สงกรานต์บ้านเราในอดีต ๔ ต่อ

เรื่องราวเก่า ๆ ของชาวตลาดเจ็ดเสมียน

         เรื่องราวเก่าๆของชาวเจ็ดเสมียน
        สงกรานต์บ้านเราในอดีต  ๔    ต่อ
  

         ผมหันไปกระซิบบอก นวลปรางค์ว่า อย่าตกใจ ไม่ต้องกลัวมันๆทำอะไรเราไม่ได้หรอก นอกจากมันจะรุมเราเท่านั้น  แล้วผมก็หันไปพูดกับไอ้เสริฐซึ่งกำลังโมโห ยกใหญ่ ว่า  “มึงอย่าทำแบบนี้ซีวะ ใครผ่านไปมาเห็นเข้า เขาจะนึกว่า มันแย่งผู้หญิงกันถึงกับมีเรื่องมีราวชกต่อยกันเลยหรือนี่ ” ผมพูดพลางก็มองไปทางตลาดบ้าง นวลปรางค์ก็คงจะคิดเช่นเดียวกับผมว่า ทำไมไอ้เหม่งน้องชายที่ให้ไปตามพรรคพวกเด็กตลาดที่อยู่ในตลาดมาช่วยทีก็ยังไม่เห็นมา แต่คิดไปอีกทีผมกับนวลปรางค์คงจะใจร้อนไปเอง ความจริงแล้ว ไอ้เหม่งมันก็เพิ่งจะไปได้ไม่กี่นาทีนี่เอง

          ไอ้เสริฐจัดแจงจะขยับเข้ามาอีก คราวนี้ผมคิดว่าจะต้องโต้ตอบไปบ้าง เพราะว่าถ้าขืนปล่อยให้มันทักทายมาอยู่ข้างเดียว มันก็จะเป็นการได้ใจมันจะคิดว่าผมไม่มีอะไรจะสู้มัน และมันก็จะเห็นว่าผมก็เป็นเด็กแหยๆคนหนึ่ง ซึ่งนั่นไม่ใช่ผม ผมอุตส่าห์เสียเวลาตอนเย็นๆไปออกกำลังยกลูกน้ำหนัก ซ้อมเตะกระสอบทราย ลงนวมกันกับเพื่อนๆเด็กตลาด ที่บ้านเฮียตี๋ตั้งนานแล้ว ยังไม่เคยได้ออกโรงจริงๆบ้างสักที ดังนั้นผมคิดว่าจะต้องสู้มัน แต่ว่าถ้าหากว่าอีกสามคนมันรุมผม ผมก็คงสู้มันไม่ได้และต้องรอคอยพรรคพวกที่อยู่ในตลาด ซึ่งไอ้เหม่งกำลังไปตามอยู่มาช่วยนั่นแหละจึงจะรอดปลอดภัย 
         

          แต่ตอนนี้ไอ้เสริฐเข้ามาผลักอกผมอีกแล้ว และจัดแจงจะเอาหมัดขวาซึ่งกำแน่นทุบลงมาที่หน้าผม ผมเอาแขนซึ่งเกร็งเสียแข็งเป๊ก ปัดมือข้างที่มันผลักผมออกไปได้ มันจึงเสียหลักหมัดขวาที่กะว่าจะทุบมาโดนหน้าผมนั้นก็พลาดเป้าไป ทำให้ตัวมันซึ่งล่ำเตี้ยเกือบจะหกล้ม ผมกะจะสวนหมัดตรงไปที่หน้ามันสักทีก็เลยสวนไปไม่ทัน แต่ไม่เป็นไร คุมเชิงไว้อย่างนั้นก่อน คิดในใจว่าถ้ามันขืนต่อยกับผมแบบนี้ผมคงจะสวนมันโดนเข้าสักหมัดเป็นแน่
          เพื่อนมันอีกสามคนนั้นยืนมองผมตาเขม็ง คงอยากจะเข้ามาร่วมรุมผมให้เสร็จๆไปเสียทีคงไม่อยากปล่อยไว้อย่างนี้ให้เสียเวลา  ผมบอกไอ้เสริฐว่า “ถ้ามึงอยากจะมีเรื่องกันจริงๆก็รีบลงมือเลย แต่ขอตัวต่อตัวก็แล้วกัน ”  ไอ้เสริฐไม่พูดอะไรกัดกรามแน่น กะว่าเที่ยวนี้จะตะลุยเข้ามาให้เห็นดำเห็นแดงกันไปข้าง แล้วจะเผด็จศึกให้ได้เลยทีเดียว  ผมยกแขนตั้งการ์ดขึ้นมา คิดว่าอีคราวนี้มันต่อยมาผมสวนแน่นอน

