คนเลี้ยงไก่ แห่งวังอีหนีบ

    นายอุ่นอยากจะเปลี่ยนอาชีพอื่นๆมาเลี้ยงไก่

   “นายอุ่น”ชายร่างเล็กวัย ๖๐ ปีเศษ แกเป็นคนตำบลเจ็ดเสมียนโดยกำเนิด บ้านของนายอุ่นอยู่ที่หมู่ ๑ ที่เรียกเป็นทางการว่า พงสวาย แต่บ้านนายอุ่นแกอยู่ที่ชุมชนย่อยๆของพงสวายอีกทีหนึ่งที่เรียกว่าชุมชนวังลึก

    ชุมชนวังลึกนี้เดิมทีมีชื่อเรียกกันของพวกชาวบ้านทั่วๆไปว่า"วังอีหนีบ"อยู่เลยตลาดเจ็ดเสมียนไปทางวัดใหม่ชำนาญ นายอุ่นทำมาหากินเลี้ยงชีวิตโดยการทำงานเป็นช่างก่อสร้าง ไม่ได้ถึงขนาดเป็นผู้รับเหมาหรอก เป็นลูกน้องเป็นช่างประจำหน่วยงาน ตั้งแต่เมื่อยังเป็นหนุ่มจนมีครอบครัวมีลูกหลายคน

ปัจจุบันลูกทั้งสามคนต่างก็มีครอบครัวกันหมดแล้ว มีเพียงลูกสาวที่แต่งงานแล้วก็แยกบ้านไป ส่วนลูกชายอีกสองคนพร้อมด้วยลูกเมียยังอาศัยรวมกันอยู่ในบ้านของแก ที่วังลึกแห่งนี้

ด้วยวัยที่สูงขึ้นของนายอุ่น ประกอบกับมีโรคประจำตัว เช่นปวดเข่าปวดกระดูกร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง และเนื่องจากทำงานหนักมาตลอด เป็นผลให้นายอุ่นไปทำงานก่อสร้างไม่ค่อยไหว

ด้วยความขยันทำมาหากินและไม่เคยอยู่นิ่ง เรียกว่าอยู่นิ่งๆไม่เป็น แกจึงคิดหาช่องทางว่าจะทำงานอะไรดีที่พอจะมีรายได้บ้าง จะได้ไม่ต้องไปรบกวนลูกๆที่ต่างก็มีภาระกันอยู่แล้ว ในที่สุดก็มีความคิดว่าเลี้ยงไก่น่าจะดีกว่าอย่างอื่น เพราะว่ามีใจชอบทางนี้มานานตั้งแต่หนุ่มๆแล้ว

เมื่อคิดได้ดังนั้น นายอุ่นก็จัดแจงวางแผนของแกเองเท่าที่จะคิดได้ แกคิดว่าหลังบ้านของแกยังพอมีที่เหลือพอที่จะปลูกโรงเล็กๆสำหรับเป็นที่เลี้ยงไก่ได้ และจะเป็นการดีที่หลังบ้านติดไร่อ้อย

ด้านข้างบ้านยังเป็นที่รกร้างเต็มไปด้วยพุ่มไม้หนาทึบ ยังไม่มีใครมาปลูกบ้านตรงนี้ การเลี้ยงไก่จะได้ไม่รบกวนบ้านใกล้ๆ สำหรับการเลี้ยงนั้นนายอุ่นคิดว่าจะหาผักหาต้นกล้วย มาสับผสมกับรำข้าวให้ไก่กินคงช่วยลดต้นทุนไปได้มาก

นายอุ่นจึงนำความคิดอันนี้มาบอกคนในครอบครัว เมียของแกที่ชื่อว่า นางแหวนและลูกชายทั้งสองคนที่อยู่ด้วยกันก็เห็นด้วย แกจึงเริ่มต้นสร้างโรงเลี้ยงไก่ด้วยตัวเองเพราะแกเป็นช่างอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเงินค่าจ้าง

