ท่าใหญ่ 3 (จับปลา)

เรื่องราวเก่า ๆ ของชาวตลาดเจ็ดเสมียน

         ที่ท่าใหญ่นี้เวลาน้ำขึ้นมันก็จะไหลผ่านศาลเจ้าแม่เจ็ดเสมียน เข้าไปตามลำคลอง ซึ่งอยู่หลังตลาด  ถ้าน้ำขึ้นมากๆ มากเกินไป เขาก็จะมีแผ่นไม้หนาๆ ใส่ลงไปตรงช่องกั้นน้ำไม่ให้ไหลท่วมท้องนามากๆ

  


ดูในภาพจะเห็นเป็นร่อง  นั่นแหละ เป็นร่องที่ใช้ใส่แผ่นไม้กั้นน้ำ

 


        คุณสาธร วงษ์วานิช กำลังเดินดูสภาพของท่าใหญ่และศาลเจ้าแม่เจ็ดเสมียนถ่ายเมื่อ วันที่ 8 สิงหาคม 51 ช่องสี่เหลี่ยมที่เห็นในภาพ ทางด้านขวามือนั้น คือทางน้ำที่น้ำไหลเข้าคลองเจ็ดเสมียน ถ้าน้ำมากๆ เขาก็จะเอาแผ่นไม้กระดานมากั้นตรงปากช่องนี้

         และเมื่อวันที่ ผมมาเดินดู สภาพของท่าใหญ่กับคุณสาธรนั้น ผมมีความสงสัยว่า ช่องทางที่น้ำต้องผ่านเข้าไปในลำคลองนั้น ทำไมจึงแคบมากขนาดนั้น และในสมัยที่ผมเป็นเด็กนั้น ศาลเจ้าแม่เจ็ดเสมียน ก็ไม่ได้อยู่ในลักษณะอย่างนี้ ไม่มีบันได ทอดลงมา ตรงศาลเจ้านี้ มีต้นโพธิ์ใหญ่ต้นหนึ่ง มีซากของศาลพระภูมิ ตามบ้านที่ผุๆ พังๆ แตกหัก ทิ้งไว้ที่โคนต้นโพธิ์เกลื่อนไปหมด 
         ถ้าเดินตามตรอกที่มาจากตลาดลงไปที่คลอง ก็จะเห็นต้นโพธิ์ก่อนและศาลเจ้าก็จะอยู่ตรงนั้น  สมัยที่ผมเป็นเด็กนั้น เขาไม่ได้เทปูนซิเมนต์คร่อมคลอง ทึบไปหมดเหมือนที่ผมไปเห็นมานี้ ที่บ้านแป๊ะซุ่น ที่อยู่ตรงศาลเจ้าแต่คนละฝั่งกันนั้น ถ้าหน้าน้ำขึ้นเขาก็จะปักเสาแล้วเอาไม้กระดานหน้า 8 สองแผ่น พาดเดินข้ามมาฝั่งตลาด และตอนหน้าแล้ง แป๊ะซุ่น และซิ้มหมา ก็จะเดินลงมาก้นคลอง ผ่านศาลเจ้า แล้วขึ้นไปที่ตลาด ตอนเป็นเด็กผมเห็นอย่างนี้เป็นประจำ
 

       (ท่านผู้ใดมองเห็นสภาพของ ศาลเจ้าแม่เจ็ดเสมียน ในสมัยประมาณ ห้าสิบกว่าปีที่ผ่านมาแล้ว แตกต่างจากผมบ้าง กรุณาเข้ามาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ เรามีกระดานข่าว ให้ออกความเห็น และไว้คุยกันด้วยครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ)
         