นวลปรางค์ (คนนั่งสูงที่สุด) ผู้ถูกชายหนุ่มถิ่นอื่นอยากรู้จัก

         เท่าที่ดูอยู่มันก็มีช่องทางที่จะสวนมันได้ง่ายๆด้วย เพราะว่า เวลามันต่อยด้วยหมัดขวาเข้ามานั้น ก็เหมือนมันยกหมัดขวาขึ้นทุบ (แบบเหวี่ยงว่ายน้ำ ที่เขาเรียกว่ามวยวัด) ส่วนมือซ้ายนั้นตกห้อยลงพื้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะว่ามันเอาแรงมาอยู่ที่หมัดขวาทั้งหมด ผมจะหลบหมัดขวามันเสียก่อนมันคงถลาเข้ามาด้วยแรงที่มันโถม แล้วผมจะสวนมันด้วยจังหวะนี้โดยอาศัยความไว  คิดว่าถ้าจังหวะดีคงจะถูกมันจังๆสักหมัด และถ้าถูกจริงๆอย่างจังแล้ว ผมว่าไม่นานหรอกผมคงจะหยุดมันได้ แต่ลำพังไอ้เสริฐคนเดียว ผมมีช่องทางคิดเอาชนะมันได้ไม่ยากเสียแล้ว แต่ยังหนักใจอยู่ที่มันมีอีกตั้ง สามคน จึงต้องรอโชคช่วยแล้วแหละ
          ก่อนที่หมัดเหวี่ยงของมันจะออกมา และผมเตรียมตัวจะสวนมันนั้น ผมก็ได้ยินเสียงเหมือนคนหลายคนวิ่งมาจากทางโบสถ์ด้านริมน้ำ ดังตุบตับ พร้อมทั้งเสียงพูดเหมือนตะโกนกันด้วย “นั่นไง นั่นไง เขาอยู่นั่น คงลงมือกันแล้ว เร็วๆหน่อยพวกเรา” ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นต่างหันไปมอง ไอ้เสริฐหยุดกำหมัด และมันคงจะคิดว่าควรจะไปจากตรงนั้นในเดี๋ยวนี้เลย ขืนอยู่คงไม่ปลอดภัยเป็นแน่อย่างน้อยก็คงจะโดนพวกพวกผมรุมเข้าให้  มันขยับตัวหันไปทางพวกของมันอีกสามคน ที่กำลังจับแฮนด์จักรยานเตรียมพร้อมอยู่
         