วัสดุที่ใช้แกก็ใช้ไม้เก่ากระเบื้องเก่า จากที่เก็บมาจากงานก่อสร้างแล้วมากองๆไว้ที่หลังบ้านเมื่อนานมาแล้ว แต่ก็ยังไม่พอนายอุ่นจึงต้องลงทุนซื้อเพิ่มบ้างเล็กน้อย แล้วโรงเลี้ยงไก่แบบง่ายๆของนายอุ่นก็สำเร็จไปด้วยดี


โรงเลี้ยงไก่ของนายอุ่น ที่แกลงทุนสร้างของแกเอง

เมื่อสร้างโรงเลี้ยงไก่เสร็จแล้ว ต่อไปก็คือการหาไก่มาใส่เล้า นายอุ่นได้ไก่ฟรีๆมาเกือบสิบตัว จากการที่ลูกชายและลูกเขยช่วยกันจัดหามาให้ โดยการขอจากบ้านเพื่อนบ้าง ซื้อมาราคาถูกๆบ้าง

มีชาวบ้านบางคนที่เขาต้องการเลิกเลี้ยงไก่ นายอุ่นรู้ข่าวเข้าก็ไปเหมามาในราคาที่ถูกมาก แกเหมาไก่มาจากบ้านที่เลิกเลี้ยง ได้ยี่สิบกว่าตัวแถมเจ้าของไก่ที่แกไปเหมายังยกอุปกรณ์ในการเลี้ยงไก่ต่างๆ

เช่นโคมไฟและที่ให้ไก่กินน้ำและอื่นๆทั้งหมด ให้มาอีกด้วย เพราะว่าเจ้าของเขาเลิกเลี้ยงแล้วจึงยกให้แกทั้งหมด ดังนั้นในตอนนี้แกจึงมีไก่แล้วกว่าสามสิบตัว พร้อมด้วยอุปกรณ์ต่างๆในการเลี้ยงไก่เกือบครบชุด

เมื่อมีโรงให้ไก่อยู่ มีไก่หลายสิบตัวพร้อมแล้ว การเลี้ยงไก่ของนายอุ่นก็เริ่มขึ้นด้วยความเบิกบานใจ เนื่องจากคิดว่าคงไม่มีอุปสรรคใดๆแล้ว แกคิดว่าจะยึดอาชีพเลี้ยงไก่นี้ตลอดไป ส่วนงานด้านก่อสร้างนั้นก็จะเลิกไปตั้งแต่ได้เลี้ยงไก่เป็นต้นมา

วันๆนายอุ่นแกก็มีความสุขอยู่กับการเลี้ยงไก่ของแก

ในตอนกลางวันนายอุ่นก็จะปล่อยไก่ออกมาจากโรงเลี้ยง ให้พวกมันคุ้ยหาอาหารกินเองและแกก็โปรยพวกต้นกล้วยสับผสมรำข้าวให้ด้วย ตกตอนเย็นก่อนแกเข้าบ้านแกจึงจะต้อนไก่ทั้งหมดให้เข้าไปอยู่ในโรงเลี้ยงไก่

การเลี้ยงไก่ของนายอุ่นดำเนินมาด้วยดีอย่างที่คิดไว้ พอใกล้ถึงวันตรุษจีนแกก็ได้ขายไก่ชุดนี้ไปบ้างได้เงินมาพอสมควร เงินจำนวนนี้แกคิดว่าจะนำมาทำทุนในการเลี้ยงไก่ต่อไป สิ่งที่ทำให้แกมีความสุขก็คือแม่ไก่หลายแม่ ได้ออกไข่และฟักเป็นลูกเจี๊ยบให้แกแม่ละกว่า ๑๐ตัว นายอุ่นฝันว่าอีกสามสี่เดือนแกจะขายไก่ชุดนี้ ก็จะได้เงินมาต่อทุนอีกก้อนหนึ่ง

ลูกไก่ของนายอุ่น ที่ฝันว่าเมื่อโตแล้วจะขายได้เงินอย่างมากมาย

จากการที่นายอุ่นคิดไว้ตั้งแต่แรกๆว่า คงไม่มีอุปสรรคใดๆในการเลี้ยงไก่แล้ว การเลี้ยงก็เลี้ยงอยู่ห่างไกลจากเพื่อนบ้าน ไม่มีอะไรจะทำความรำคาญให้แก่เพื่อนบ้านได้