        ปัจจุบันนี้ ตรงด้านหลังศาล ก็เทปูนคร่อมคลองเป็นทางเดินเข้าบ้านเสียเลย นับว่าสภาพเดิมๆ ได้เปลี่ยนแปลงไปมากและสงสัยว่า ทำไมถึงทำแบบนั้นได้ ลำคลองนี้เป็นที่สาธารณะ และเป็นที่ของหลวง มิใช่หรือ ?
         ในฤดูน้ำหลาก น้ำจะขึ้นมาจาก ท่าใหญ่ไหลหลาก เข้าไปตามลำคลองซึ่งผ่านศาลเจ้าเก่าแก่ของตลาดเจ็ดเสมียน  ผ่านห้องแถวตลาดเจ็ดเสมียนทุกห้อง เพราะว่าห้องแถวนี้ด้านหลังติดคลองเจ็ดเสมียน ทุกบ้านจะปักเสาแล้วปลูกเป็นนอกชานมุงสังกะสียื่นออกมาในลำคลองด้วย เมื่อฤดูน้ำหลากมา พื้นกระดานนอกชานเหล่านี้  น้ำจะขึ้นถึง พื้นกระดานก็เปียกน้ำแประๆพอดี เช่นบ้านป้าแช แม่ของ คุณสาธร วงษ์วานิช บ้านของลุงเบี้ยว ป้าเอ็ง (บ้านคุณโอฬาร ลักษิตานนท์) บ้านป้าฮุ้น แม่ไอ้โล (อโณทัย ไทยสวัสดิ์) บ้านเฮียเล็ก ไทยเจริญ บ้านแป๊ะอู๋ (บ้านแก่เล็ก) บ้านเจ๊กวย เฮียง้วน(คุณพเยาว์) บ้านป้าม่วย เจ๊ประนอม บ้านพี่เสริฐ (ไอ้บูน) เป็นต้น


 

 

 

        สายน้ำผ่านบ้านกำนันโกวิท ลอดสะพานทางรถไฟ สายน้ำที่หลากนี้จะพุ่งตรงไปชนหน้าบ้านของ นายทั้ง เพื่อนผู้อาวุโสกว่าของพ่อผม แล้วแฉลบเลยไป  และลำคลองนี้จะทอดยาวไปอีกไกลในท้องไร่ท้องนาเมื่อฤดูน้ำหลากมาถึง น้ำในแม่น้ำแม่กลอง จะเอ่อล้นตลิ่ง บางปีตลาดเจ็ดเสมียน และหลายหมู่บ้าน ในตำบลเจ็ดเสมียน ก็จะถูกน้ำท่วมด้วยเหมือนกัน 
          เมื่อน้ำหลากมาปลาใหญ่น้อยก็จะเข้ามาตามน้ำ ผมเห็น ชาวบ้านใช้สวิงช้อนปลาตามน้ำ (ช้อนทวนน้ำไม่ได้เพราะน้ำเชี่ยวมาก) ช้อนกันตรงศาลเจ้าแม่ หน้าบ้านแป๊ะซุ่น ซิ้มหมา นั่นแหละ อีกที่หนึ่งก็ช้อนปลากันที่ สพานทางรถไฟใกล้ๆบ้านกำนัน ได้ปลาครั้งละมากๆ ส่วนใหญ่เป็นปลาสร้อย ปลารากกล้วย ปลาหมู (มากที่สุด)และปลาเล็กปลาน้อยอีกหลายอย่าง  และลูกปลาน้ำจืดอีกมาก แต่ส่วนมากจะได้ปลาสร้อยและปลาอื่นๆรวมกันไปมากกว่า    พวกเราเป็นเด็กก็จะยืนดูผู้ใหญ่เขาช้อนปลากันห่างๆ  พอเขายกสวิงขึ้นมา ก็จะมีปลาต่างๆติดขึ้นมามากมาย พวกเราก็รีบวิ่งมาดูกัน แล้วเขี่ยๆดูว่าได้ปลาอะไรขึ้นมาบ้าง เป็นที่สนุกสนานของพวกเด็กๆในสมัยนั้นเป็นอันมาก