          ผมเห็นดังนั้นจึงบอกไอ้เสริฐว่า มึงยังไม่ควรกลับกันหรอก พวกกูมากันแล้วก็จริงแต่พวกกูไม่เคยรุมใคร ขอให้มึงอยู่ปรับความเข้าใจกับพวกกูก่อน แล้ววันหน้าวันหลังมึงจะได้เข้ามาเที่ยวที่เจ็ดเสมียนได้โดยสบายใจ แต่ถ้ามึงกลัวจริงๆมึงก็ไปเถอะ และแสดงว่ามึงนั้นไม่แน่จริง ผู้หญิงที่ไหนเขาจะไปชอบมึงวะ
          แต่ถึงอย่างไรไอ้เสริฐก็ยังไม่ได้ขยับตัวอะไร พวกของผมหลายคน ที่จำได้ชัดๆก็มี ทวี สาธร โห้ อู๊ด  เหม่ง ที่นำโดยเฮียแก่เล็กนั้นก็มาถึงกันแล้ว เพราะว่าท่าวัดกับตลาดนั้นอยู่ใกล้กันนิดเดียว เมื่อมาถึง เฮียแก่เล็กก็พูดว่า “เฮ้ย .. มีอะไรกันวะ ” เฮียแก่เล็กก็รู้แล้วว่าเรื่องอะไรกัน เพราะว่าผมได้ไปคุยกับเฮียแกเมื่อสองสามวันมาแล้วที่ท่าใหญ่ แต่ก็แกล้งถามไปอย่างนั้นเอง
          ผมยังไม่ได้บอกอะไร ไอ้เหม่งมันก็ชิงบอกเสียก่อน เฮียแก่เล็กพยักหน้า หงึกๆ สายตาก็มองจ้องไปทางไอ้เสริฐ “แล้วมึงจะเอาอย่างไรกันวะ ทางฝ่ายหญิง เขาไม่อยากคุยกับมึงด้วยก็ไม่น่าจะต้องมามีเรื่องถึงขั้นนี้เลยนี่หว่า กูขอร้องนะ อย่าไปยุ่งกับเขาเลย หรือว่ามึงยังข้องใจอะไรอีกก็ได้นะโว้ย ” ไอ้เสริฐทำหน้าเสีย เพราะว่าโดนเฮียแก่เล็กซึ่งเป็นเด็กโตกว่ามากขู่เอาแล้ว มันจึงพูดเสียงสั่นๆออกมาว่า
        

          “จริงๆแล้วฉันก็ไม่อยากมีเรื่องอะไร แต่หมั่นไส้ไอ้นี่มัน ก็เลยอยากสั่งสอนมันเสียหน่อย ” ไอ้เสริฐว่า พร้อมกับชี้มือมาทางผม  “แต่วันนี้ฉันขอกลับก่อน เวลาในวันข้างหน้ายังมีอีกเยอะ คงจะมีโอกาสได้เจอกันอีกละน่า” มันว่าแล้วมองมาทางผมโดยไม่ฟังเสียง มันรีบขึ้นรถจักรยานถีบออกไปจากที่นั้นอย่างรวดเร็ว โดยที่พวกผมก็ไม่ได้ตามมันไปหาเรื่องหรือไปทำอันตรายกับมัน คงปล่อยให้มันไปอย่างสะดวก
         ในตอนหลังที่มันจะกลับกันนี้ผมเพิ่งสังเกตว่าหนึ่งในจำนวนนั้น มีเด็กคนหนึ่งละที่เป็นเด็กเจ็ดเสมียนบ้านอยู่ทางหนองบางงู คนนี้เองคงจะเป็นคนพาเข้ามาเที่ยวที่ในตลาด แล้วก็มาเจอนวลปรางค์เข้าก็เลยอย่างผูกมิตรด้วย  ในวันนั้นผมจึงปลอดภัย ด้วยการรักใคร่กลมเกลียวกันในระหว่างเพื่อนๆที่เจ็ดเสมียน นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ผมยกขึ้นมาเท่านั้น เรื่องแบบนี้ยังมีอีกเยอะแล้วจะนำมาเสนอในโอกาสต่อไป
        

         เลยเที่ยงวันมาเล็กน้อยแล้ว ผมกินข้าวที่บ้าน กินกันไปคุยกับแม่ของผมและน้องๆด้วย ที่บังเอิญเที่ยงวันนี้ได้กินข้าวพร้อมๆกัน และผมบอกแม่ผมว่า ผมจะไปเที่ยวที่บางลานกับวาสนา โดยถีบรถจักรยานไปแล้วจะเก็บผักบุ้งกลับมาด้วย แม่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ได้แต่บอกว่าถีบรถไปไกลๆอย่างนั้นระวังตัวให้ดีด้วย อย่ากลับค่ำมืดนักก็แล้วกัน  และแม่ผมยังบอกอีกว่า เมื่อวานนั้นเมื่อตอนหัวค่ำป้าจ่างเข้ามาซื้อของที่บ้าน อี๊น้อย แล้วเลยเข้ามาคุยและกินหมากกับแม่ ซึ่งป้าจ่างแม่ของวาสนานั้นก็สนิทสนมกับแม่ของผมและอีกหลายๆคนในตลาดเจ็ดเสมียนนี้ สนิทกันตั้งแต่ยังเป็นสาวๆราวๆปี พ.ศ. ๒๔๘๑ – ๒๔๘๒ นั่นทีเดียว 

