัดแจงขึ้นรถไฟตู้สุดท้าย  ถึงเวลารถไฟก็ออกจากสถานีเจ็ดเสมียน  แล้วเร่งความเร็วขึ้นเป็นลำดับจนถึง เสาธงสัญญาณไฟ ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ

           พวกผมไปดักยืนดูกันที่เสาสัญญาณรถไฟ ห่างจากสถานีรถไฟเจ็ดเสมียนประมาณ หนึ่งกิโลเมตรเห็นจะได้เห็น พี่หนอมแกกระโดดแผลว ลงมาจากด้านหลังของตู้รถไฟ หันหลังลงอย่างสวยงามเสียด้วย โน้มตัวโอนไปข้างหน้าประมาณ สี่สิบห้าองศาวัดจากพื้นดินขึ้นมา เพื่อต้านความเร็วของรถ และต้านแรงเฉื่อยของรถไฟที่กำลังวิ่งอยู่ ลงมายืนบนไม้หมอนพอดิบพอดี ไม่มีเซถอยหลังไปแม้แต่ก้าวเดียว ถ้าเป็นกีฬายิมนาสติก อย่างนี้เรียกว่าได้ คะแนน 10 ไปเต็มๆ

             ไม่มีการตัดคะแนนเลย  พับผ่าซีเอ้า !


                                     ถ้าท่านต้องการอ่าน ต่อโปรดคลิ๊กที่   ่าใหญ่ ท่าน้ำแห่งความหลัง 3 

            (ตอนที่พวกเด็กเจ็ดเสมียน มุดจับปลากัน ตรงประตูระบายน้ำ ) ในเร็วๆนี้ ที่นี่ที่เดียว

 

 

จำนวนผู้เข้าชม: 2887
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 

คุณอาจจะสนใจบทความนี้

คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้81 
 เมื่อวานนี้173 
 สัปดาห์นี้844 
 เดือนนี้4230 
 ทั้งหมด629636 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 38 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่