        ผมเห็นชาวบ้านตักปลาในวันแรกๆที่น้ำหลากเข้ามาในคลอง ได้ปลาสร้อยมากมายใส่ปี๊บน้ำมันก๊าดจนเต็ม คนละหลายๆปี๊บ ผมเห็นพวกผู้ใหญ่และคนในตลาด ก็ออกมาดูเขาช้อนปลากันหลายคนเหมือนกัน ถ้าปลาไหนถูกใจเขาก็จะซื้อไปทำอะไรกิน หรือไม่ก็ไปทอดกรอบ ปลาเล็กๆนี้ถ้าเอาไปเอาทอดให้เหลืองกรอบพอดี แล้วเอาน้ำปลาเทลงไปในกระทะที่กำลังร้อนๆอยู่ ฟู๊ป ลงไป ก็จะเป็นปลาทอดเค็มที่อร่อยมากๆเลยทีเดียว ป้า ม่อม แม่ของ คะนอง คุ้มประวัติ (ไอ้เหม่ง) ซึ่งห้องแถวอยู่ติดกันกับห้องผม ก็ได้ไปซื้อเอาปลาสร้อยสดเหล่านี้ครั้งละมากๆ แกนำไปล้างให้สะอาด และก็เอามาคลุกเคล้ากะเกลือให้เข้ากันดีแล้ว นำไปหมักลงในโอ่งมังกร ปิดฝาไว้ให้สนิท หมักไว้ประมาณ 1 ปี มันก็จะเป็นน้ำปลาสร้อยแท้ๆไว้กินได้เป็นเวลานาน ทีเดียว ปีนั้นผมที่บ้านผมป้าม่อมเขายังให้น้ำปลาไว้กิน หลายขวดเลย

        แล้วเรื่องของผมก็เกิดขึ้นตรงท่าใหญ่นี้ ตอนนั้นเป็นหน้าน้ำขึ้น น้ำจากทางเหนือเอ่อล้นแม่น้ำแม่กลอง และไหลเข้าลำคลองต่างๆ คลองเจ็ดเสมียนนี้ก็เหมือนกัน น้ำไหลเข้าจนพอแล้ว เขาจึงเอาไม้กระดานแต่ละแผ่นขนาด แปดนิ้ว หนาประมาณ หนึ่งนิ้วครึ่งใส่ลงไปจนเกือบถึงความสูงของน้ำ ปล่อยให้น้ำมันล้นไหลลงไปนิดๆ  สายน้ำที่ตกลงไปหลังแผ่นไม้กระดานที่กั้นนั้น  มีปลากด ลูกปลากด และปลาอื่นๆ ที่มันหวังจะว่ายทวนน้ำขึ้นมา  มาออกันอยู่ที่ตรงน้ำตกลงมามากมาย 
          ผมและไอ้ธร  ไอ้เหม่ง ไอ้จุ้ยพร้อมด้วยเพื่อนเด็กตลาดอีกหลายคน ก็มุดลงไปตรงที่น้ำตกลงมานี้ เพื่อจับปลากด ที่มันมาว่ายมาออ อยู่ตรงแผ่นกระดานนั้น

          ในขณะที่ผมมุดอยู่ไต้น้ำนั้น ผมก็จะเอามือซ้ายและขวากวาดเข้าหากัน ไอ้เหม่ง ก็ทำแบบเดียวกันกับผมและมันก็เคยโดนเงี่ยงปลากด ทิ่มมือเอาหลายครั้งแล้ว บางทีก็จับได้ครั้งละตัว สองตัว แล้วก็เรียกไอ้ จุ้ย น้องชาย ไอ้เหม่ง เอาตะข้องมาเก็บปลาที่พวกเรางมได้ เราจะมางมปลาพวกนี้ที่หลังไม้กระดานน้ำล้นกันแทบทุกวัน จนบางวันก็ถูกเงี่ยงปลากดทิ่มตำฝ่ามือเอาเลือดไหล พอวันรุ่งขึ้นถึงขนาดแผลเป็นหนองก็มี แต่มันก็สนุกดี
         ถ้าวันไหนได้ปลากด เป็นจำนวนมากๆ แล้วเราก็จะแบ่งกันอย่างยุติธรรม หรือบางทีถ้าได้นิดหน่อย เราก็จะเอากระแป๋งสำหรับตักน้ำ มาขังเอาไว้ที่บ้าน ไอ้ธร ก่อน วันรุ่งขึ้นในตอนบ่ายๆ หรือตอนที่กลับจากโรงเรียนแล้ว ก็มาจับปลากดกันต่อ และเท่ากับมาเล่นน้ำกันไปในตัวด้วย