                      แม่ของนายแก้ว ภายในบ้านห้องแถวที่ตลาดเจ็ดเสมียน

          เมื่อพ่อของผมซึ่งเป็นคนโพธารามได้มาเป็นครูอยู่ที่เจ็ดเสมียนนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๘ และได้แต่งงานกับแม่ของผมโดยที่ยังไม่ได้ย้ายบ้านมาอยู่ที่เจ็ดเสมียนนั้น ในตอนจัดงานก็ยังได้อาศัยบ้านของป้าจ่าง (บ้านเก่า)ที่ในตลาดนี้ เป็นสถานที่แต่งงานด้วย พ่อของผมเป็นครูก็อยู่ในบังคับบัญชาของ ครูกวย (กำนันโกวิท )ตลอดมาจนแกลาออกจากครู และได้สนับสนุนพ่อของผมขึ้นเป็นครูใหญ่แทนแกด้วย ดังนั้นจึงได้สนิทสนมกันมาตั้งแต่โบราณทีเดียว
         ตอนหนึ่งนั้นป้าจ่างก็คุยกับแม่ผมถึงผมด้วยว่า   ”เดี๋ยวนี้ เก้วมันเก่งมันอุส่าห์ไปเรียนที่กรุงเทพฯแล้วมีงานมีการทำ งานดีไม่ดีอย่างไรก็ทำไปเรากินเงินเดือนเขาแล้วก็ต้องทำให้เขาอย่างสุดความสามารถ โอกาสหน้าถ้ามีงานดีๆก็ค่อยๆหาทางขยับขยายไปเรื่อยๆจนกว่าจะพอใจ หรือว่าจะหาโอกาสเรียนต่อเพิ่มเติมก็ได้ เพราะว่าอายุยังน้อยอยู่ ยังมีโอกาสอีกเยอะ”   แล้วแกก็วกมาเข้าเรื่องวาสนา ลูกของแกบ้าง   “ วาสนาของฉันเวลานี้เรียนมาแล้ว พ่อเขาก็ไม่อยากจะให้ไปเรียนต่อหรือไปทำงานที่ไหนเลย ให้อยู่แต่บ้านอย่างนั้นฉันก็เลยให้เขาดูแลเลี้ยงหมูแม่ สี่ห้าตัว เห็นบ่นว่าเบื่อจะแย่อยู่แล้ว” แล้วแกก็หัวเราะ
          แม่ผมบอกว่าแล้วป้าจ่างแกก็คุยเรื่องอื่นๆอีกนานจึงได้กลับไป เป็นอย่างนี้บ่อยๆ ถ้าป้าจ่างแกมาจากบ้านที่ตลาดนอกเพื่อจะมาซื้อของใช้ของกินที่ในตลาดในนี้ ถ้าแม่ผมอยู่บ้านก็จะแวะเข้ามาคุย และมากินหมากด้วยกันเสมอ 
     