แต่แล้ววันหนึ่งนายอุ่นก็ให้สงสัยเป็นอย่างมากว่า ทำไมลูกเจี๊ยบของแกจึงมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ หรือว่ามีมือดีแอบมาขโมยลูกไก่ของแกไป นายอุ่นเก็บความสงสัยไว้ในใจ แต่ละวันแกจะด้อมๆมองๆแถวเล้าไก่ เพื่อจะหาสาเหตุที่ลูกไก่ของแกหายไป

จนในที่สุดนายอุ่นจึงรู้ว่ามือดี ที่ขโมยลูกไก่ของแกก็คือเจ้าตัวเงินตัวทอง ที่ออกมาจากไร่อ้อยเข้ามากินลูกไก่ของแก ซึ่งแกก็ได้สำเร็จโทษพวกมันไปแล้วหลายตัว แต่ละวันก่อนต้อนไก่เข้าโรงเลี้ยง นายอุ่นจะนับจำนวนไก่ของแกว่ายังอยู่ครบหรือไม่ แล้วแกจึงจะกลับเข้าบ้าน

นี่เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งซึ่งนายอุ่นก็หาทางแก้ไขป้องกันอย่างเข้มงวด แกคิดว่านอกจากนี้แล้วคงไม่มีอะไร ที่จะมาเป็นอุปสรรคในการเลี้ยงไก่ของแกอีก

แต่ว่าหลังจากนั้นไม่นานก็มีเหตุการณ์ ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีกในคืนวันหนึ่ง ประมาณเที่ยงคืนเห็นจะได้ นายอุ่นได้ยินเสียงไก่ในเล้าส่งเสียงร้องและตีปีกกันพึ่บพั่บ แกจึงหยิบไฟฉายแล้วเรียกลูกชาย ให้ออกไปดูด้วยกันหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้นในเล้าไก่ หรือว่าตัวเงินตัวทองเข้ามาโขมยไก่กินอีกแล้ว

เมื่อสองคนพ่อลูกเปิดประตูโรงเลี้ยงไก่เข้าไป จากแสงไฟฟ้าแรงเทียนน้อยที่แกเปิดทิ้งไว้ ทั้งนายอุ่นและลูกชายก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นงูเหลือมตัวขนาดใหญ่ ตัวมันยาวประมาณสองเมตรเศษเห็นจะได้ ห้อยหัวลงมาจากขื่อโดยใช้หางของมันพันไว้กับขื่อหลังคา

และปากที่กว้างมากของมันกำลังคาบแม่ไก่ตัวหนึ่ง ที่ดิ้นรนพยายามเอาตัวรอดและส่งเสียงร้องอยู่ นายอุ่นและลูกชายจึงช่วยกันเอาไม้ และก้อนหินไล่ตีไล่ขว้างเจ้างูตัวนั้นจนมันต้องยอมปล่อยแม่ไก่ แล้วเลื้อยหนีออกไปทางใต้หลังคา ลงไปทางพงหญ้าหายลับไปอย่างรวดเร็ว

เรื่องงูเหลือมยักษ์ที่เข้ามากินไก่นี้ นายอุ่นได้เล่าให้เมียและบรรดาลูกหลานในบ้านฟัง และกำชับให้ทุกคนระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่าเดินในที่มืดเพราะไม่รู้จะไปเหยียบมันเมื่อไร เดี๋ยวจะกลายเป็นอาหารของมันเสียเปล่าๆ เพราะเท่าที่เห็นตัวมันใหญ่มากจริงๆ นายอุ่นบอกเตือนคนในบ้านอย่างนี้

นับจากวันนั้นนายอุ่นก็เริ่มเบื่อที่จะเลี้ยงไก่ เพราะว่าแม้แกจะซื้อตาข่ายมาขึงรอบโรงเลี้ยงไก่ ก็ไม่สามารถป้องกันงูหรือตัวเงินตัวทองที่มากินไก่ของแกได้จำนวนไก่ในเล้าของแกก็น้อยลงทุกที โดยเฉพาะลูกเจี๊ยบแทบจะหมดเล้า