             และแล้วก็ถึงวันที่เกิดเหตุ เหตุการณ์นี้ ทำให้ผมไม่ได้มาจับปลาที่ท่าใหญ่อีกเลยถัดจากจุดที่น้ำล้นแผ่นกระดานตกลงมาประมาญ 60 เซ็นต์นั้น เขาเอาไม้ไผ่มาผูกเป็นแพ ใหญ่เกือบเต็มพื้นที่ของคลอง ไม่รู้ว่าเขาเอาไม้ไผ่เหล่านั้นมาผูกเป็นแพใหญ่ทำไม หรือว่าทำแพไม้ไผ่ไว้ให้ แป๊ะซุ่น กับ ซิ้มหมา เวลาเดินออกมาจากบ้านจะไปตลาด ก็จะก้าวขึ้นแพ แล้วเดินข้ามไปยังตลาดได้ ในขณะที่ผมและไอ้ธร ไอ้เหม่ง และเพื่อนอีกหลายคน กำลังไล่จับปลากันเพลินๆอยู่นั้น ก็เป็นเวลาเกือบพลบค่ำพอดี ผมคิดว่าจะมุดจับปลารอบนี้เป็นรอบสุดท้ายแล้ว แต่ปรากฏว่ารอบนี้ผมจับปลาไม่ได้เลย

         จริงๆแล้วผมจับได้ตัวหนึ่งเหมือนกัน แต่มันดิ้นหลุดมือไป ผมก็เลยมุดน้ำควานไปเรื่อยๆ  พอใกล้ จะหมดอึดใจแล้ว ผมก็จะโผล่ให้พ้นน้ำขึ้นมาเพื่อสูดอากาศหายใจ แต่ทำไมผมจึงมุดน้ำแล้วหลงทิศไปได้ หัวของผมจึงชนเข้ากับลำไม้ไผ่อย่างแรง แพไม้ไผ่ที่เขาผูกลอยอยู่ใกล้ๆนั่นเอง ที่ไต้น้ำนั้นก็เกือบจะมืดแล้ว ผมพยายามลืมตาในน้ำมองทิศทางที่จะเอาตัวรอด ก็มองไม่เห็น เพราะว่าน้ำที่ล้นลงมาจากไม้แผ่นกระดานนั้นมันขุ่นมาก ผมจึงใช้วิธีเอามือแตะๆลูบๆเอา แต่ก็ไม่มีที่ว่างหรือช่องทางให้โผล่ขึ้นมาได้เลย ทุกด้านเหมือนมันตันไปหมดทีเดียว
          มันเหมือนกับว่า ทุกทางมีลำไม้ไผ่ที่ผูกกันเป็นแพแน่นกั้นไว้หมด ผมได้ยินเสียง ไอ้ธรเรียกแว่ว แว่ว เฮ้ย ไอ้เก้ว ไอ้เก้ว ขึ้นโว้ย มืดแล้ว   แต่มันไม่รู้หรอกว่าผมนั้นเกือบ จะหมดลมหายใจที่อึดเอาไว้ ในไต้น้ำแห่งนี้แล้ว ผมตัดสินใจครั้งสุดท้าย มุดกระเสือกกระสนไปให้ไกลที่สุด หูของผมเริ่มอื้อ แต่แล้วผมก็ได้เห็นแสงสว่างรำไร มันอยู่ข้างบนหัวผมนั่นเอง ผมจึงทะลึ่งพรวด โผล่ขึ้นมาพ้นน้ำทันที 

        ผมนั่งหมดแรงอยู่ตรงนั้นตั้งนาน  ไอ้ธร มันก็เรียกอยู่นั่นแล้วว่ามืดแล้วกลับบ้านได้แล้ว ไอ้บ้านี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย คนเกือบจมน้ำตายอยู่รอมมะล่อ หรือว่าเจ้าแม่เจ็ดเสมียนที่ศาลนี้ยังคงปราณีผม อยากให้ผมมีชีวิตยืนยาวต่อไปอีก หรือว่าผมไม่เคยลบหลู่ท่านเลย ท่านจึงปราณีผม เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ก็ว่าได้  ผมรีบกลับบ้าน และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนกระทั่งบัดนี้ผมก็เข็ด ไม่ไปจับปลาตรงนั้นอีกเลย เจ้าประคุณเอ๋ย  

                      

     โปรดติดตามตอนใหม่ ตอน   "น้ำท่วมเจ็ดเสมียน ปี ๒๔๘๔ - ๒๔๘๕"  ที่นี่ที่เดียว เร็วๆนี้

จำนวนผู้เข้าชม: 2076
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 

คุณอาจจะสนใจบทความนี้

คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้81 
 เมื่อวานนี้173 
 สัปดาห์นี้844 
 เดือนนี้4230 
 ทั้งหมด629636 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 40 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่