          เกือบบ่ายโมงแล้ว ผมจึงเดินออกจากบ้าน (ห้องแถวที่ตลาด) ใส่เสื้อผ้าอย่างรัดกุม เสื้อเชิร์ตเก่าๆแขนยาว ใส่รองเท้าผ้าใบที่ใส่มาจากกรุงเทพฯ แล้วรีบเดินไปข้ามทางรถไฟไปบ้านวาสนาทันที เมื่อเดินเข้าเขตบ้านวาสนานั้น ที่ไต้ถุนบ้านซึ่งมีที่ออกกำลังกาย และลูกน้ำหนักสำหรับยกนั้นก็ยังมีเหลืออยู่บ้าง แต่ก็คงไม่ครบถ้วนเท่ากับเมื่อ ๓ -๔ ปีที่ผ่านมามันคงสูญหายไปบ้างตามกาลเวลา เด็กตลาดรุ่นใหม่ๆหลังจากรุ่นผมนั้นคงไม่ค่อยได้มาชุมนุมกันที่นี่แล้ว คงจะมีที่ชุมนุมของเขาตามความเหมาะสม
          ที่ไต้ถุนบ้านนี้ก็ยังเป็นที่พบปะพูดคุยกันของคนในละแวกนี้ ซึ่งเข้ามาไม่ขาด ขาประจำก็มี ขาจรก็มาก ดังเช่นวันนี้เห็นมีคนกลุ่มใหญ่นั่งคุยกัน เฮ เฮ อยู่ที่ไต้ถุนนั้น ผมมองไปก็เห็นมีคนที่รู้จักหลายคนเหมือนกัน เมื่อผมเดินเข้ามาใกล้แล้วก็ทักทายกัน อย่างสนิทกันเหมือนเดิมกับที่ผมเคยมาเป็นลูกน้องเฮียตี๋ที่นี่เมื่อหลายปีมาแล้ว
          วาสนาคงจะคอยผมอยู่ตั้งนานแล้ว เมื่อได้ยินเสียงผมที่ยืนคุยกับคนที่ไต้ถุนนั้น ก็เดินลงบันใดมาชะโงกหน้ามองมาทางผม แล้วตะโกนเรียกผม วันนี้วาสนาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีไม่ฉูดฉาดนัก เป็นเสื้อผ้าเก่าๆ นุ่งกางเกงขายาวสามส่วน ใส่เสื้อแขนยาวเพื่อป้องกันแดด ใส่หมวกกันแดดที่มีกระบังหน้าสีทหารบก วาสนาในวันนี้แต่งตัวอย่างกะทัดรัด ผมมองดูแล้วก็คิดว่า วาสนาคนนี้เป็นคนสวยคนหนึ่งของเด็กเจ็ดเสมียนรุ่นผมทีเดียว

คุณวาสนา วงศ์ยะรา สาววัยรุ่นแห่งเจ็ดเสมียนเมื่อในอดีต (นั่งข้างหน้า)

          วาสนาถามผมว่า กินข้าวมาหรือยัง ผมบอกว่า “ กินแล้วแล้วเธอล่ะกินหรือยัง ถ้ายังก็รีบไปกินเสียเพราะว่า โอ้เอ้ไปมานี่ก็จะเข้าบ่ายโมงแล้ว อากาศก็มืดๆอยู่ไม่รู้ว่าฝนจะตกหรือไม่ “  ได้ยินวาสนาบอกว่า “กินแล้ว  เราไปกันเถอะ จักรยานจอดอยู่นั่น เอาไปคนละคันเลยนะ ”  วาสนาถือกระบอกใส่น้ำ ที่มีน้ำอยู่เต็มมาด้วย  ที่ตระแกรงท้ายจักรยานก็มีสายยางรัดกับตระแกรงไว้แล้ว เพื่อว่าเวลาเก็บผักบุ้งได้ก็จะใช้สายยางนี้แหละมัดท้ายรถมา
          เราสองคนออกเดินทางโดยถีบจักรยานคนละคัน มุ่งหน้าไปทางหัวหนอง (หนองบางงู) ถีบไปเรื่อยๆโดยไม่ได้รีบร้อนอะไร วาสนาบอกผมก่อนจะออกรถมาว่า ได้บอกพ่อ และแม่ พร้อมทั้งคนในบ้านมาเรียบร้อยแล้ว เขาก็ไม่ได้ว่าหรือคัดค้านอะไร เขาคงจะเห็นว่า ไม่น่าจะมีปัญหาหรืออันตรายใดๆ เพราะว่าใครๆในย่านนี้ต่างก็รู้จักลูกกำนันโกวิทคนนี้เป็นอย่างดี
         ผมถีบจักรยานคู่กันมาเรื่อยๆ พร้อมทั้งคุยกันไปเรื่อยๆถึงเรื่องต่างๆที่ผ่านมา บางทีก็เท้าความมาตั้งแต่เด็กๆเรียนหนังสือกันอยู่โรงเรียนวัดเจ็ดเสมียน  ประเดี๋ยวเดียวก็ผ่านบ้านครูตลับ  ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านกำนันประมาณ ๑ กิโลเมตรเศษๆ หรือครึ่งทางจากเจ็ดเสมียนไปหนองบางงู  บ้านแกอยู่ทางด้านซ้ายมือ มีต้นหว้าใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง ผมเคยผ่านบ่อยๆเมื่อตอนที่ผมอยู่ที่เจ็ดเสมียนนี้ บางหน้าที่ต้นหว้าต้นนี้ออกลูกเต็มต้น ก็จะมีนกหลายชนิดมากินลูกหว้าที่ต้นนี้เสียงจอแจลั่น ผมคิดว่าคงจะไม่มีใครทำอันตรายมันๆจึงไม่ได้กลัวคนเหมือนนกบางที่พอเวลามีคนเดินผ่านมาก็จะบินหนีไปทันที
         