เมื่อคิดไม่ตกต่ออุปสรรคอันนี้ พอตกค่ำนายอุ่นจึงมักจะไปสังสรรค์แก้เครียด กับเพื่อนร่วมก๊วนที่เคยกินเหล้ากันเป็นประจำ เหมือนเมื่อครั้งก่อนๆที่แกจะมายุ่งอยู่กับการเลี้ยงไก่ของแกนี้

เช้ามืดวันนั้น

“อ๊อด อ๊อด อ๊อดโว้ย ” เสียงนางแหวนเมียนายอุ่นเรียกลูกชายคนโต อยู่หน้าประตูห้องนอนตั้งแต่ยังเช้ามืด

“แกรู้มั๊ยว่าพ่อแกไปไหนเมื่อคืนไม่เห็นกลับมานอนบ้าน”

เสียงเงียบไม่มีการตอบรับ นางแหวนขยับจะเรียกซ้ำเข้าไปอีก ก็มีเสียงดังออกมาจากในห้องนอนของลูกชาย

“เมื่อวานตอนเย็นฉันยังเห็นพ่อเดินไปที่เล้าไก่อยู่เลย” เสียงนายอ๊อดลูกชายนางแหวนที่ยังงัวเงียเพิ่งตื่น ตอบออกมาจากในห้องก่อนที่จะแง้มประตูออกมา

“ สงสัยแกไปกินเหล้ากับเพื่อนแล้วมาเมาหลับอยู่แถวนั้นละมั้ง แม่ ลองออกไปดูแกหน่อยก็ดีรอเดี๋ยวฉันไปด้วย ” นายอ๊อดว่า

สองแม่ลูกรีบพากันเดินไปที่เล้าไก่ ซึ่งอยู่ในสวนหลังบ้าน มองไปที่โรงเลี้ยงไก่ก็ไม่เห็นนายอุ่น นายอ๊อดเปิดประตูเล้าไก่เข้าไป สิ่งที่เขาเห็นก็คือที่พื้นมีรองเท้าแตะฟองน้ำข้างหนึ่ง และมีหมวกผ้าเป็นลายพรางของทหารสภาพเก่าจัด ที่นายอุ่นใส่เป็นประจำใบหนึ่ง

เท่านั้นเองนายอ๊อดก็ตกใจแทบสิ้นสติ ในใจนั้นคิดไปเห็นภาพที่ นายอุ่นพ่อของมันกำลังโดนงูเหลือมยักษ์ เขมือบเข้าไปครึ่งตัวแล้ว นายอ๊อดจึงร้องเสียงหลง ตะโกนบอกแม่เสียงดังลั่น พร้อมร้องไห้ โฮ โฮ

“ แม่ แม่ สงสัยเจ้างูเหลือมตัวนั้นมันเอาพ่อไปกินแล้วหละ มันคงโกรธที่พ่อไปไล่ตีมันวันนั้น ” น้ำตานายอ๊อดไหลพราก สะอึก สะอื้น

“เฮ้ย จริงหรือวะไอ้อ๊อด มึงรู้ได้อย่างไร ” นางแหวนถามเสียงสั่น พร้อมกับถลันเข้าไปในโรงเลี้ยงไก่นั้น ภาพที่เห็นกับตา ก็เหมือนกับภาพที่นาย อ๊อด ลูกชายของแกเห็น นางแหวนร้องไห้โฮด้วยเสียงอันดัง

“ตาอุ่น แกไม่น่ามาตายแบบนี้เล้ย”

แล้วแกก็คร่ำครวญแทบจะขาดใจ “มันคงคาบพ่อมึงลากเข้าป่าไปทางนี้แหละ โธ่ไม่น่าเลย”

นางแหวนรำพัน พร้อมกับชี้มือไปทางป่าที่ติดกับด้านข้างของบ้าน “เร็วๆรีบไปดูกัน ป่านนี้คงตายไปแล้ว จะเจอซากศพหรือเปล่าก็ไม่รู้ ”

กำลังชุลมุนกันอยู่นั้น นางแหวนและนายอ๊อดก็ต้องตกใจและสดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงๆหนึ่งดังมาจากประตูโรงเลี้ยงไก่

