เถ้าแก่เต็ง
ต่อจากเรื่อง "ห้องแถวใหม่ในตลาดเจ็ดเสมียน"
แล้ววันหนึ่งในตอนบ่ายๆ ผมได้ยินผู้ใหญ่พูดกันว่า เถ้าแก่เต็ง เถ้าแก่โรงเลื่อยที่หัวหิน ได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ผมก็ไม่ทราบหรอกครับว่าแกเป็นอะไรจึงได้ตายไป เขาจะนำศพของเถ้าแก่เต็งนั้น มาฝังบรรจุไว้ที่ ริมรั้วด้านทิศเหนือ อยู่ระหว่างต้นยาง ๒ ต้น ก่อนที่จะนำศพของเถ้าแก่เต็งมาเก็บไว้ ณ ที่แห่งนี้เป็นเวลานาน ป้าม้วนแกได้จ้างช่างมาทำเป็นฮวงซุ้ยใหญ่ ด้านหน้า ทำหินขัดอย่างสวยงาม มีสิงโตใหญ่แกะสลักจาก หินแกรนิต ๒ ตัว นั่งอยู่ด้านหน้า ซ้ายขวา
ห้องแถวใหม่ในตลาดเจ็ดเสมียน
ต่อจากตอน "ระฆัง สุวรรณมัจฉา"
อีกไม่นานนัก บุญมา ก็กลับมาจากหัวหิน กลับมาอยู่ที่บ้านโรงเลื่อยเก่าที่เจ็ดเสมียนอย่างเดิม กลับมากับป้าม้วนแม่ของเขา ซึ่งกลับมาทำธุระที่เจ็ดเสมียน ป้าม้วนแกก็เลยถือโอกาสมาส่ง บุญมา ด้วย ป้าม้วนมาอยู่ที่เจ็ดเสมียนสองสามวันก็กลับไปโรงเลื่อยที่หัวหิน
จากครู มาเป็นเสมียนและ บุญมา ผาสุก
นายหิรัญ สุวรรณมัจฉา 2 จากครูมาเป็นเสมียน
เมื่อ นายหิรัญ สุวรรณมัจฉา ได้ลาออกจากการเป็นครู ที่โรงเรียนวัดเจ็ดเสมียนแล้วและได้ถูกชวนให้ไปทำงานที่โรงสี โดยมีเพื่อนของเขาอีกหลายคน สนับสนุนให้ไปทำงานที่โรงสีไฟเจ็ดเสมียน ด้วยกัน และพ่อของผมก็กำลังหางานใหม่ทำและเห็นว่าอยู่ใกล้ๆ บ้านดีก็เลยตกลงทำงาน ที่โรงสีนี้
นายหิรัญ สุวรรณมัจฉา ครูใหญ่โรงเรียนวัดเจ็ดเสมียนในอดีต ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๘๕ - ๒๔๙๒
นายไพบูลย์ พงษ์ถิระสุวรรณ 2
นายไพบูลย์ พงษ์ถิระสุวรรณ ตอนที่ 2
ทางที่เราถีบจักรยานผ่านไปนั้น น้ำที่ท่วมใหญ่เพิ่งจะลงไปยังไม่ถึงเดือนดี ถนนหนทางที่ชำรุดอยู่ก็ยังไม่ได้ซ่อมให้ดีเลย สายตาเราก็สอดส่ายหาสถานที่ตกปลากัน
พวกเราถีบจักรยานกันโดยมี เฮียเต้วนำหน้าเกือบถึงวัดสนามชัย ทางซ้ายมือเห็นน้ำยังขังอยู่ในที่ดิน ของ เฮียเซี้ยง ซึ่งปลูกต้นกล้วย โดนน้ำท่วมอยู่เป็นเดือนแล้ว ใบเหลืองอ๋อย ตายแน่นอน ก็เลยตกลงใจกันว่าจะลองตกปลาตรงนี้กันดูก่อน ถ้าไม่มีปลาเราก็จะย้ายที่กันไปเรื่อยๆ เฮียเต้ว แกจึงหยิบเอาเหยื่อซึ่งเป็นไส้เดือน ที่เราเพิ่งขุดมาเกี่ยวกับเบ็ดแล้วหย่อนลงไป
ตาโหงว บ้านตีมีด
ซ้อทองคำ ภรรยาของนายโหงว ปัจจุบันนี้เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อมีอายุได้ ๗๕ ปี (ขออภัย ภาพของนายโหงวหาไม่ได้ครับ)
ย้อนกลับมาเรื่องการจุดประทัดอีกที พวกผมเด็กๆนั้น เกือบครบทุกๆคนในรุ่นของผม เมื่อได้ยิน ปัง ปัง ปัง มาจากทางไหน ก็จะวิ่งกรูกันไปทางนั้น