          เมฆฝนมืดครึ้มมาแต่ไกล ลมเริ่มแรงและฝนก็ทำท่าจะตกลงมาเสียด้วย ขณะถีบจักรยานกันนั้นผมบอกวาสนาว่า สงสัยเราจะหนีฝนไม่พ้นละกระมัง วันนี้เรากลับกันก่อนดีกว่าเอาไหม วาสนาบอกว่าอยู่ไต้ฟ้าจะกลัวอะไรกับอีแค่ฝนตก อย่างมากก็เปียกกันเท่านั้น ถ้ามีลมพายุมาแรงๆเราก็หลบมันก่อนเดี๋ยวมันก็ไปหมด ไหนๆเรามากันแล้วอย่าเพิ่งกลับเลย เปียกเป็นเปียกกัน เมื่อก่อน เก้ว ตอนเด็กๆอยู่ที่นี่เราก็เคยเห็นวิ่งเล่นกันกลางฝนแทบทุกครั้งที่ฝนตก พอไปอยู่กรุงเทพฯ เป็นคนกรุงเข้าหน่อยก็กลายเป็นคนกลัวฝนไปได้ เออ..ไม่น่าเชื่อ แล้ววาสนาก็ทำเป็นสั่นหน้า
         ผมรู้ดีว่าวาสนา แกล้งพูดไปอย่างนั้นเอง แล้วผมก็พูดว่า “เอาไปก็ไปกัน ไหนๆก็ออกมาแล้ว อย่างที่เธอพูด นานๆจะได้มาพบกันสักที แล้วอีกไม่กี่วันเราก็ต้องกลับกรุงเทพฯก็ต้องจากกัน แล้วคงอีกนานกว่าจะได้พบกันอีก  ” วาสนายิ้มให้ ตอนนี้เราถีบรถกันมาถึงหนองบางงูแล้ว ฝนฟ้าก็กำลังคะนองลมชักจะแรงขึ้น  ท้องฟ้ามืดครึ้ม เรามองหน้ากัน
         ตรงทางแยกหัวหนองหรือแยกหนองบางงูนั้น มีปั๊มน้ำมันตราม้าบิน แล้วก็ในตัวอาคารนั้นก็ทำเป็นห้องสำนักงานของ สหกรณ์เจ็ดเสมียน มีกิจการหลายอย่างในเครือของสหกรณ์นี้ ซึ่งมีสมาชิกในตำบลเจ็ดเสมียน และคนในตลาดเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ๆอยู่  ผมจำได้ว่า กิจการของสหกรณ์นี้ ก็มีโรงไฟฟ้า โรงน้ำปลา ประปาเจ็ดเสมียน และปั๊มน้ำมันตราม้าบิน (โมบิลออยล์ ปัจจุบันนี้น้ำมันตรานี้ คงไม่มีใครจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว ?) โดยมีคุณ จตุรงศ์ วงศ์ยะรา (เฮียตี๋) เป็นผู้จัดการสหกรณ์แห่งนี้ นั่นเอง
         