“ใครตายอะไรกันวะ” เสียงพูดมาจากด้านหลังของนางแหวนที่กำลังร้องไห้อยู่ นายอุ่นนั่นเอง นายอุ่นที่อยู่ในสภาพเพิ่งสร่างเมาผมเผ้ายุ่งเหยิง เดินเข้ามาหานางแหวน

นายอุ่นผู้ซึ่งลูกเมียร้องห่มร้องไห้ คิดว่าถูกงูเหลือมคาบไปกินเสียแล้ว

    “ไอ้อุ่น กูนึกว่ามึงถูกงูกินไปแล้วเสียอีก แล้วเมื่อคืนมึงไปไหนมา ทำไมไม่กลับบ้าน” นางแหวนตะเบ็งเสียงออกมาถามด้วยความโมโห นายอุ่นตอบมาเสียงเรียบๆโดยไม่รู้ว่าเขาเครียดจะตายกันอยู่แล้ว

“ก็ไม่ได้ไปไหนนี่เมื่อเย็นวานนี้ ไอ้กุ่ยคนที่ตลาดมันถูกหวย มันซื้อเหล้ามาเลี้ยงพรรคพวกเสียเพียบ ฉันกินมากไปหน่อยเลยเมามากกว่าปกติ ขากลับเมามากมาไม่ถึงบ้าน ก็เลยหลับอยู่ที่แคร่โคนต้นมะม่วงโน่น” นายอุ่นบอกพรางชี้มือไปทางต้นมะม่วงข้างบ้าน

หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ข่าวว่านายอุ่นแกเลิกเลี้ยงไก่เสียแล้ว แกตัดสินใจกลับไปทำงานก่อสร้างเหมือนเดิม ทั้งๆที่ร่างกายของแกก็เกือบจะไม่ไหวแล้ว ถึงอย่างไรก็เป็นงานที่แกทำเป็นอย่างเดียวและทำมาเกือบตลอดชีวิต


การที่นายอุ่นเลิกเลี้ยงไก่ ไม่รู้ว่ามีสาเหตุจากอะไร อาจจะเป็นเพราะว่า ยายแหวนเมียแกสั่งให้เลิกเลี้ยง เพราะว่านายอุ่นเป็นผู้ทำให้แกตกอกตกใจแทบช๊อคตาย หรือว่านายอุ่นเองกลัวว่าถ้าแกเผลอเมื่อไร แกอาจจะอายุสั้นคือต้องตกเป็นอาหารของเจ้างูเหลือมยักษ์ตัวนั้นแน่ๆ แกจึงได้ตัดสินใจเลิกเลี้ยงไก่เสียเลย  ใช่หรือไม่ ยังสงสัยอยู่ !

 

อ.ปลาทอง ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓

 

www.chetsamian.org ขอสงวนลิขสิทธิ์ข้อมูลและรูปภาพบนเว็บไซต์ทั้งหมด โดยไม่อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ ทำซ้ำ แก้ไข หรือ ดัดแปลง ไม่ว่าจะเป็นบางส่วนหรือทั้งหมด หากท่านใดต้องการข้อมูลบนเว็บไซต์ www.chetsamian.org กรุณาติดต่อ นายแก้ว โดยส่ง email ไปที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

เพื่อขออนุญาตเสียก่อน เนื่องจากข้อมูลและรูปภาพบางเรื่องและบางชิ้น เป็นของท่านผู้เขียนและท่านสมาชิกที่ได้เขียนเรื่องต่างๆ และให้ขอยืมภาพต่างๆมาลงไว้ ซึ่งทางผู้จัดทำเว็บไซต์จำเป็นจะต้องขออนุญาตจากทางเจ้าของผลงานก่อนทุกครั้ง จึงเรียนมาเพื่อทราบ.

บทความล่าสุด

จำนวนผู้เยี่ยมชม

วันนี้107
เมื่อวานนี้299
สัปดาห์นี้938
เดือนนี้3485
ทั้งหมด827136

ผู้เยี่ยมชมในขณะนี้

2
Online