         ในตอนนั้นถนนสายนอกยังไม่ได้ตัดกันขึ้นมาใหม่ รถที่จะไปภาคไต้ทุกๆคันจะต้องผ่านตรงนี้ทั้งหมด เหมือนๆกับสามแยกกระจับที่บ้านโป่งก็เช่นเดียวกัน รถที่จะไปขึ้นล่องก็จะต้องผ่านทั้งหมด เพราะถนนใหม่ที่วิ่งกันในปัจจุบันนี้ยังไม่ได้ตัด ปั๊มน้ำมันแห่งนี้จึงขายดี และวันๆหนึ่งนั้นจะมีรถมาจอดพักรถ และมาเติมน้ำมันอย่างไม่ขาดสาย (แต่ต่อมาเมื่อทางหลวงได้ตัดถนนสายใหม่ขึ้นมา จึงไม่ค่อยมีรถวิ่งเข้ามาแล้ว ปั๊มน้ำมันแห่งนี้จึงได้ซบเซาและเลิกราไปในที่สุด)

สพานข้ามคลองหนองบางงู ที่ผมถีบรถจักรยานผ่านไป เมื่อตอนสมัยนั้นยังไม่มีวัชพืช ต้นไม้ใบหญ้าขึ้นปกคลุมมากมายจนคลองตื้นเขินแทบมองไม่รู้ว่าเป็นคลองเหมือนสมัยนี้หรอกครับ จำได้ว่าเมื่อสมัยก่อนนั้นคลองหนองบางงูนี้จะมีการจัดการแข่งเรือยาวกันด้วย แต่จะเป็นเทศกาลอะไรนั้นผมก็จำไม่ได้แน่เสียแล้ว         

 

 

         ผมบอกวาสนาว่า เราเข้าไปพักหลบลม หลบฝนกันในปั๊มกันก่อนดีกว่า รอให้ท้องฟ้าโปร่งเสียก่อนแล้วเราค่อยไปกัน  แต่วาสนาไม่ยอมบอกว่า มันจะเสียเวลานะนาแล้วตอนนี้เฮียตี๋แกก็ไม่อยู่ด้วยจึงไม่อยากเข้าไป คำพูดของวาสนาก็ดูมีเหตุผลดี เราจึงถีบจักรยานเลยปั๊มน้ำมันไปทางสะพานข้ามคลองหนองบางงู ตอนนี้ต้องถีบรถจักรยานริมๆถนนมากๆหน่อย เพราะถึงถนนเส้นใหญ่แล้ว รถค่อนข้างมาก เลียบๆถนนไปอีกไม่นานนักก็ถึงทางเข้าวัดบางลาน ที่เมื่อสมัยก่อนผมกับวาสนาก็เคยถีบจักรยานมาเที่ยวกันหลายหนแล้ว  ....

   

 โปรดติดตามตอนต่อไป  "คุณวาสนา"  ที่นี่ในเร็วๆนี้ ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น

     

 

ป้าจ่างคือคนที่นั่งพิงเสา ตรงกลางบ้านนั่นแหละครับไม่สามารถจะหาภาพของป้าจ่าง แม่ของคุณวาสนา ที่ชัดๆมาได้ ขอให้ดูภาพนี้ไปก่อนก็แล้วกัน ถ่ายเมื่อ ๑๑ มีนาคม ๒๕๑๐

 

จำนวนผู้เข้าชม: 1115
ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น
อนุญาติให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนแสดงความเห็นได้ โปรด Login หรือ ลงทะเบียน

busy
 
คุณ ๆ ที่แวะเข้ามาชมเวบเจ็ดเสมียน มีอายุเท่าไรกันบ้างครับ
 
เวบเพื่อนบ้าน
เรารักสุพรรณฯ
จำนวนผู้เยี่ยมชม
 วันนี้146 
 เมื่อวานนี้142 
 สัปดาห์นี้1059 
 เดือนนี้3563 
 ทั้งหมด651839 

(C) Fliesenstadt
ผู้ที่กำลังใช้งาน
เรามี 102 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรื่องใหม่